นายกฯ ชวนประชาชนอุดหนุนผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน

นายกฯ ร่วมประชาสัมพันธ์งานตรานกยูงพระราชทานสืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 18 เชิญชวนประชาชนส่งเสริมการใช้ผ้าไหมไทยให้แพร่หลาย ส่งเสริม Soft Power ของไทยสู่ระดับสากล

23 ส.ค.2566 – น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ณ โถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อประชาสัมพันธ์ “งานตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 18” ประจำปี 2566 น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 โดยมีนายศรัญญู พูลลาภ รองอธิบดีกรมหม่อนไหม ว่าที่ รต.ธีระนันท์ พิจารโชติ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีหม่อนไหม นางพรพิณี บุญบันดาล ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์ และ น.ส.นุชจรี วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาหม่อนไหม เข้าร่วมด้วย

นายกฯ รับฟังความเป็นมาเกี่ยวกับหม่อนไหมและเยี่ยมชมเส้นไหม กระเป๋าผ้าไหม ผ้าไหม ผลิตภัณฑ์หม่อนไหม ที่ชนะการประกวดการแข่งขันสาวไหม ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์หม่อนไหมระดับประเทศ ประจำปี 2566 ทั้งนี้ นายกฯ ชื่นชมผู้ผลิต นักออกแบบ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่นำหม่อนไหมมาสร้างสรรค์ผลงาน ใส่ความเป็นไทยจนเกิดความสวยงาม และประณีต ถือเป็นอีกหนึ่ง Soft Power ของไทย ขอให้ทุกคนดูแลรักษาความเป็นไทยนี้ไว้และนำไปพัฒนา ต่อยอด ขยายตลาดออกไปสู่ต่างประเทศ โดยการเอาความทันสมัยมาผสมผสานกับสิ่งที่เรามี เสริมเติมแต่งให้กับยุคสมัย เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผ้าไหมไทย นอกจากนี้ นายกฯ เชิญชวนให้ประชาชนทุกคน ช่วยส่งเสริมการใช้ผ้าไหมไทยให้แพร่หลายในประชาชนทุกกลุ่ม ซึ่งจะเป็นการสืบสาน รักษา และส่งเสริมผ้าไหมไทยให้เป็นที่รู้จักไปสู่ระดับสากลได้อีกทางหนึ่งด้วย

สำหรับ “งานตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 18” กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมหม่อนไหม จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ไหมไทยล้ำค่า สายใยแห่งภูมิปัญญา พัฒนาสู่สากล” โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม - 3 กันยายน 2566 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 20.00 น. ณ ฮอลล์ 6 - 7 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงสืบสานและทรงให้ความสำคัญกับผ้าไหมไทย เป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ้าไหมไทย คุณภาพผลิตภัณฑ์จากหม่อนและไหม รวมทั้งภารกิจและผลงานของกรมหม่อนไหมให้เป็นที่รู้จัก ตลอดจน เป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทาน ผลิตภัณฑ์จากหม่อนและไหมของเกษตรกรให้ถึงมือผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ การจัดแสดงเครื่องหมายตรานกยูงพระราชทาน การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผ้าไหม ตรานกยูงพระราชทาน ประเภทผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมยกดอกลำพูน ผ้าไหมแพรวา ผลงานการประกวดเส้นไหม ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานและผลิตภัณฑ์หม่อนไหม ประจำปี 2566 ผลงานของกรมหม่อนไหม และการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับหม่อนไหม เป็นต้น รวมทั้งยังมีการออกร้านจำหน่ายผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ไหมไทย และสินค้าหม่อนไหม มากกว่า 200 ร้านค้า

“รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจสามารถเที่ยวชมและอุดหนุนผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานได้ในงานตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 18 ประจำปี 2566 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ส.ค.- 3 ก.ย.นี้ ณ ฮอลล์ 6 - 7 อิมแพ็ค เมืองทองธานี” น.ส.รัชดา กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลแนะให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยของขวัญวาเลนไทน์

รัฐบาลแนะทางเลือกของขวัญช่วงเทศกาลแห่งความรัก 14 ก.พ. ด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยคุณภาพ ภายใต้แนวคิด 'ให้รัก ดูแลใจ ใส่ใจสุขภาพ' ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ควบคู่การสนับสนุนภูมิปัญญาไทย

'ปลานิลสายน้ำไหลเบตง' ขึ้นชั้นสินค้า GI ลำดับที่ 6 ของยะลา

รัฐบาล เผยขึ้นทะเบียน 'ปลานิลสายน้ำไหลเบตง' สินค้า GI ลำดับที่ 6 ของจังหวัดยะลา เนื้อแน่น รสชาติหวาน ปราศจากกลิ่นโคลน คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดปีละ 19 ล้านบาท

รัฐบาลแนะคนหางานใช้แอป 'คนทำงานอิสระ' หาตำแหน่งว่าง!

รัฐบาลแนะคนหางาน ใช้บริการเว็บไซต์ 'คนทำงานอิสระ.doe.go.th' หรือแอปพลิเคชัน 'คนทำงานอิสระ' ศูนย์รวมงานและบริการอาชีพอิสระ ค้นหาตำแหน่งงานว่างทั่วประเทศ

ขึ้นทะเบียน 'กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต' สินค้า GI

'อัยรินทร์' เผยขึ้นทะเบียน 'กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต' สินค้า GI ลำดับ 4 ของจังหวัด ยกระดับสินค้าประมงพื้นบ้านสู่สินค้าพรีเมียม ราคากิโลกรัมละ 3,000 บาท คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 65 ล้านบาทต่อปี