ประกันสังคมปรับลดเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ช่วยสถานประกอบการกว่า 3.4 แสนแห่ง ประหยัดรวม 1,700 ล้านบาทต่อปี เพิ่มส่วนลดสูงสุดเป็น 70% ยืนยันลูกจ้างยังได้รับความคุ้มครองครบถ้วน ไม่มีนายจ้างรายใดต้องจ่ายเพิ่ม
17 ตุลาคม 2569 - สำนักงานประกันสังคมแจ้งข่าวดี เตรียมปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนครั้งใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป โดยคาดว่าจะช่วยลดภาระให้สถานประกอบการ 344,521 แห่ง หรือประมาณร้อยละ 75 ของนายจ้างทั้งหมด คิดเป็นเงินสมทบที่ลดลงรวมประมาณ 1,700 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ลูกจ้างยังคงได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามเดิม
การปรับลดดังกล่าวเป็นไปตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง ประเภท ขนาดของกิจการ ท้องที่ที่ให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบ อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการเรียกเก็บเงินสมทบ (ฉบับที่ 2) ซึ่งปรับปรุงหลักเกณฑ์การจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของแต่ละกิจการ
น.ส.จีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยภาระของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่กำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ จึงเห็นชอบให้ปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน เพื่อช่วยลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ โดยไม่กระทบต่อสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง
สำหรับกองทุนเงินทดแทน เป็นกองทุนที่นายจ้างมีหน้าที่จ่ายเงินสมทบเพียงฝ่ายเดียว ไม่ได้หักจากเงินเดือนลูกจ้าง โดยกองทุนมีหน้าที่ให้ความคุ้มครองและจ่ายเงินทดแทนแก่ลูกจ้างที่ประสบอันตราย เจ็บป่วย ทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะ หรือเสียชีวิตเนื่องจากการทำงาน
น.ส.จีระภา กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมได้ปรับอัตราเงินสมทบหลักให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของกิจการ โดยมีกิจการที่ได้รับการปรับลดอัตราเงินสมทบหลักจำนวน 452 รหัสกิจการ จากทั้งหมด 1,091 รหัสกิจการ
นอกจากนี้ ยังปรับปรุงวิธีคำนวณอัตราค่าประสบการณ์ โดยเพิ่มส่วนลดสูงสุดจากเดิมร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 70 เพื่อจูงใจให้นายจ้างและสถานประกอบการให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยจากการทำงานมากขึ้น
จากการประเมินพบว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยลดเงินสมทบให้สถานประกอบการ 344,521 แห่ง หรือประมาณร้อยละ 75 ของนายจ้างทั้งหมด คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 1,700 ล้านบาทต่อปี ที่สำคัญไม่มีนายจ้างรายใดต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงหลักเกณฑ์ครั้งนี้
เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมยืนยันว่า แม้จะมีการปรับลดเงินสมทบ แต่ไม่ได้หมายถึงการลดสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง โดยยังคงได้รับความคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทนเช่นเดิม ทั้งกรณีบาดเจ็บ เจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตจากการทำงาน
"กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างการดูแลนายจ้างและการคุ้มครองลูกจ้าง การปรับลดเงินสมทบครั้งนี้ไม่ได้ลดทอนสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างแต่อย่างใด แต่เป็นการบริหารจัดการกองทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ พร้อมสร้างแรงจูงใจด้านการส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน และรักษาเสถียรภาพของกองทุนเงินทดแทนให้มีความมั่นคง สามารถเป็นหลักประกันและที่พึ่งของลูกจ้างได้อย่างยั่งยืน" น.ส.จีระภา กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไปหาหมอมา…นึกถึงรัฐสวัสดิการ
มื่อวานผมตื่นแต่เช้าครับ มีนัดไปโรงพยาบาล หลังจากพักนี้มีอาการเวียนหัวเหมือนจะวูบเป็นบางครั้ง
เตือนภัยระดับสีแดงเข้ม!
เห็นคำว่า “เตือนภัยระดับสีแดงเข้ม” ผมนึกว่ามีประกาศอะไรด่วนเสียอีกครับ
'ศ.นพ.ชวลิต' ฝากบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ ควรพัฒนาสิทธิการรักษามะเร็งให้ไม่น้อยหน้าบัตรทอง
ศาตราจารย์ นายแพทย์ ชวลิต เลิศบุษยานุกูล เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ประจำโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ในฐานะหมอที่ดูแลผู้ป่วยมะเร็ง และตนเองก็เป็นผู้ประกันตนด้วย หมอมีเรื่องอยากฝากถึงคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่สักเรื่องครับ นั่นคือ **สิทธิการรักษามะเร็งของผู้ประกันตน**
ทำใจ! 'ดร.อานนท์' ยกเงินสมทบกองทุนประกันสังคมให้ส้มบริหาร เจ๊งเมื่อไหร่ก็จะได้รู้กัน
อานนท์ บอกขอให้แรงงานไทยทุกคน จงโชคดี กับกรรมการบอร์ดประกันสังคม ผู้เชี่ยวชาญคณิตศาสตร์การเมือง แต่ไม่รู้เรื่องคณิตศาสตร์ประกันภัยเลย
14 เสียงประกันสังคมก้าวหน้า ผ่าแดนสนธยา 2.9 ล้านล้าน!
ผลการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อทีม “ประกันสังคมก้าวหน้า” ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับพรรคประชาชน กวาดที่นั่
แลนด์สไลด์! 'ประกันสังคมก้าวหน้า' กวาดทั้งฝ่ายนายจ้าง-ลูกจ้าง
ผลการนับคะแนนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม (อย่างไม่เป็นทางการ) ณ เวลา 07.39 น. จากเว็บไซต์ https://www.sso.go.th/sbe2/ ซึ่งสำนักงานประกันสังคม

