ชุมชนชวนศิลปินพัฒนาต้นแบบ'รังไหมร่วมสมัย'

จังหวัดสระบุรีเป็นพื้นที่ที่มีภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและงานหัตถศิลป์จากรังไหมมายาวนาน ชุมชนรังไหมประดิษฐ์เป็นแหล่งสำคัญสืบสานอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม อาชีพพระราชทานที่ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สระบุรี กรมหม่อนไหม จุดเด่นใช้สายพันธุ์ไหมเฉพาะถิ่น “เหลืองไพโรจน์สระบุรี” สายพันธุ์ประจำจังหวัดและเป็นมรดกทางภูมิปัญญาทรงคุณค่า

วิสาหกิจชุมชนรังไหมประดิษฐ์ได้ต่อยอดองค์ความรู้ด้านการเลี้ยงไหมและการประดิษฐ์รังไหมให้เกิดมิติใหม่ทางศิลปะร่วมสมัยผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ เช่น หมวก กระเป๋า โคมไฟ เสื้อผ้า และเครื่องประดับจากรังไหม สะท้อนอัตลักษณ์ของท้องถิ่นและคุณค่าทางศิลปะ ที่สำคัญใช้วัสดุธรรมชาติและการย้อมสีจากพืชในพื้นที่เข้ากับเทรนด์โลก ยิ่งกว่านั้นภายในชุมชมส่งเสริมให้กลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ คนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน และผู้มีรายได้น้อยเข้ามามีส่วนร่วมสร้างผลงานศิลปะจากรังไหม เช่น เย็บโคมไฟ กระเป๋า และเครื่องประดับด้วยมือ ช่วยให้มีรายได้เสริม

เพื่อยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นงานรังไหมของสระบุรีให้มีมิติร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น นำมาสู่การขับเคลื่อนโครงการใหม่“รังไหมร่วมสมัย : ศิลปะจากภูมิปัญญาสู่การออกแบบสร้างสรรค์เพื่อเศรษฐกิจยั่งยืน” ภายใต้การส่งเสริมของกองทุนศิลปะร่วมสมัย   โดยมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “ศิลปะจากรังไหมร่วมสมัย” ถ่ายทอดเทคนิคการออกแบบผลิตภัณฑ์โดยศิลปินและนักออกแบบ พัฒนาผลงานต้นแบบร่วมกันระหว่างศิลปินกับชุมชน พร้อมนิทรรศการรังไหมร่วมสมัยแสดงผลงานสู่สายตาชาวไทยและชาวต่างประเทศ ณ วิสาหกิจชุมชนรังไหมประดิษฐ์ ต.ตลาดน้อย  อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี

โอกาสนี้ นางสาวศิริวัฒน์ แสนเสริม ผู้แทนคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย เป็นประธานในพิธีเปิดและเยี่ยมชม โดยมี นางสาวสุวิมล  วิมลกาญจนา ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายสัมพันธ์และแหล่งทุน นายอำเภอบ้านหมอ ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ สระบุรี วัฒนธรรมจังหวัดสระบุรี เกษตรอำเภอบ้านหมอ  เจ้าหน้าที่สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย  และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสระบุรี เข้าร่วม

“รังไหมร่วมสมัย : ศิลปะจากภูมิปัญญาสู่การออกแบบสร้างสรรค์เพื่อเศรษฐกิจยั่งยืน” ดำเนินโครงการ โดยนายกิติศักดิ์ ขจรภัย รองประธานวิสาหกิจชุมชนรังไหมประดิษฐ์ เป็น 1 ใน 44 โครงการที่ได้รับการส่งเสริมจากกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569  โครงการนี้นำทุนทางวัฒนธรรมและวัตถุดิบจากท้องถิ่นโดยนำงานศิลปหัตถกรรมจากรังไหมมาพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ และยกระดับมาตรฐานการผลิตสู่ความยั่งยืน นำไปสู่ความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากในระดับพื้นที่จังหวัดสระบุรี ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้จริง และเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อชุมชน สร้างอาชีพให้กับคนในชุมชนไม่น้อยกว่า 50 ครัวเรือน  

ภายในงานพบกับกิจกรรมสร้างสรรค์มากมาย อาทิ  สาธิตการสาวไหมและปั่นเส้นไหม   เวิร์กช็อปทำพวงมาลัยและโคมไฟจากรังไหมเย็บมือ  เยี่ยมชมแปลงหม่อนมาตรฐาน GAP   ของที่ระลึก “กระเป๋าจากรังไหม”  ชิม “ขนมเผือกหอมทอด” จากสินค้า GI จังหวัดสระบุรี นอกจากจัดกิจกรรมในพื้นที่แล้ว  โครงการจะปรับกิจกรรมบางส่วนในรูปแบบออนไลน์ เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติการออนไลน์ผ่าน Zoom / Google Meet การเผยแพร่ผลงานรังไหมร่วมสมัยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทั้ง Facebook และYouTube รวมถึงการจัดนิทรรศการออนไลน์ (Virtual Exhibition) เพื่อให้ทุกคนเข้าชมได้โดยไม่ต้องเดินทางมาสระบุรี

รังไหมร่วมสมัยสะท้อนพลังของศิลปะร่วมสมัยที่เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นกับความคิดสร้างสรรค์พัฒนาผลงานต้นแบบจากวิถีวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กุลวลี' พร้อมกมธ.ที่ดินฯ ลุยสระบุรี ตรวจ 4 จุดน้ำเสียขั้นวิกฤต DO แทบเป็นศูนย์-ปลาตายเกลื่อน สั่งส่งแล็บหาต้นตอมลพิษ พร้อมหนุนตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วลงตรวจทันที ช่วยชาวบ้านเก็บหลักฐาน

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะกรรมาธิการ ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดสระบุรี เพื่อประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 15 หน่วยงาน ในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน

ปักหมุดสระบุรี! แพทยสภา-มธพ. ผนึกทรูและพันธมิตร ยกทัพ 52 คลินิกเฉพาะทาง ออกหน่วยแพทย์อาสาฯครั้งใหญ่

ทรูเสริมจิตอาสาพร้อมพลังดิจิทัล เชื่อมโครงข่าย–ดาต้า–AI นำร่องยกระดับบริการแพทย์อาสาสู่ต้นแบบ “หน่วยแพทย์อาสาดิจิทัล”