14 มี.ค. 2566 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา นาย อรรถการ ฟูเจริญ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ได้ทำหนังสือบันทึกข้อความ ถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ชี้เเจงการเพิกถอนหมายจับ สมาชิกวุฒิสภาคนดัง
โดยหนังสือระบุ ตามที่ท่านเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมได้มีหนังสือด่วนที่สุดเรื่อง ขอความอนุเคราะห์ข้อมูลคดี กรณีมีการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรอภิปราย พาดพิงศาลยุติธรรม ว่าศาลอาญามีการเพิกถอนหมายจับโดยมีการแทรกแซงจากรองอธิบดี ผู้พิพากษารายหนึ่ง ซึ่งมีข้อมูลว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาขอหมายจับนาย อ ซึ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา หลังจากนั้นมีการเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับมาแล้วศาลอาญามีคำสั่งเพิกถอนหมายจับดังกล่าว โดย ต้องการทราบว่า ผู้ใดเป็นผู้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับมาเพื่อเพิกถอนหมายจับและผู้ที่สั่งทราบได้ อย่างไรว่ามีเรื่องนี้เกิดขึ้น ความดังทราบแล้วนั้น
เดิมเมื่อวันที่ 9 ก.ย. พ.ต.ท.มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ สารวัตร กองกำกับการสืบสวน 2 กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้มาดำเนินการขอหมายจับบุคคล 9 คน ในความผิดฐานสมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิด ร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดตามที่ได้สมคบกันนั้น ฐานสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก่อนหรือ ขณะกระทำความผิด ฐานจัดหาวัตถุใดๆ เพื่อประโยชน์ หรือให้ความสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือเพื่อไม่ให้ผู้กระทำความผิดถูกลงโทษ และฐานรับทรัพย์สิน ประโยชน์อื่นๆ จากผู้กระทำความผิด เพื่อให้ความสะดวกแก่ผู้กระทำความผิด หรือ ไม่ให้ผู้กระทำความผิดถูกลงโทษตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ฯและประมวลกฎหมาย ยาเสพติด ซึ่งต่อมาในเบื้องต้นจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 คน คือ 1.นายทุน มินหลัด (Mr. Tun Min Latt) สัญชาติเมียนมา 2.นาย ดีน ยัง จุดธุระ 3. น.ส.น้ำหอม เนตรตระกูล 4.นาง ปิยะดา คำต๊ะ5.บริษัทอัลลัวร์กรุ๊ป (พีแอนด์อี) จำกัด โดยนายทุน มิน หลัก
ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ต.ค.วลาประมาณ 10.00 น.พ.ต.ท. มานะพงษ์ ได้ยื่นคำร้องขอหมายจับ ส.ว.คนดังในข้อหาเช่นเดียวกับการขอหมายจับครั้ง แรกดังกล่าวข้างต้นทั้งเพิ่มเติมให้ดำเนินคดี ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน สมคบโดยตกลงตั้งแต่ สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ ได้มีการ สมคบกัน และสนับสนุนการฟอกเงิน ตาม
พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ ด้วย เจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรมชำนาญงาน ซึ่งเป็นหัวหน้างานฝากขัง หมายค้น หมายจับ ได้เเจ้งเลขานุการศาลอาญา ทราบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นวุฒิสมาชิก เพื่อรายงานนายศักดิ์ชัย รังษีวงศ์อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาทราบตามลำดับ
ต่อมาเมื่อผู้พิพากษาศาลอาญาที่ทำหน้าที่พิจารณาออกหมาย ค้นหมายจับประจำวันดังกล่าวได้ทำการพิจารณาแล้วออกหมายจับนายอุปกิต ให้ พ.ต.ท. มานะพงษ์ไปดำเนินการแล้วเจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรมชำนาญงาน คนดังกล่าวได้โทรศัพท์รายงานเลขานุการศาลอาญาอีกครั้ง และ แจ้งว่าการออกหมายจับดังกล่าวน่าจะไม่ได้มีการปรึกษาผู้บริหารศาลอาญาก่อนออกหมายจับ เลขานุการศาลอาญาจึงได้รายงานแก่อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา และมาสอบถามข้าพเจ้าในฐานะ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคนที่ 1 ว่ามีเหตุการณ์ที่มีการออกหมายจับสมาชิกวุฒิสภาโดยยังมิได้มีการปรึกษาท่านอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา (ที่เพิ่งมารับตำแหน่งเป็นวันแรก) ก่อน
ซึ่งข้าพเจ้าเห็น ว่าการออกหมายจับดังกล่าวยังเป็นการมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการออกคำสั่งหรือหมายอาญา ฉบับที่ 5พ.ศ. 2565 ข้อบังคับ ของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการออกคำสั่งหรือหมายอาญา พ.ศ. 2548 คำแนะนำอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน พ.ศ. 2565 ระเบียบศาลอาญา ว่าด้วยแนวทางการบริหารจัดการคดีของศาลอาญา ลงวันที่1 เม.ย.2565
และคำสั่งศาลอาญาที่ 110/2565 เรื่อง มอบหมายหน้าที่รองอธิบดีผู้พิพากษา ศาลอาญา และผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีพิเศษในศาลอาญา ลงวันที่3 ต.ค.65
เนื่องจาก การร้องขอให้ออกหมายจับ ผู้ร้องขอต้องเสนอพยานหลักฐานตามสมควรว่า ผู้จะถูกจับ น่าจะได้กระทำความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี หรือน่าจะได้กระทำความผิด อาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่า นั่นจะหลบหนี ไปยุ่งกับพยานหลักฐาน หรือก่ออันตรายประการอื่น
พยานหลักฐานที่อาจพิสูจน์ได้ว่ามีเหตุสมควรในการออกหมายจับ ให้รวมถึงข้อมูล ที่ได้จากการสืบสวน สอบสวน เช่นบันทึกสรุปข้อเท็จจริงจากสำนวนการสอบสวนที่เสนอต่อ ผู้บังคับบัญชา
ในการพิจารณาคำร้องขอหมายจับ แม้ในคดีที่มีอัตราโทษขั้นสูงเกิน 3 ปี ซึ่งอาจออก หมายจับได้ตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66(1) แต่หากไม่ปรากฏ เหตุว่า การออกหมายเรียกก่อนจะมีผลเสียหายแก่คดี เสี่ยงต่อการที่ผู้ต้องหาจะหลบหนี การจะไป ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือจะก่อเหตุอันตรายประการอื่นศาลจึงพิจารณาให้ออกหมายเรียกแทนที่จะออกหมายจับ
การปรึกษาคดีนอกจากคดีที่กำหนดไว้แล้ว ให้ผู้พิพากษาปรึกษาอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา คือ... คำร้องขอหมายค้นหรือหมายจับคดีที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้เสียหาย เป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี นักการเมือง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตาม รัฐธรรมนูญ บุคคลในสถานทูต หรือผู้พิพากษา คดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือคดีความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญาพรบ.ว่าด้วยการ กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรือกฎหมายอื่น คดีความผิดเกี่ยวกับการชุมนุมคดีเกี่ยวกับ ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน หรือมีผลกระทบ ต่อสังคมเป็นพิเศษซึ่งคดีที่ต้องปรึกษานี้ ให้ผู้พิพากษาปรึกษารองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาก่อนที่จะไปปรึกษาอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาต่อไป
ให้รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาและผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีพิเศษปรึกษาอธิบดี ผู้พิพากษาศาลอาญาในคดีต่อไปนี้ ...
คำร้องขอหมายค้นหรือหมายจับคดีที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือผู้เสียหาย เป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี นักการเมืองข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ บุคคลในสถานทูต หรือผู้พิพากษา คดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง แห่งราชอาณาจักรหรือคดีความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญาพรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรือกฎหมายอื่น คดีความผิดเกี่ยวกับ การชุมนุมคดีเกี่ยวกับความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน หรือมีผลกระทบต่อสังคมเป็นพิเศษ
ซึ่งปรากฏว่า เอกสารประกอบคำร้องขอหมายจับในคดีนี้ที่ผู้ร้องขอให้ออกหมายจับได้ส่ง บันทึกข้อความลงวัน28 ก.ย.2565 เรื่องรายงานสืบสวนถึงผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน 2 กองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของตน โดยรายงานการสืบสวนสรุปความว่า เห็นควรให้มีการดำเนินคดีกับนายอุปกิตในความผิดดังกล่าว แต่ผู้บังคับบัญชาของผู้ยื่นคำร้องขอยัง ไม่มีการเกษียนสั่งในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด
การที่จะออกหมายจับวุฒิสมาชิก ยังมิได้มีการดำเนินการปรึกษา รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาและอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาก่อนมีคำสั่งแต่อย่างใด ซึ่งไม่เป็นไป ตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาฯ คำแนะนำอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาฯ ระเบียบศาลอาญาฯ และคำสั่งศาลอาญาที่110/2565 ดังกล่าวข้างต้นด้วย ท่านอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาและข้าพเจ้าจึงมอบหมายให้เลขานุการศาลอาญาแจ้ง เจ้าหน้าที่งานหมายค้นหมายจับ ประสาน พ.ต.ท.มานะพงษ์ ผู้ร้องขอออก หมายจับดังกล่าว นำหมายจับดังกล่าวกลับมาที่ศาลอาญาก่อนเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง
ในชั้นแรก ผู้ขอให้ออกหมายจับบ่ายเบี่ยงอ้างว่าออกหมายจับให้แล้วจะเรียกกลับไปทำไม ตนได้ส่งหมายจับดังกล่าวเข้าระบบหมายจับของตำรวจทั่วประเทศแล้ว แต่ข้าพเจ้าก็ยืนยันให้นำ หมายจับกลับมาพิจารณากันใหม่ก่อน เมื่อผู้ขอให้ออกหมายจับดังกล่าวมาที่ศาลอาญาพร้อมกับ ผู้กำกับการฯ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของตน ก็ได้ร่วมการประชุมปรึกษาร่วมกันกับอธิบดีผู้พิพากษา ศาลอาญา ข้าพเจ้า ผู้พิพากษาที่ออกหมายจับดังกล่าว และเลขานุการศาลอาญาทำหน้าที่หาเอกสาร ต่างๆ
สอบถามแล้วได้ความว่า ผู้ร้องขอให้ออกหมายจับอ้างว่าได้แจ้งให้กับเจ้าหน้าที่หมายจับหมาย ค้นของศาลแล้วว่ามาออกหมายจับวุฒิสมาชิก แต่ผู้พิพากษาผู้ที่ออกหมายจับไม่ได้รับแจ้งเรื่อง ดังกล่าว ทั้งวันดังกล่าวมีการขอออกหมายจับ หมายค้นเป็นจำนวนมาก ผู้พิพากษาได้พิจารณา ออกหมายจับ หมายค้นไปตามที่เคยปฏิบัติมา โดยไม่ได้สังเกตเห็นว่าเป็นวุฒิสมาชิก เนื่องจากในคำร้องดังกล่าวระบุว่าส.ว.ดังกล่าว เป็นวุฒิสมาชิกเพียงครั้งเดียวในหน้าที่ 2 ของคำร้องฯ จึงออกหมายจับให้ไปโดยมิได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าปรึกษากับผู้บริหารศาลอาญาตามระเบียบและ ข้อแนะนำดังกล่าวข้างต้นก่อน
ข้าพเจ้าได้สอบถามจากผู้กำกับการสืบสวน 2 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา ของผู้ร้องขอให้ออกหมายจับแล้ว ไม่ทราบเรื่องดังกล่าวเลย ขณะนั้นข้าพเจ้าไม่ทราบระเบียบหรือ ข้อบังคับใดๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกี่ยวกับการขอหมายจับบุคคลสำคัญเช่นนี้จึงได้โทรศัพท์ สอบถาม พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ขณะนั้น)แจ้งว่าหน่วยงานดังกล่าว อยู่ในความรับผิดชอบของตน แต่ตนได้มอบหมายให้ รองผู้บัญชาการท่านอื่นดูแล เรื่องที่ขอหมายจับ ดังกล่าว ตนไม่ทราบ แต่แสดงความเห็นว่าการออกหมายจับวุฒิสมาชิกซึ่งเป็นบุคคลสำคัญของสถาบันหลักเช่นนี้น่าที่จะต้องขอออกหมายเรียกก่อนไม่ควรขอออกหมายจับทันที ข้าพเจ้าได้ โทรศัพท์สอบถาม พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ที่ศาลอาญาอยู่ในเขต ความรับผิดชอบ ถึงเรื่องดังกล่าว พล.ต.ต.อรรถพล แจ้งว่าเรื่องดังกล่าวควรจะขอออกหมายเรียก ก่อนเช่นกัน และจำได้ว่าน่าจะมีระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าต้องขออนุมัติจาก ผู้บังคับบัญชาระดับสูงด้วย โดยจะทำการตรวจสอบอีกครั้ง และต่อมาแจ้งว่าเรื่องการที่จะออก หมายเรียกหรือหมายจับสมาชิกรัฐสภาต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ได้รับมอบหมายก่อนเท่านั้น และหากเป็นช่วงที่อยู่ในสมัยประชุม ของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือรัฐสภา แม้แต่การออกหมายเรียก สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ต้อง ออกหนังสือขออนุญาตต่อประธานสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกก่อนด้วย ซึ่งในภายหลังได้ส่งตัวอย่างของการดำเนินคดีทำนองเดียวกันนี้มาให้ด้วย
ข้าพเจ้าได้สอบถามผู้พิพากษาที่ทำการออกหมายจับเรื่องดังกล่าวว่า หากท่านพบ โดยชัดแจ้งว่า ผู้ที่ถูกร้องขอให้ออกหมายจับเป็นบุคคลสำคัญเช่นวุฒิสมาชิกเช่นนี้ ท่านจะปฏิบัติ อย่างไร ท่านผู้พิพากษาผู้ออกหมายจับแจ้งว่าหากตนพบเช่นนั้นก็จะต้องนำเรื่องมาปรึกษารองอธิบดีและอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาก่อนอย่างแน่นอน
อีกประการหนึ่งข้าพเจ้าได้สอบถามผู้ร้องขอให้ออกหมายจับว่า คดีดังกล่าวเนื่องจาก มีการจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 คน ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดกับนายอุปกิตมาก่อนแล้ว คดีนี้จึงมี พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบสำนวน เหตุใดจึงไม่ส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนที่มีอำนาจเป็นผู้มาทำการขอหมายด้วยตนเอง และเหตุใดจึงไม่มีการขออนุมัติจากผู้บังคับบัญชาตามกฎหมายก่อน ผู้ร้องขอให้ออกหมายจับแจ้งว่า นายอุปกิตคนนี้เส้นใหญ่มาก ไม่มีทางที่พนักงานสอบสวน จะดำเนินการหรือดำเนินคดีใดๆ กับส.ว.คนดังกล่าวอย่างแน่นอน ตนสืบสวนมาตั้งแต่ต้นจึงต้องดำเนินการจับกุมเอง ในการประชุมนั้นข้าพเจ้าเห็นว่า หากให้มีการนำหมายจับที่ออกโดยไม่ชอบ ดังกล่าว ไป ดำเนินการจับ คนซึ่งเป็นวุฒิสมาชิก และต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบของวุฒิสภา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และของศาลยุติธรรมแล้ว ย่อมจะต้องมีผลเสียหายกลับมาสู่ ศาลยุติธรรมอย่างแน่นอน วุฒิสภาต้องทำการตรวจสอบเรื่องนี้ และก็จะพบว่าความบกพร่อง ส่วนหนึ่งก็มาจากศาลยุติธรรม ซึ่งไม่อาจปล่อยให้เป็นเช่นนั้นได้ ประกอบกับแม้จะมีการออกหมายจับไปแล้วแต่ก็ยังมิได้มีการนำหมายจับดังกล่าวไปแสดงเพื่อจับกุมนายอุปกิตแต่อย่างใด จึงสมควรที่ทำ การแก้ไขเรื่องดังกล่าวให้ถูกต้องโดยการเพิกถอนหมายจับดังกล่าว จากนั้นข้าพเจ้าจึงขอตัวกลับไปที่ ห้องทำงานเนื่องจากมีผู้พิพากษามาปรึกษาคดี ในที่ประชุมจึงมีความเห็นร่วมกันว่า คำร้องขอออกหมายจับของผู้ร้องดังกล่าวน่าจะยัง ไม่ชอบเนื่องจากผู้บังคับบัญชายังไม่มีคำสั่งมอบหมายให้ดำเนินการ และไม่ได้ดำเนินการ ตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงให้ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน ทำการเพิกถอนหมายจับดังกล่าว เพื่อให้ออกหมายเรียกก่อนภายใน 15 วัน
หากทางบุคคลสำคัญ ดังกล่าวไม่มาตามหมายเรียก ก็ให้ผู้ร้องดำเนินการขอหมายจับต่อไป สำหรับหมายเรียกให้พนักงาน สอบสวนเป็นผู้ดำเนินการโดยด่วน ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า ข้าพเจ้า ผู้พิพากษา และเจ้าหน้าที่ของศาลอาญาที่เกี่ยวข้องทุกคน ไม่มีผู้ใดรู้จัก หรือทำการเพื่อช่วยเหลือบุคคลซึ่งเป็นวุฒิสมาชิกคนดังกล่าวแต่อย่างใด การประชุมปรึกษาหารือและมีคำสั่งเพิกถอนหมายจับดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายระเบียบข้อบังคับ และคำเเนะนำทางกฎหมายทั้งสิ้น จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ณัฏฐ์ ซัด 'โรม' ทำ กมธ.เป็นศาลโซเชียล ชี้ 'อนุทิน' ไม่ต้องไปแจง 8 ต.ค.
“ดร.ณัฐวุฒิ” ซัด “รังสิมันต์ โรม” ใช้ กมธ.เป็นเครื่องมือ ทำตัวเป็น “ศาลโซเชียล” ปมเรียก “อนุทิน” แจงทุจริตสอบท้องถิ่น 8 ต.ค.
สาวให้ถึงตัวการใหญ่! 'โรม' งัด พรบ.อำนาจเรียก 'อนุทิน-นฤชา-อธิการบดี มศว' แจงโกงสอบท้องถิ่น
"โรม" ซัด "อนุทิน" เมินแจง กมธ.กฎหมาย ไม่ส่งผู้แทนให้ข้อมูลปมโกงสอบท้องถิ่นสักครั้ง เผย อธิการบดี มศว ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ บอก ’ทองเจือ‘ ไม่ได้คุยเรื่องจัดสอบ สงสัยคุยเรื่องอะไรกัน เผย พบหลักฐานโยงเส้นเงินกว่า 70 คน ชี้ อาจสูงถึงกว่าระดับสส.-รัฐมนตรี ดักคอ หากเบี้ยวอีกงัดกฎหมายจัดการ ตกใจ ป.ป.ช. เข้าไม่ถึงข้อมูลคณะทำงาน ‘รองปกรณ์’ ยังไม่คืบตรวจกระดาษคำตอบ อ้างไม่มีเงินเช่าเครื่องตรวจ
'โรม' เปิดพิรุธ! คดีสินบนเว็บพนัน 40 ล้านไม่คืบหน้า 'ไชยชนก-วรศิษฎ์' ให้ข้อมูลสับสน
'โรม' อัด 'คดีสินบน 40 ล้าน' ไม่คืบ ข้องใจ 'ไชยชนก' อ้างไม่แน่ใจคนเสนอสินบน อุ้ม 'นายคิว' หรือไม่ ถาม 'ปปช.-ตำรวจ' ดองสำนวนเว็บพนัน ซัด 'นายกฯ' ล้อฟรี มัวป่าปี่เป่าแซก ไม่ช่วยแก้ทุนสีเทา จน ตปท.ตั้งคำถาม ถึงอดีต รมต. ลั่น หรือเป็นเทรนด์ใหม่ นิยมกลับคำให้การ
ศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งเรื่องคำฟ้อง สว.สำรอง ค้านมติ กกต.
นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งใดๆในเรื่องของคำฟ้อง แต่เป็นการรับเรื่องทางธุรการเพื่อให้ศาลพิจารณาตามขั้นตอนต่อไปเท่านั้น
สรุปเหตุปะทะเทือกเขาตะเว โจรใต้ดับ 2 คดีเพียบ บึ้ม-ยิงตร.และทหาร
กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เผยความคืบหน้าเหตุปะทะเทือกเขาตะเว ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย พบ 9 หมายจับคดีมั่นคง ทั้งบึ้ม-ยิงตำรวจและทหาร ยึดปืนได้ 2 กระบอก ระเบิดขว้าง 2 ลูก
โปรดเกล้าฯ 'เผ่าพันธ์' นั่งเลขาฯ ศาลยุติธรรม 'ธีรทัย' ไปศาลอุทธรณ์
โปรดเกล้าฯ “เผ่าพันธ์ ชอบน้ำตาล” ขึ้นเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ขณะที่ “ธีรทัย เจริญวงศ์” นั่งรอ

