ไทย-กัมพูชากระชับความร่วมมือด้านระบบชำระเงิน หนุนท่องเที่ยว-ค้าขาย 2 ประเทศใช้จ่ายผ่าน QR Code ชำระค่าสินค้าส่งเสริมการใช้เงินสกุลท้องถิ่นระหว่างกัน
15 มิ.ย.2566 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ระบบการชำระเงินระหว่างประเทศมีบทบาทสำคัญต่อการสนับสนุนการค้าและการท่องเที่ยวตามแนวชายแดน ทำให้หน่วยงานด้านการการเงิน อาทิ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้ประสานความร่วมมือกับต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีแนวชายแดนติดกับประเทศไทย เพื่อพัฒนาระบบการชำระเงินที่อำนวยความสะดวกสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวและการค้าระหว่างกันมากขึ้น
ล่าสุด ธปท. และ ธนาคารกลางกัมพูชาได้ขยายความร่วมมือด้านการชำระเงินไทย - กัมพูชาด้วย QR Code ระยะที่ 2 ซึ่งจะสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวไทยสามารถชำระเงินค่าสินค้าที่ร้านค้าในประเทศกัมพูชาด้วย Cross-border QR code ผ่านแอปพลิเคชันธนาคารในโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งทำให้การชำระเงินระหว่าง 2 ประเทศมีความสะดวก ปลอดภัย ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง รวมถึงเป็นการส่งเสริมการใช้เงินสกุลท้องถิ่นทั้งไทยและกัมพูชาโดยไม่ต้องผ่านสกุลอื่น
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ภายใต้ความร่วมมือนี้ทำให้ชาวไทยที่เดินทางไปยังกัมพูชาสามารถใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารไทยได้แก่ ธนาคารกรุงไทย กรุงศรีอยุธยา และไทยพาณิชย์ ที่ร้านค้าในกัมพูชาที่มีสัญลักษณ์ KH QR (มาตรฐาน QR ของกัมพูชา) ของธนาคาร ACLEDA ส่วนกรณีที่ชาวกัมพูชาเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยสามารถชำระเงินค่าสินค้าผ่านแอปพลิเคชันของธนาคาร ACLEDA, Sathapana, Hattha, FTB Bank และ Cambodia Post Bank ณ ร้านค้าไทยที่มี Thai QR ของธนาคารกรุงไทย กรุงเทพ กรุงศรีอยุธยา กสิกรไทย และไทยพาณิชย์ โดยวงเงินใช้จ่ายไม่เกิน 100,000 บาทต่อรายการ และไม่เกิน 500,000 บาทต่อวัน
นอกจากกัมพูชาแล้ว ปัจจุบัน ธปท. ยังมีความร่วมมือกับธนาคารกลางในอาเซียนหลายประเทศเพื่อพัฒนาการชำระเงินผ่าน QR Code ได้แก่ มาเลเซีย, เวียดนาม, อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้มีการใช้เงินสกุลท้องถิ่นของอาเซียนมากขึ้น อำนวยความสะดวกให้การเดินทางท่องเที่ยวในอาเซียนเป็นไปโดยสะดวก ต้นทุนอัตราแลกเปลี่ยนถูกลง โดยชาวไทยที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวและประสงค์จะใช้จ่ายด้วยแอปพลิเคชันธนาคารไทยในประเทศดังกล่าว สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/BOT-Cross-Border-Payment
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผอ.JIC โต้กัมพูชา 'ข้อกล่าวหาไม่ใช่ข้อพิสูจน์' เงิน EU ไม่ใช่คำตัดสิน
ผอ.JIC โต้กัมพูชากรณีกล่าวหาไทยเป็นต้นเหตุวัตถุระเบิดตามแนวชายแดน ชี้เงินช่วยเหลือ 1.6 ล้านยูโร
นายกฯ ยินดี 'เนเน่ รอยัล' คว้าแชมป์ AGT 21 เปล่งประกายบนเวทีโลก
ส่งใจจากนิวยอร์กถึงแคลิฟอร์เนีย นายกฯ ร่วมยินดี 'เนเน่ รอยัล' เยาวชนไทยเปล่งประกายบนเวทีโลก คว้าแชมป์ America’s Got Talent Season 21 ชื่นชมความสามารถ–ความมุ่งมั่น สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย
ย้ำ! ผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้
รัฐบาลย้ำผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปทุกรายต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะอย่างถูกต้อง ภายในวันที่ 30 ก.ย. เผยสถิติยอดทำใบขับขี่รถสาธารณะพุ่งกว่า 3 เท่าตัว
โอกาสมาแล้ว! รัฐบาลชวนครู-นักเรียนไทยสร้างเครือข่ายกับ รร.ออสเตรเลีย-อาเซียน
รัฐบาลเปิดโอกาสโรงเรียนไทยสร้างเครือข่ายกับ รร.ออสเตรเลียและอาเซียน ผ่านโครงการ BRIDGE School Partnership 2026-2027 คัดเลือก 15 รร.จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ รร.ออสเตรเลีย
'ลลิดา' สอนอดีตทูต! บอกภาษีสหรัฐอย่ามองแค่ส่วนเดียว
รองโฆษกรัฐบาลโต้ 'พิศาล' ปมภาษีสหรัฐฯ ชี้ อย่านำตัวเลข 12.5% เพียงส่วนเดียวมาสรุปภาพทั้งหมด ย้ำต้องดูผลรวม ม.301 เทียบคู่แข่ง–ไทยเร่งปิดดีล ART รักษาความสามารถแข่งขัน
'ลลิดา' สวน 'รักชนก' ปม กยศ.ชี้ไม่ใช่แค่เติมเงินแต่เงินต้องหมุนกลับด้วย
'ลลิดา' สวน 'รักชนก' ปม กยศ. ชี้เติมเงินอย่างเดียวไม่จบ หากเงินไม่หมุนกลับถึงรุ่นน้อง ย้ำพร้อมเติมงบ–ช่วยคนไม่มีรายได้ แต่ผู้มีกำลังจ่ายต้องคืนเงินเข้ากองทุน

