สส.ประชาชาติ แถลงโต้ 'ณฐพร' ยื่นศาลรธน.ยุบพรรคเอี่ยวทำประชามติแบ่งแยกดินแดน

“ประชาชาติ” ยัน ไม่มีเอี่ยวจัดงานเสวนา - ทำประชามติแบ่งแยกดินแดน แค่รับเชิญเป็นวิทยากร ย้ำ ไร้กังวลพร้อมแจงทุกกรณี มั่นใจที่ผ่านมาเป็นการกระทำตามปกติในฐานะพรรคการเมือง

6 ก.ย.2566 - ที่รัฐสภา นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ โฆษกพรรคประชาชาติ (ปช.) พร้อมด้วยส.ส.พรรค แถลงข่าวสืบเนื่องจากกรณีที่นายณฐพร โตประยูร ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคประชาชาติ ปมล้มล้างการปกครอง เพื่อให้วินิจฉัยต่อการกระทำของสมาชิกจากสามพรรคการเมือง ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวขอให้มีการทำประชามติ เรียกร้องเอกราชปัตตานี ร่วมกับกลุ่มขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ (Pelajar Bangsa) ว่า ตนในฐานะโฆษกพรรคประชาชาติขอชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่า การจัดงานเวทีของขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ (Pelajar Bangsa) เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.66 เพื่อทำเวทีประชามติแบ่งแยกดินแดน ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ทางพรรคประชาชาติไม่ได้เป็นผู้ร่วมจัดงานแต่อย่างใด หากแต่เป็นเพียงผู้ได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรบนเวที ในช่วงบ่ายซึ่งทางพรรคได้มอบหมายให้ นายวรวิทย์ บารู ส.ส.เขต 1 จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นอดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ไปเป็นวิทยากรแทน

โดยได้เดินทางไปในช่วงบ่าย และไม่ทราบว่าช่วงเช้าของวันนั้นมีการจัดทำประชามติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และในการไปเป็นวิทยากรบนเวที นายวรวิทย์ ก็ไม่ได้กล่าวถึงหรือพูดถึงการทำประชามติเกี่ยวกับการแบ่งแยกดินแดนแต่อย่างใด อีกทั้งนับแต่เกิดเหตุการณ์และเป็นข่าวก่อนหน้านี้ นายวรวิทย์ ก็ได้ไปชี้แจงต่อฝ่ายสอบสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียบร้อยแล้ว ประกอบกับจนถึงบัดนี้ทางพรรค และนายวรวิทย์ ก็ไม่ได้มีหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา หรือแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความผิดล้มล้างการปกครอง หรือการปลุกระดมใดๆทั้งสิ้น

“ทางพรรคประชาชาติขอยืนยันว่า การดำเนินกิจการของพรรคตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พรรคสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีนโยบายอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด” นายกมลศักดิ์ กล่าว

นายกมลศักดิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางพรรคทราบตามข่าวว่านายณฐพรไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวานนี้ (5 ก.ย.) โดยสรุปของพฤติการณ์ที่อ้างว่าพรรคประชาชาติมีเจตนาล้มล้างการปกครองเพียงเท่านั้น ส่วนรายละเอียดที่นายณฐพรอ้างในคำร้องว่ามีพฤติการณ์อะไรบ้าง เราก็พร้อมที่จะชี้แจง และมั่นใจว่าการดำเนินการของพรรคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา เราไม่ได้ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และเท่าที่ตนทราบวันนั้นมีตัวแทนจากพรรคเป็นธรรม (ปธ.) ส่วนพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เขาได้รับคำเชิญแต่ทางพรรคก้าวไกลไม่ได้ร่วมด้วย และมีตัวแทนจากพรรคประชาชาติโดยสรุปแล้วมีเพียง 2 พรรคที่เข้าร่วม ฝั่งนายณฐพรอ้างเหตุพฤติการณ์อะไร ขอดูคำร้องที่ยื่นไปให้ศาลฯ หากกรณีที่ศาลฯรับก็ต้องส่งให้พรรคชี้แจง เราก็ชี้แจงตามนั้น

ส่วนความกังวลนั้นตนไม่ได้กังวล เรามั่นใจการทำงานของพรรคประชาชาติมาโดยตลอดระยะเวลา 4-5 ปี เรามองว่า ประเด็นเหล่านี้เราไม่ทราบเจตนาที่แท้จริงของคนที่ร้องว่าเป็นอย่างไร แต่การกล่าวหาใครว่าต้องการล้มล้างการปกครองตนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องพิสูจน์ให้เห็นถึงเจตนาอย่างแท้จริง เรายืนยันมาโดยตลอดว่าพรรคประชาชาติไม่ว่าจะเป็นอดีตหัวหน้าพรรคอย่าง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ก็อยู่ในวงการการเมืองมากว่า 40 กว่าปี ก็อยู่ในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมาโดยตลอด 4 ปีที่เราทำหน้าที่ฝ่ายค้านเราก็อยู่เคียงข้างประชาชน ไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครอง

เมื่อถามว่า มองว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่สามารถคาดเดาได้ ว่าเจตนาที่แท้จริงเป็นอย่างไร เพราะถ้าดูพฤติการณ์ปกติที่เราดำเนินการในวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา เราถือว่าเป็นการดำเนินการปกติในฐานะพรรคการเมือง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชิงปธ.ศาลรธน.คนใหม่ หลังจบพ.ร.ก.4แสนล้าน คิวร้อนต่อไปปิดคดีบัตรเลือกตั้ง

มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่วินิจฉัยว่า “พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท” ที่ออกโดยมติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง

คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. เปิด 3 เหตุผล หนุน 'ตุลาการเสียงข้างน้อย' ศาล รธน. ชี้พรก.กู้เงินฯยังไม่จำเป็นเร่งด่วน

รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณี พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายและมาตรการทางการคลังในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้หลักการแบ่งแยกอำนาจทางการคลังระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติอ่อนแอลง เห็นด้วยกับความเห็นของตุลาการเสียงข้างน้อย ด้วยเหตุผลดังนี้

ปชป. กังวลคำวินิจฉัยศาล รธน. จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ รัฐบาลกู้เงินในภาวะปกติ

'ประชาธิปัตย์' น้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. ชี้รัฐบาลออก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ยอมรับเป็นเรื่องยากจะตีความในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังติดใจจะติดตามการใช้เงินส่วน ที่ 2 เหตุยังไม่มีรายละเอียดชัดในการทำงบ ปี 70

'ณัฐพงษ์' บอกคำวินิจฉัยไม่ได้ผิดไปจากที่พรรคคาดไว้!

'เท้ง' ผิดหวัง แต่ไม่ผิดคาด หลังศาล รธน.ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ยันไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน แต่ยัดไส้โครงการ 'ศิริกัญญา' กังขา 'รถขยะ EV-ลานกีฬาโซลาร์' ซ้ำซ้อนงบปี 70 จ่อหาทางตัดในกมธ.งบฯ

'โจ มณฑานี' เย้ยฝ่ายค้านจะลาออกมั้ย! ถามหาความรับผิดชอบ หลังศาลไฟเขียว พรก.กู้เงินฯ ไม่ขัด รธน.

ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดลงมติวินิจฉัยร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่ ฝ่ายค้าน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน และนายกรณ์ จาติกวณิช สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์