กสม.ส่งหนังสือถึงนายกฯ เดินหน้าบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันการซ้อมทรมานและอุ้มหายตามกำหนด เพื่อไม่ให้กระทบสิทธิและเสรีภาพประชาชน สร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล
26 ม.ค.2566 - นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)แถลงถึงการส่งหนังสือถึงรัฐบาล เสนอเดินหน้าบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันการซ้อมทรมานและอุ้มหาย พ.ศ.2565 ตามกำหนด ว่าเพื่อไม่ให้กระทบสิทธิและเสรีภาพประชาชน หลัง กสม. ติดตามผลักดันร่างกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย และได้มีข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา กระทั่งกฎหมายผ่านความเห็นชอบและจะมีผลใช้บังคับ ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566
นายวสันต์กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2566 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอให้ขยายเวลาการประกาศบังคับใช้กฎหมายออกไปก่อนด้วยเหตุผลหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องขาดความพร้อมด้านอุปกรณ์ ทักษะในการปฏิบัติ และแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานกลาง ซึ่ง กสม.ตระหนักถึงความสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว จึงได้จัดเวทีเสวนาวิชาการ และระดมความคิดเห็นจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม นักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายและได้ข้อสรุปที่เห็นพ้องต้องกันว่า ไม่มีความจำเป็นต้องเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายออกไป เนื่องจากจะส่งผลต่อการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศไทยในระดับสากล ซึ่งกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายนี้ นอกจากจะเป็นกฎหมายสำคัญในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของประชาชนแล้ว ยังจะเป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ของรัฐเมื่อถูกกล่าวหาหรือร้องเรียนเกี่ยวกับการตรวจค้น จับกุม และสอบสวนคดีอาญาด้วย
นายวสันต์ระบุว่า ระหว่างปี 2558 – 2565 กสม.ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีการละเมิดสิทธิในชีวิตและร่างกาย จากการซ้อมทรมานและทำร้ายร่างกายระหว่างถูกควบคุมตัว จำนวน 232 เรื่อง แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ดังกล่าวดำรงอยู่มายาวนานและไม่มีแนวโน้มที่จะคลี่คลาย ด้วยเหตุนี้ กสม. จึงเห็นควรมีข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนกรณีการบังคับใช้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 เพื่อแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรี โดยขอให้ยืนยันการมีผลบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ เพื่อให้บรรลุเจตนารมณ์ในการยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และเห็นควรให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้ สตช. และหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายนี้อย่างเหมาะสมต่อไป
“เมื่อกฎหมายมีผลบังคับและจะมีคณะกรรมการกลางมาดำเนินการ ก็จะอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย ประกอบกับที่ผ่านมาตำรวจเคยมีระเบียบการใช้กล้องในการสอบสวนจึงไม่น่าจะเป็นปัญหา การใช้กล้องไม่จำเป็นที่ที่จะต้องใช้ หรือตำรวจทุกนายต้องมี เพราะกฎหมายก็มีการยกเว้นด้วยการให้ลงบันทึก ซึ่งระยะเปลี่ยนผ่านอาจไม่สมบูรณ์ แต่หากจะรอให้สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์คงไม่ได้”
ส่วนเมื่อบังคับใช้กฎหมายแล้วเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องจะลดลงหรือไม่ นายวสันต์ กล่าวว่าที่ผ่านมา 8 ปี กสม.มีเรื่องร้องเรียน 232 เรื่อง ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีมากกว่านี้เพียง ต่ไม่ได้มีการร้องเรียนหรือเป็นข่าว และเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้น่าจะคุ้มครอง ซึ่งเชื่อว่าปัญหาดังกล่าวจะลดลง และจะดีกับตำรวจเองเพราะจะมีพยานหลักฐาน ทำให้เห็นว่ามีความโปร่งใสเป็นมืออาชีพมากขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดฉากน้ำเงินผสมแดง! 'พท.' ดี๊ด๊า ไร้เงื่อนไขร่วมรัฐบาล
'เพื่อไทย' ดี๊ด๊า! 'ประเสริฐ-สุริยะ-ภูมิธรรม' ตัวแทนเจรจา 'อนุทิน' ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย ย้ำไร้เงื่อนไข ขอฟังข้อเสนอก่อน
เปิดเบื้องลึก! 'ภท.' ชิงเปิดตัว 'พรรคเล็ก' ร่วมรัฐบาล
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง "ภูมิใจไทย ชิงเปิดตัวพรรคเล็ก" โดยระบุว่า
รัฐบาลเตือนภัย 'วันวาเลนไทน์' ระวังรักปลอม หลอกโอนเงิน
รัฐบาลเตือนภัยวันวาเลนไทน์ ระวัง 'รักปลอม' หลอกโอนเงิน เช็กให้ชัวร์ ก่อนจะเทใจ-เทเงิน มิจฉาชีพใช้ AI สร้างตัวตนปลอมขึ้นมา สั่งการตำรวจเฝ้าระวังจุดเสี่ยง
ขยับ 'พล.ต.อ.รุ่งโรจน์' จากบัญชีสำรอง นั่ง ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ แทน 'เอก อังสนานนท์'
จากกรณี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ พ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีอายุครบ 70 ปี ทั้งนี้ ตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2565 มาตรา 29 บัญญัติ ว่า ในกรณีที่ก.ตร.ผู้คุณวุฒิตามมาตรา 22 (4) (ก) หรือ (ข) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ผู้ซึ่งมีชื่ออยู่ในบัญชีสำรองในประเภทนั้นผู้ที่เลื่อนลำดับขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน
'นายกฯหนู' สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบ ขอบคุณได้มากกว่าขอ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นเวลา 12.09 น. นายอนุทิน เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า
ระทึก! TI ประกาศดัชนีคอร์รัปชัน 2568 ประเมินผลยุครัฐบาลแพทองธาร 10 ก.พ.นี้
ดร.มานะ เผยวันอังคารที่ 10 ก.พ.นี้ TI จะประกาศดัชนีคอร์รัปชัน 2568 - CPI 2025 ผลการประเมินนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลารัฐบาลแพทองธาร

