"ปลัดมท." เผยฝ่ายปกครองอำเภอเสาไห้จับกุมต่างด้าวปล่อยเงินกู้ จากเบาะแสการรับลงทะเบียนหนี้นอกระบบ พร้อมเชิญชวนประชาชนมาลงทะเบียนแจ้งเบาะแสเจ้าหนี้ขูดรีดเพื่อให้การช่วยเหลือทันที
2 ธ.ค.2566 - นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณี ฝ่ายปกครองอำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี บุกจับตัวชาวต่างชาติ 3 ราย ปล่อยเงินกู้นอกระบบ หลังจากได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนที่มาลงทะเบียนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากหนี้นอกระบบในวันแรก ณ ที่ว่าการอำเภอเสาไห้ โดยได้ระบุว่ามีคนต่างด้าวมีพฤติการณ์ปล่อยเงินกู้นอกระบบให้แก่พ่อค้าแม่ค้าภายในตลาดร่มโพธิ์ ตำบลเสาไห้ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี
นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล เรื่องวาระเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาขจัดความยากจน และ ปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยเอาจริงเอาจังเริ่มตั้งแต่การจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพลให้ครอบคลุมประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาหนี้นอกระบบ และ ปัญหาหนี้สินรายย่อย โดยเปิดรับลงทะเบียนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากหนี้นอกระบบทั้งในระบบออนไลน์ และวอล์คอินเข้าไปขอรับบริการ ณ ศูนย์อำนวยการแก้ไขหนี้นอกระบบทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2566 เป็นต้นไป ซึ่งจากที่ได้รับรายงานในวันแรก มีผู้ลงทะเบียนทั่วประเทศรวมกว่า 22,090 ราย มูลหนี้กว่า 935 ล้านบาท โดยได้กำชับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำนวยความสะดวกในการบริการให้กับพี่น้องประชาชน ควบคู่กับให้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบโดยทันที
"หลังจากเปิดรับลงทะเบียนเพียงวันเดียว กระทรวงมหาดไทยได้รับรายงานการดำเนินการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบจากที่ทำการปกครองอำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ว่ามีประชาชนมาลงทะเบียนหนี้นอกระบบที่ศูนย์ดำเนินการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอำเภอเสาไห้ จำนวน 2 ราย และลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ จำนวน 4 ราย จากเบาะแสที่ได้รับแจ้งว่ามีคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์ปล่อยเงินกู้นอกระบบให้แก่แม่ค้าภายในตลาดร่มโพธิ์ ต.เสาไห้ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี นายชินนาอาชว์ รสิอัครศักดิ์ นายอำเภอเสาไห้ จึงสั่งการให้ปลัดอำเภอ พร้อมด้วยสมาชิก อส. ร้อยอส.อ.เสาไห้ ที่ 9 ดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบตามข้อร้องเรียน จากการตรวจสอบพบบุคคลลักษณะคล้ายคนต่างด้าว สัญชาติอินเดีย จำนวน 3 คน มีพฤติการณ์เดินไปพูดคุยกับแม่ค้าตามแผงค้าต่าง ๆ จึงได้เข้าไปสอบถามและขอให้แสดงหนังสือเดินทาง แต่ทั้ง 3 ราย ไม่แสดงหนังสือเดินทางให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ จึงดำเนินการควบคุมตัวมาสอบสวน ณ ที่ว่าการอำเภอเสาไห้ พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เสาไห้ เพื่อดำเนินการต่อไป" นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าว
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า จากกรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ากระทรวงมหาดไทยเอาจริงเอาจังกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ และสามารถทำได้จริง จึงขอเน้นย้ำไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ร่วมกันเฝ้าระวังสอดส่องบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นผู้กระทำความผิด เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนกำลังประสบปัญหาหนี้นอกระบบ หรือปัญหาหนี้สินรายย่อย สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยสามารถลงทะเบียนด้วยตนเองที่เว็บไซต์ https://debt.dopa.go.th หรือสามารถเดินทางไปลงทะเบียนด้วยตนเองได้ที่ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง สำนักงานเขตของกรุงเทพมหานครทุกเขต หรือโทรสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยขอความร่วมมือให้พี่น้องประชาชนแจ้งข้อมูลที่เป็นจริง เพื่อเป็นสารตั้งต้นในการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องและเป็นธรรม นำไปสู่การหาแนวทางให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างตรงจุดต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เทพไทฉุน! ซัดกรมการปกครองปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหา
ราชกิจจาฯ ประกาศแล้ว ระเบียบว่าด้วยเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๙
รัฐบาลตีปี๊บ ช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ 152,521 ราย ยอดอนุมัติรวม 3,777.16 ล้านบาท
รัฐบาล เผยคืบหน้าการช่วยเหลือทางการเงิน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ช่วยแล้ว 152,521 ราย ยอดอนุมัติรวมทั้งสิ้น 3,777.16 ล้านบาท
นายกฯ ยันมหาดไทยไม่มีแทรกแซงการเลือกตั้งวอนอย่ากดดัน กกต.
'อนุทิน' ยืนยันมท.ไม่แทรกแซงการเลือกตั้ง เพราะเป็นหน้าที่กกต. เชื่อมั่นการเลือกตั้งบริสุทธิ์ วอนอย่ากดดัน กกต.
นายกฯ ลงนามเอ็มโอยู แก้โรคพยาธิใบไม้ตับ-มะเร็งท่อน้ำดี ลั่นทำงานจริงจังไม่ต้องห่วงใครจะได้หน้า
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจเรื่องความร่วมมือเพื่อป้องกันและกำจัดโรคพยาธิใบไม้ตับและลดมะเร็งท่อน้ำดีในประเทศไทยระหว่างสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และมหาวิทยาลัยขอนแก่น

