ไม่ขยายเวลา! กรมการจัดหางานย้ำนายจ้างยื่นต่อใบอนุญาตแรงงานต่างด้าวใน 15 พ.ค.

กรมการจัดหางานจี้นายจ้างยื่นเอกสารต่อใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าว ย้ำทุกขั้นตอนต้องเสร็จสิ้นใน 15 พ.ค.2566 พ้นกำหนดหากพบคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน นายจ้างและลูกจ้างเจอโทษหนัก

11 พ.ค.2566 - นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 ก.พ.2566 กำหนดให้คนต่างด้าวยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงาน ภายในวันที่ 13 ก.พ.2566 โดยต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนภายในวันที่ 15 พ.ค.2566 โดยที่ยังสามารถอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษและทำงานได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้นายจ้าง/สถานประกอบการยังคงจ้างแรงงานเหล่านั้นได้ถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งภาครัฐยังสามารถกำกับและบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งมิติของความมั่นคงและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งข้อมูลจากสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว ระบุว่า มีคนต่างด้าวยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานและชำระค่าธรรมเนียม จำนวน 1,873,798 คน ซึ่งมีผู้ที่ยังยื่นเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนอีกจำนวนหนึ่ง กรมการจัดหางานจึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังนายจ้างและคนต่างด้าวให้เร่งดำเนินการยื่นเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2566 โดยดำเนินการ ดังนี้

1.คนต่างด้าวที่ได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานแล้ว ให้ดำเนินการยื่นเอกสารหลักฐานดังนี้

- ยื่นหนังสือเดินทาง (Passport : PP) หรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ได้แก่ เอกสารเดินทาง (Travel Document : TD) กรณีแรงงานกัมพูซา และเอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity : CI) กรณีแรงงานเมียนมา

- หลักฐานการตรวจลงตราหรือตรวจอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไป (Visa) หรือย้ายรอยตราประทับ

- หลักฐานการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนและซื้อประกันสุขภาพ

- หลักฐานการจัดเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และการตรวจโรคต้องห้าม (สำหรับคนต่างด้าวตามมติครม.เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2565 กลุ่มที่มีสถานะไม่ถูกต้องที่ยังดำเนินการไม่ครบถ้วน)

2. ยื่นเอกสารหลักฐานดังกล่าวที่ระบบต่ออายุใบอนุญาตทำงานคนต่างด้าว (4 สัญชาติ) ทางอิเล็กทรอนิกส์ และกรอกข้อมูลดังกล่าวในระบบเดียวกัน โดยเลือกหัวข้อ "มีเอกสาร Passport และ Visa ที่ยังไม่หมดอายุ" และกด "ยื่นแบบ บต. 50”

ทั้งนี้ เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2566 ครบถ้วนแล้ว นายทะเบียนจะเร่งพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้คนต่างด้าวให้แล้วเสร็จไม่เกินวันที่ 30 พฤษภาคม 2566 เพื่อมีสิทธิทำงานถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 หรือวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ตามแต่ละกรณี

นายไพโรจน์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนด หากกรมการจัดหางานตรวจสอบพบคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน จะดำเนินคดีและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดทั้งนายจ้างคนไทยและลูกจ้างคนต่างด้าว โดยคนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท และถูกส่งกลับประเทศต้นทาง รวมถึงห้ามขอใบอนุญาตทำงานเป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับโทษ และนายจ้างซึ่งรับคนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงานหรือให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 - 100,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน กรณีกระทำความผิดซ้ำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 - 200,000 บาทต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามนายจ้างจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ

“กรมการจัดหางานยืนยันว่าไม่มีการขยายระยะเวลา ขอให้นายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าวตามมติ ครม. วันที่ 7 ก.พ. 66 เร่งดำเนินการยื่นเอกสารให้ทันภายในกำหนด มิฉะนั้นการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและทำงานจะเป็นอันสิ้นสุด แรงงานต่างด้าวต้องเดินทางกลับประเทศต้นทางและหากประสงค์จะกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทย ต้องดำเนินการตามกระบวนการนำเข้า MOU”

อธิบดีกรมการจัดหางานย้ำว่า สำหรับนายจ้าง/สถานประกอบการ และแรงงานต่างด้าว ที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 หรือที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มท.4 ตัดไฟแต่ต้นลม! สั่งเร่งขยายผลแก๊งสวมสิทธิ์ต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้าน

'มท.4' เร่งขยายผลขบวนการสวมสิทธิ์ต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้าน รับมีจนท.ปล่อยปละละเลย ลุย สแกนทุกเขตทั่วกทม. ก่อนขยายทั่วประเทศ ลั่น เป็นเรื่องความมั่นคงด้วย ต้องตัดไฟแต่ต้นลม

7 เดือนปี 69 ต่างชาติลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท

7 เดือนปี ‘69 ต่างชาติลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี ‘68 ถึง 5.97 หมื่นล้านบาท หรือ 37% สิงคโปร์ ขึ้นแท่นลงทุนอันดับหนึ่ง 6.11 หมื่นล้านบาทตามด้วย ญี่ปุ่น 4.50 หมื่นล้านบาท และจีน 3.86 หมื่นล้านบาท

เช็กที่นี่! ครม.ไฟเขียว แต่งตั้งโยกย้ายหลายตำแหน่ง

ที่ทำเนียบรัฐบาล ร้อยเอก หญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ