รีบเลย 'เท้ง'

เร่เข้ามาครับ...

ฝ่ายค้านเตรียมซักฟอกรัฐบาลแล้ว

"หัวหน้าเท้ง" บอกว่าเอาแน่ ในสมัยประชุมหน้า

สมัยประชุมหน้าจะเริ่มตั้งแต่วันที่ ๒๕ สิงหาคม ถึง ๒๒ ธันวาคม ฉะนั้นรัฐบาลโดนแน่ๆ ครับ ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแน่นอน

ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา รัฐสภานับเป็นสถาบันทางการเมืองที่มีความสำคัญสถาบันหนึ่ง

เป็นศูนย์รวมของผู้ซึ่งประชาชนได้เลือกให้มาทำหน้าที่แทนตนในการออกกฎหมาย ควบคุมและตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน

นับตั้งแต่ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตยเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๕ รูปแบบและอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา ได้เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ของประเทศ ขึ้นอยู่กับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ      หลักการที่สำคัญของการปกครองในระบบรัฐสภา คือ การถ่วงดุลอำนาจกับฝ่ายบริหาร

โดยฝ่ายบริหารมีอำนาจในการยุบสภาผู้แทนราษฎรได้ และรัฐสภาก็มีสิทธิ์ที่จะขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจฝ่ายบริหารได้เช่นเดียวกัน

นี่คือมาตรการที่สำคัญและเด็ดขาด

อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครองได้

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ บัญญัติให้การบริหารราชการแผ่นดินภายใต้คณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา และต้องรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรในหน้าที่ของตน

รวมทั้งต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อรัฐสภาในนโยบายทั่วไปของคณะรัฐมนตรีด้วย

ดังนั้น อำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน จึงหมายถึง การสอดส่องดูแลการปฏิบัติงานของคณะรัฐมนตรีหรือฝ่ายบริหารด้วยวิธีการที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้

เช่น การตั้งกระทู้ถาม

การขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นในปัญหาอันเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน

รวมทั้งการขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล อันอาจส่งผลให้รัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งได้

นับเป็นหลักการสำคัญอีกประการหนึ่งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ให้มีการถ่วงดุลอำนาจระหว่างกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้อำนาจเกินขอบเขต จนอาจทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน

นั่นคือความสำคัญของฝ่ายค้าน

และความสำคัญของการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร

การอภิปรายไม่ไว้วางใจคือมาตรการตรวจสอบขั้นสูงสุด!

รัฐบาลอนุทินนับหนึ่งตั้งแต่วันที่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ มาวันนี้ร่วมๆ ๕ เดือนแล้ว เห็นหน้าเห็นหลังพอสมควร

รัฐบาลอนุทินถูกโจมตีหลายเรื่อง อาทิ คอร์รัปชัน ไร้ความสามารถในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ครอบงำองค์กรอิสระ

"หัวหน้าเท้ง" บอกว่า...

"...จะเป็นในสมัยประชุมหน้านี้แน่นอน แต่จะเป็นช่วงไหนนั้นเนื่องจากเป็นจังหวะทางการเมือง มีเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่าฝ่ายบริหารหรือนายกรัฐมนตรีจะไม่สามารถยุบสภาได้ หลังจากที่มีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้นการเปิดเผยไทม์ไลน์ที่จะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็จะขัดกับเรื่องของการเมืองเล็กน้อย ฉะนั้น จึงไม่สามารถที่จะบอกในส่วนนี้ได้

แต่จะเป็นในสมัยประชุมหน้าแน่นอน..."

ฟังแล้วก็อาจจะงงๆ อยู่บ้างตรงที่ บอกว่าไทม์ไลน์จะขัดกับเรื่้องการเมืองเล็กน้อย

มันหมายความว่าอย่างไร?

ไม่ทราบจริงๆ ครับว่า "หัวหน้าเท้ง" หมายความว่าอย่างไร

ขัดกันเองระหว่างฝ่ายค้าน

หรือขัดกันเองในพรรคส้ม

เห็น "ไหม ศิริกัญญา" นั่งน้ำตาซึมคนเดียวเพราะชนกำแพง ก็เป็นไปได้ครับว่า ในพรรคส้มเริ่มเล่นดนตรีคนละเพลงกันแล้ว

เรื่องที่นายกฯ ยุบสภาไม่ได้หลังฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นความรู้พื้นฐานที่ชาวบ้านทั่วไปรู้ดีอยู่แล้ว

แล้วจังหวะไหนของ "หัวหน้าเท้ง" ที่ยังไม่อยากให้นายกฯ ยุบสภา

ก็น่าคิดนะครับ จะยื่นซักฟอกทั้งที ผู้นำฝ่ายค้านกลับมีเงื่อนไขให้ชวนงงงวย ต้องรอไทม์ไลน์ รอจังหวะทางการเมือง

แทนที่จะดูว่ามีหลักฐานมายืนยันให้เห็นว่าไม่สามารถปล่อยให้รัฐบาลอยู่บริหารประเทศได้แม้แต่วินาทีเดียว

ไปดูประเด็นซักฟอกบ้างว่า "หัวหน้าเท้ง" มีไพ่อะไรอยู่ในมือ

"...เยอะแยะเต็มไปหมดในเรื่องของระบอบสีน้ำเงิน ที่ปัจจุบันเป็นรากของปัญหาในแต่ละเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน ความไม่โปร่งใสขององค์กรอิสระ

คิดว่าประชาชนเห็นภาพขึ้นทุกวัน

ตราบใดที่เรายังมีรัฐบาลที่บริหารประเทศ ใต้ระบอบสีน้ำเงิน ประเทศไทยไม่มีอนาคตแน่นอน และต้องเรียกว่าบิลทุกใบที่รัฐบาลบริหารประเทศอย่างฉ้อฉล บริหารประเทศผิดพลาด เราเก็บไว้หมดและทุกอย่างจะถูกนำมาเปิดในเวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ..."

ถ้ามีจริงอย่าปล่อยให้รัฐบาลบริหารประเทศต่อเลยครับ เปิดสภาวันที่ ๒๕ สิงหาคม ฝ่ายค้านควรยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในทันที

เพราะสิ่้งที่ "หัวหน้าเท้ง" พูดมานั้น ล้วนสร้างความฉิบหายให้ประเทศทั้งสิ้น

แล้วจะรอจังหวะทางการเมืองไปเพื่ออะไร

เมื่อการปกครองภายใต้ระบอบสีน้ำเงินเป็นภัยต่ออนาคตของประเทศ วันเดียวก็ปล่อยไว้ไม่ได้

สงสารประชาชนเถอะครับ อย่าปล่อยให้รัฐบาลทำงานต่อไปอีกเลย

มีคำถามที่นักข่าวถาม "หัวหน้าเท้ง" แล้วได้คำตอบเป็นการยืนยันว่า ฝ่ายค้านต้องเปิดซักฟอกโดยด่วนนั่นคือคำถามที่ว่า "มีอะไรบ้างที่จะทำให้ประชาชน รู้สึกว้าว"

"หัวหน้าเท้ง" ตอบว่าไงรู้มั้ยครับ

"...จะเป็นข้อมูลในเชิงลึกมากขึ้น ซึ่งจริงๆ ในฐานะฝ่ายค้าน เราตรวจสอบทุกวันอยู่แล้ว ผ่านการตั้งกระทู้และเวทีของกรรมาธิการ ฉะนั้น หากจะพูดถึงกรอบเนื้อหา จะเป็นข้อมูลบางอย่างที่เป็นข้อมูลเชิงลึกมากยิ่งขึ้น ที่ในการทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้าน เราจะไม่สามารถเปิดเผยได้ในเวทีของสื่อหรือเวทีต่างๆ แต่เวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะมีเอกสิทธิ์ในการคุ้มครองการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านอยู่..."

นี่คือคำยืนยันจากฝ่ายค้านว่ามองเห็นหายนะที่จะเกิดกับประเทศแล้ว

ข้อมูลลึกขนาดนั้น มากขนาดนั้น ใจเย็นอยู่ได้อย่างไร

หากไม่เร่งรีบจัดการในทันที ก็เท่ากับว่าฝ่ายค้านมีส่วนร่วมกับหายนะที่เกิดขึ้นด้วย

นอกเสียจากว่า ที่พูดมาคือ "โม้".

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อิทธิพลของคนโกง

“ผมไม่ต้องการล้มรัฐบาลชุดนี้ แต่ให้อยู่ไม่เป็นสุข” นั้นคือคำประกาศของ "สนธิ ลิ้มทองกุล" ก็ว่ากันไป... สรุปคือต้องรอวันที่ ๑๔ กันยายน วันที่ กกต.จะเอาไงกับคดีฮั้ว สว. "สนธิ" บอกว่าหากผลการพิจารณาคดีฮั้ว สว.ออกมาเป็นไปตามแนวทางมติ ๕ ต่อ ๒ ของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาและข้อโต้แย้ง คณะที่ ๓๖ เป็นการตัดตอนผู้เกี่ยวข้องระดับสูง ก็จะมีความเคลื่อนไหวภายในสัปดาห์ดังกล่าว

มันมากกว่าฮั้ว สว.

เรื่องฮั้ว สว.จะเป็นชนวนสำคัญทางการเมืองครับ ถึงขั้นล้มรัฐบาลได้ ไม่ใช่เพราะ “ไอติม-ไอลอว์” ออกมาแฉ

อาถรรพ์กันยายน

ดุเดือดครับ...การเมืองรอบสัปดาห์นี้ โหมโรงนำไปสู่การซักฟอกรัฐบาลที่ฝ่ายค้านยังปิดเป็นความลับว่าจะยื่นเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆ คือ ยื่นในสมัยประชุมนี้อย่างแน่นอน สรุปคือไม่เกิน ๒๒ ธันวาคม

เอาประเทศของเราคืนมา

มาแล้วครับ... สนธิ ลิ้มทองกุล ประกาศ "ลงถนน" ผ่านเพจ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" "...ถึงเวลาแล้ว 'เอาประเทศไทยของเราคืนมา' สนธิแถลงข่าว ๗ กันยา. แสดงจุดยืนลงถนน

ขำตรงไหน

ดูเหมือนจะเป็นเอกฉันท์ครับ เสียงบูลลี สว. "ประทุม วงศ์สวัสดิ์" ที่นำเสนอแก้ปัญหา "นอมินี" บริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย ด้วยการให้ต่างชาติถือหุ้น ๑๐๐%

เปลี่ยนม้ากลางศึก

ไม่มีสาระอะไรมากหรอกครับ... แค่ตรวจสอบประวัติของโฆษกรัฐบาลคนใหม่ เพราะอยากรู้ว่าทำไมนายกฯ อนุทินถึงตัดสินใจเปลี่ยนม้ากลางศึก