
17 เม.ย. 2566 – กองทัพบกเผยแพร่ภาพข่าวและกราฟฟิกตัวเลข ประชาสัมพันธ์การตรวจเลือกทหารกองประจำการประจำปี โดยนำเสนอประเด็นผู้สมัครมีความหลากหลาย ทั้งจบปริญญา พระภิกษุ และยังเชิญชวนให้ชายไทยเข้ามาสมัครในช่วงโค้งสุดท้าย ด้วยข้อความที่ว่า “ถ้าเป็นคนที่ใช่ ใจรัก สมัครเลย”
เนื้อหาของข่าวประชาสัมพันธ์ ยังระบุว่า เหลือเวลาอีก 4 วัน หลังจากในช่วงสงกรานต์กองทัพได้พักการตรวจเลือกไป 3 วัน และเริ่มการตรวจเลือกต่อในวันที่ 16 เม.ย. 2566 ปัจจุบันบางหน่วยตรวจเลือกได้ดำเนินการตรวจเลือกทหารเสร็จแล้วครบตามยอดที่ทางราชการแบ่งมอบ และในขณะที่บางหน่วยตรวจเลือกยังคงเหลือการดำเนินการอีกประมาณ 10-20 % ซึ่งภาพรวมในพื้นที่ที่ได้ดำเนินการตรวจเลือกทหารเสร็จแล้วคือพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 ส่วนพื้นที่กองทัพภาคที่ 1, 2 และ 4 ยังอยู่ในระหว่างการตรวจเลือกในช่วงสุดท้าย โดยขณะนี้ยังคงมีชายไทย ยื่นความประสงค์ขอสมัครเป็นทหารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดผลการตรวจเลือกเมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา มีชายไทยสมัครเป็นทหารแล้วถึง 25,100 นาย
ในช่วงต้นของการตรวจเลือกทหารระหว่าง 1-12 เม.ย. กองทัพบกได้ทำการรวบรวมสถิติด้านคุณวุฒิการศึกษาของผู้ที่สมัครเป็นทหาร ปรากฏข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้
1.เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สมัครเข้ากองประจำการ โดยไม่ขอใช้สิทธิลดวันรับราชการ 22 คน (มีความประสงค์รับราชการครบ 2 ปี หากใช้สิทธิลดวันรับราชการ จะรับราชการ 6 เดือน)
2.เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จับได้สลากแดงต้องเข้ากองประจำการ ไม่ขอใช้สิทธิลดวันรับราชการ 19 คน (มีความประสงค์รับราชการครบ 2 ปี หากใช้สิทธิลดวันรับราชการ จะรับราชการ 1 ปี)
3.ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สมัครเข้ากองประจำการ 23 คน
4.เป็นพระภิกษุสงฆ์ที่ได้รับการยกเว้นเข้ารับราชการทหารกองประจำการ แต่ไม่ขอใช้สิทธิดังกล่าว และขอเข้ารับการตรวจเลือก โดยไม่ใช้สิทธิดังกล่าว จำนวน 27 รูป ประกอบด้วย พระภิกษุสงฆ์ที่มีสมณศักดิ์ 6 รูป พระภิกษุสงฆ์ที่สำเร็จนักธรรมตรี 1 รูป พระภิกษุสงฆ์ที่สำเร็จนักธรรมโท 1 รูปพระภิกษุสงฆ์ที่สำเร็จนักธรรมเอก 16 รูป พระภิกษุสงฆ์ที่สำเร็จเปรียญธรรม 3 รูป

เบื้องต้นพบว่าผู้ที่สมัครเป็นทหารมีหลากหลายสาขาอาชีพ รวมถึงผู้ที่มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาที่ไม่ใช้สิทธิลดเวลาประจำการและพระภิกษุสงฆ์ เป็นต้น ซึ่งข้อมูลดังกล่าวอาจสะท้อนให้เห็นถึงการได้รับทราบแนวนโยบายการปรับปรุงระบบการตรวจเลือกทหาร รวมถึงการดูแลทหารกองประจำการทำให้เกิดแรงจูงใจในการสมัคร และแจ้งความประสงค์ขอไม่ใช้สิทธิ์ลดเวลาประจำการ เพื่อประโยชน์ในการได้รับสิทธิต่อยอดสู่การเป็นทหารอาชีพ ทั้งนักเรียนนายสิบทหารบก ทหารอาสา รวมถึงได้รับโควตาการสอบเข้าเป็นบุคลากรของกองทัพที่มีอัตราสอบบรรจุเป็นประจำปี
ทั้งนี้ในอีก 4 วัน โค้งสุดท้ายของการตรวจเลือกทหาร กองทัพบกขอเชิญชวนผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง มีใจรักในอาชีพทหาร ได้เดินหน้าสมัครเป็นทหารอย่างเต็มภาคภูมิ นอกจากจะได้พัฒนาตนเองทั้งด้านกายภาพและจิตใจ ยังจะได้ทำหน้าที่ชายไทยตามรัฐธรรมนูญในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งดูแลชาติบ้านเมืองอันเป็นที่รักของคนไทยทุกคน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทบ. แจงเยียวยาทหารเสียชีวิตสู้รบไทย-กัมพูชา เงินรัฐบาล 10 ล้าน อยู่สำนักงบฯ รออนุมัติ
ทบ. แจงเงินเยียวยาทหารเสียชีวิตจากการเหตุสู้รบไทย-กัมพูชา ในส่วนรัฐบาล 10 ล้านบาท เรื่องอยู่ที่สำนักงบประมาณ ขณะที่เงินพระราชทาน สินไหมทดแทนภัยสงคราม และบำนาญพิเศษ มอบให้ครอบครัวผู้สูญเสียแล้ว
1-12 เม.ย.นี้ ทบ. เชิญชวนชายไทย เข้าตรวจเลือก-สมัครใจ เป็นทหารกองประจำการ
1-12 เม.ย.นี้ กองทัพบกขอเชิญชวนชายไทยพร้อมใจเข้ารับการตรวจเลือกและสมัครใจ เป็นทหารกองประจำการ พร้อมสิทธิเลือกหน่วยเข้ารับราชการตามความประสงค์
โฆษก ทบ. รับเห็นสัญญาณบางอย่าง กัมพูชาเตรียมปะทะ รอบ 3 ยันไทยไม่ประมาท
โฆษก ทบ. รับทหารกัมพูชา ประชิดปราสาทตาควาย แต่ไม่อยู่ในระดับที่น่ากังวล ยอมรับกระแสข่าวปะทะรอบ 3 เจ้ากรมข่าว เป็นเรื่องจริง ยันไทยไม่ประมาท เตรียมพร้อมกำลังพล และอาวุธเช่นกัน
เกณฑ์ทหารปี 69 ต้องการ 8.4 หมื่นนาย ได้เงินเดือนหมื่นบาท ห้ามลงโทษรุนแรง
ทบ.เปิดยอดความต้องการเกณฑ์ทหารปี 69 จำนวน 84,380 นาย สมัครออนไลน์ แล้ว 22,062นาย เกณฑ์จริง 62,318 นาย พร้อมสิทธิประโยชน์ 11,000 บาท/เดือน ตรวจสุขภาพจิตครูฝึก ควบคุมมาตรการลงโทษ พร้อมปลดล็อกเหยื่อบัญชีม้า /ด้าน “โฆษก ทบ.”ระบุเพจทหาร หยิบกระแส”Hyrox-One piece “มาทำคอนเทนต์ชวนเกณฑ์ทหาร เพื่อง่ายในการทำความเข้าใจ ย้ำไม่ใช่เรื่องน่ากลัว
ทบ. โต้ CMAA บิดเบือนปมระเบิดตกค้าง ยันไทยยึดหลักสากล
จากกรณีเมื่อ 20 มี.ค. 69 ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา (CMAA) ได้เผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์ ขอให้ประชาชนกัมพูชาเพิ่มความร
ทบ. ยันไม่พบลักลอบส่งน้ำมันไปกัมพูชาผ่านลาว กกล.สุรนารีควบคุมเข้มงวด
ทบ. แจงข้อเท็จจริง ไม่พบการลักลอบส่งน้ำมันไทยไปกัมพูชาผ่านลาว ชี้กองกำลังสุรนารีคงมาตรฐานการควบคุมการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างเข้มงวด

