
22 เม.ย.2566 – กรมส่งเสริมสหกรณ์ ชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินคดีเจ้าหน้าที่สหกรณ์ ยักยอกเงินสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำกัด เมื่อปี 2565 มูลค่าความเสียหาย 637 ล้านบาท ซึ่งสหกรณ์ฯ ได้แจ้งความร้องทุกข์ ดำเนินคดีกับนางศิริพร รัตนปราการ และนางพวงทิพย์ สุทธิแย้ม ในความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง
ขณะนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้ดำเนินการตามคดีพิเศษ ตามยึดอายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในคดีดังกล่าว และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้มีคำสั่งนำทรัพย์สินเกี่ยวกับความผิดที่ยึดอายัดไว้บางส่วนคืนให้แก่สหกรณ์ แทนการสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 87 ล้านบาท
ความคืบหน้าการดำเนินคดีแพ่ง ศาลแพ่งได้นัดไต่สวนคำร้องครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 66 มีผู้เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย ได้แก่ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการคดีพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 2 เจ้าหน้าที่สำนักงาน ปปง. และทนายความของผู้ร้องคัดค้านอีก 2 ฝ่าย เพื่อกำหนดแนวทางการพิจารณาคดี
ส่วนการดำเนินคดีอาญา พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน และได้ประกาศสืบจับ รวมทั้งอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิสูจน์เปรียบเทียบลายมือชื่อปลอม ในส่วนความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน ดีเอสไอได้รับไปดำเนินการแล้ว และเมื่อ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินทางอาญา ดีเอสไอ ได้แจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการและออกหมายจับเพิ่มเติม พร้อมกับดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ที่เกี่ยวข้อง
ในส่วนการจัดทำงบการเงินประจำปีบัญชี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 สหกรณ์ฯ ได้ส่งให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบ เมื่อวันทึ่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 แต่เนื่องจากมีเอกสารประกอบการลงบัญชีบางรายการไม่ครบถ้วน จึงได้แจ้งให้สหกรณ์ฯ ตรวจสอบและจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการของคณะกรรมการฯ
ด้าน นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ดำเนินการดูแล ช่วยเหลือ กำกับ แนะนำการดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำกัด อย่างต่อเนื่อง ซึ่งกรมได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ดีเอสไอ สำนักงาน ปปง. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการทุจริตในสหกรณ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม .
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดีเอสไอ ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ให้ ป.ป.ช. สอบต่อ
“ดีเอสไอ” ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล Worldcoin โยงธุรกิจสีเทากัมพูชา ให้ ป.ป.ช. สอบต่อ หลังพบนักการเมืองและ จนท.รัฐ มีเอี่ยว
กระทุ้ง กกต. โชว์ฝีมือจับซื้อเสียง แนะ ธปท. เช็กย้อนหลังตั้งแต่ยุบสภา
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอบคุณ ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ภายหลังจากนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด ‘คดีฮั้ว สว.’ อั้งยี่-ฟอกเงิน ต้องรอเกมตัดสินจาก กกต.
ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า สารตั้งต้นคดีฮั้ว สว.ปี 2567 แยกเป็นคดีหลักและคดีสาขา สำนวนที่ กกต.รับไต่สวน เป็นคดีหลัก ส่วนคดีอาญาฐานร่วมกันกระทำอั้งยี่ สมคบกัน
ออกหมายจับ 'นักการเมืองเทา' 2 ราย พัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน เผ่นหนีนอกประเทศแล้ว
รมว.ยุติธรรม เผยคดีนักการเมืองพัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน ล่าสุดออกหมายจับแล้ว 2 ราย "สจ.เนย์ เเห่งกาฬสินธุ์ และเมีย" ล่าสุดพบหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ 20 ม.ค.69 ส่วนอีก สจ. อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้
'ทวี' ดีใจรอดคมดาบศาลรัฐธรรมนูญ ลั่นเป็นชัยชนะของหลักนิติธรรม
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้องกรณีข้อกล่าวหาแทรกแซงการทำงานของ DSI ในคดีฮั้วเลือก สว. โดยศาลวินิจฉัยไม่พบพฤติการณ์สั่งการหรือข่มขู่ตามที่ถูกกล่าวหา
'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.
นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.

