
6 พ.ย. 2566 – กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ฝนสะสมรายวัน (ทุกๆ 24 ชม. : (นับตั้งแต่ 07.00น. ถึง 07.00น.วันรุ่งขึ้น) 10 วันล่วงหน้า ระหว่าง 6-15 พ.ย.66 อัปเดตจากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) : ปีนี้การเริ่มต้นฤดูหนาวมาช้า อาจจะเลื่อนไปในช่วงกลางเดือน พ.ย. (14 หรือ 15) เนื่องจากระยะนี้ยังมีการกระจายของฝนบริเวณประเทศไทยตอนบน และอุณหภูมิยังไม่ลดลง
โดยช่วง 6 -13 พ.ย.66 คาดว่าจะมีมวลอากาศเย็นที่แผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนเป็นระลอกๆ แต่กำลังไม่แรง ลมหนาวเบาบ้างแรงบ้าง อากาศยังเปลี่ยนแปลง ฝนยังเกิดขึ้นได้ได้ช่วงแรกที่มวลอากาศเย็นแผ่ลงมา ส่วนใหญ่เป็นฝน/ฝนฟ้าคะนอง อากาศยังเย็นลงไม่มาก ความชื้นสูง และยังมีลมตะวันออกพัดเข้ามาแทรกบางช่วง พี่น้องเกษตรกรที่กำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตต้องเฝ้าระวังฝน เช้าถึงบ่ายแดดดี เย็นๆ อาจมีเมฆมาก และมีฝนรบกวน ส่วนภาคใต้ยังมีฝนได้ต่อเนื่องหนักเบาสลับกันไป โดยเฉพาะตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย.66 เป็นต้นไปจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักเพิ่มขึ้น ต้องเฝ้าระวัง พี่น้องชาวเรือระวังคลื่นลมแรงบริเวณที่ฝนฟ้าคะนอง
ส่วนช่วง 14 -15 พ.ย.66 สัญญาณการเริ่มต้นฤดูหนาวเริ่มชัดขึ้น ต้องติดตาม (ข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลนำเข้าใหม่ ภายใต้เงื่อนไขของปีที่เกิดปรากฎการณ์เอลนีโญ ซึ่งทำให้สภาวะฝนและพายุเปลี่ยนแปลงไป ใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ).
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วันนี้ห้ามลืมร่ม! ฝนถล่ม 30-60%ของพื้นที่
กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าในลักษณะทั่วไป
อุตุฯ เตือนฝนฟ้าคะนอง 44 จังหวัด รับมือท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูง
กรมอุตุฯ ออกประกาศฉบับที่ 11 เตือนอากาศแปรปรวน ภาคเหนือฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 11 เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย
'อุตุฯ' เตือนไทยตอนบนรับมืออากาศแปรปรวน ภาคใต้ฝนตกหนัก
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง
กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 6 เตือนประเทศไทยอากาศแปรปรวน
นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2569) ฉบับที่ 6 (55/2569) โดยมีใจความว่า

