'ส้นสูง' บุกทำเนียบอีกรอบทวงเงินเยียวยา โอดมาตรการรัฐช่วยคนกลางคืนไม่ตรงเป้า

20 ธ.ค.2564 - ทันตา เลาวิลาวัณยกุล ผู้ประสานงานเครือข่ายพนักงานบริการ มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ เปิดเผยว่าพนักงานบริการได้เดินทางไปบริเวณหน้าทำเนียบเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ให้ชดเชยเงินเยียวยาให้ เดือนละ 5,000 บาทให้กับพนักงานบริการจนกว่าจะกลับมาทำงานได้ โดยได้รอฟังข่าวจากภาครัฐแต่ก็ยังนิ่งเงียบ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั้งรัฐบาลประกาศจะเปิดประเทศ 1 ธันวาคมและจะให้สถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ กลับมาเปิดได้พนักงานบริการต่างก็ดีใจและเตรียมตัวในการทำงาน เอารองเท้าที่ไม่ได้ใช้มานาน มาปัดทำความสะอาด แต่สุดท้ายกลับถูกเลื่อนไปเป็นปีหน้า ทั้ง ๆที่พนักงานบริการต่างดีใจและเตรียมพร้อมที่จะทำงานในช่วงปีใหม่กันแล้ว ทำให้ความหวังของพนักงานบริการพังลง

ทันตากล่าวว่า กลุ่มพนักงานบริการเราเห็นว่าไหน ๆก็ไม่ได้ทำงาน รองเท้าที่เตรียมไว้ก็ไม่ได้ใช้จึงร่วมทำคลิประบายความในใจและส่งรองเท้าไปให้รัฐบาลเพื่อบอกว่าอย่าลืมพวกเรานะ โดยใช้คำเปญว่า “ส้นสูงส่งเสียง” และพนักงานบริการได้ช่วยกันส่งรองเท้าไปยังทำเนียบรัฐบาลกว่า 100 กล่อง แต่รัฐกลับไม่รับฟังเสียงและรองเท้าของเราถูกตีกลับมา และโครงการที่รัฐกำลังจะมีมติออกมาเพื่อเยียวยาก็ไม่มีความชัดเจนว่าเราพนักงานบริการจะเข้าถึงได้อย่างไรเพราะพนักงานบริการส่วนมากไม่มีประกันสังคมและทำงานอิสระ ร้านยังไม่ได้กลับมาเปิดทำงานได้ เราจึงจะนำรองเท้าส้นสูงของเราที่ถูกตีกลับไปทวงถามอีกครั้งว่าเมื่อไหร่รัฐบาลจะมองเห็นเราสักที

“พวกเราจะนำรองเท้าที่ถูกตีกลับมาจัดนิทรรศกาลว่านี้คือคำตอบของรัฐบาล ณ บริเวณหน้าหอศิลป์กรุงเทพในวันที่ 21 ธันวาคม เวลา15.00 -20.00 น. และในวันที่ 22 พวกเราจะไปยื่นหนังสือเพื่อทวงถามอีกครั้งที่หน้าทำเนียบรัฐบาลเวลา 10.00 น.”ทันตา กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ามาตรการเยียวยาที่รัฐบาลกำลังจะออกใหม่ เข้าไม่ถึงกลุ่มคนทำงานกลางคืนหรือ ไหมกล่าวว่าเป็นการเข้าถึงเพียงแค่บางกลุ่มเท่านั้น เช่น นักร้อง นักดนตรี แต่พวกตนไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขเหล่านั้นเลย ทั้งพนักงานอาบอบนวด บาร์อะโกโก้ ซึ่งรัฐบาลไม่มีชัดเจนว่าจะให้เงินเยียวยาหรือไม่ ที่สำคัญคือดูเหมือนว่าคนที่จะได้รับเงินเยียวยาต้องไปขึ้นทะเบียนกับสมาคม ซึ่งพนักงานบริการไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขเหล่านั้น ดังนั้นเราจึงอยากไปถามว่าทำไมถึงไม่ให้ชัดเจน

ทั้งนี้พนักงานบริการได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ระบุว่า พวกเรารวมกลุ่มกันเพื่อทำกิจกรรมสิทธิของพนักงานบริการ สมาชิกในกลุ่ม คือ คนทำงานบริการในสถานบริการ บาร์ คาราโอเกะ อะโกโก้ อาบอบนวด นวดสปา และคนทำงานในพื้นที่อิสระ รวมไปถึงบนแพรตฟอร์มออนไลน์ เราพนักงานบริการทำกิจกรรมเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยในการทำงานและได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน ได้รับสิทธิ ไม่ถูกเลือกปฏิบัติและตีตรา

แถลงการณ์ระบุว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ตั้งแต่ มกราคม ปี 2563 จนกระทั่งปัจจุบันเป็นเวลากว่า 426 วัน ที่รัฐบาลสั่งปิดสถานบริการ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา พนักงานบริการได้เรียกร้องกับรัฐบาลมาโดยตลอด ให้ดำเนินการเยียวยาคำสั่งปิดสถานบริการ เป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท ต่อเดือนให้กับพนักงานบริการและคนทำงานในสถานบริการทุกคนจนกว่าสถานบริการจะกลับมาเปิดดำเนินกิจการได้ แต่รัฐบาลยังคงเพิกเฉยไม่มีการเยียวยาใด ๆ พนักงานบริการได้รับการเยียวยาอยู่เพียง 90 วันในโควิดระลอกแรก จากโครงการเราไม่ทิ้งกัน เป็นเงินจำนวน 15,000 บาท เห็นชัดว่าว่ารัฐบาลไม่ใส่ใจทิ้งกลุ่มคนทำงานบริการภาคกลางคืนไว้ข้างหลัง

“โควิดส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจทำให้สถานบริการขนาดกลางและขนาดเล็กต้องปิดตัวลง พนักงานถูกให้ออก เกิดภาวะตกงานทั่วประเทศ อีกทั้งการบริหารจัดการแก้ไขของรัฐบาลที่ไม่มีประสิทธิภาพและล่าช้า แม้ว่ารัฐบาลจะได้ออกมาตรการต่าง ๆ มาช่วยเหลือประชาชน เช่น โครงการเราชนะ เราไม่ทิ้งกัน เรารักกัน หรือเงินช่วยเหลือจากประกันสังคม ซึ่งพบว่าเงินเยียวยาไม่เพียงพอ ไม่ทั่วถึง บางมาตรการก็เข้าไม่ถึงโดยเฉพาะพนักงานบริการที่ไม่มีประกันสังคม ที่มีถึง90% และพนักงานบริการที่เป็นแรงงานข้ามชาติหรือชาติพันธุ์”แถลงการณ์ระบุ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจ-คปภ. ร่วมจับเครือข่ายโกงประกันโควิด ปลอมเอกสารเบิกค่าสินไหม

พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) พร้อมด้วย พล.ต.ต พุฒิเดช บุญกระพือ บังคับการปราบปรามการดระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) นายชัยยุทธ มังศรี รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ)

นายกฯชมทีมวิจัยไทยคิดค้นเครื่องตรวจผู้ป่วยโควิด วิเคราะห์จากลมหายใจ ลดการสัมผัสร่างกาย

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ด่วน! ศาลจังหวัดพัทยา ออกหมายจับ 'เสี่ยยศ' เจ้าของตัวจริง ผับเมาน์เทนบี

มีรายงานว่า ศาลจังหวัดพัทยา ได้ออกหมายจับเลขที่ 375/2565 ทำการจับกุมตัว นายสมยศ ปั้นประสงค์ หรือ “เสี่ยยศ” อายุ 55 ปี ในความผิด 2 ข้อหา ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและอันตรายสาหัส และร่วมกันตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต

ห่วงผู้หายป่วยเจอ 'ลองโควิด' สั่ง สธ. ให้ความรู้ ปชช. ยันรักษาฟรีตามสิทธิ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ฝากกระทรวงสาธารณสุข ความห่วงใยถึงผู้หายป่วยแล้ว อาจพบภาวะลองโควิด (Long Covid) ซึ่งเป็นภาวะที่พบในผู้ป่วยที่เคยเป็นโควิด-19 และรักษาจนหายแล้ว

อย่าตระหนกเกินเหตุ! 'หมอยง' ไขข้อข้องใจ 'ลองโควิด'

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า โควิด-19 ลองโควิด