'เศรษฐา' ปลื้มไทยเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวยอดนิยม

นายกฯ ชื่นชมการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งผลไทยติดอันดับ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเดินทาง Airbnb และติดอันดับ 6 ของโลก สถานที่ที่ควรไปเที่ยวในปี 2024 ของ The Telegraph

18 ม.ค.2567 - นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการจัดอันดับของไทยจากข้อมูลบนแพลตฟอร์ม Airbnb พบว่า ประเทศไทยติดอันดับที่ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนในช่วงฤดูหนาว (เดือนธันวาคม 2566 - กุมภาพันธ์ 2567) และเป็น 1 ใน 20 อันดับเมืองยอดนิยม จุดหมายปลายทางในไทยที่ผู้เข้าพักชาวจีนค้นหามากที่สุดบนแพลตฟอร์ม Airbnb ในช่วงฤดูหนาวเช่นกัน นอกจากนี้ The Telegraph สื่อของประเทศอังกฤษ ได้จัดลำดับให้ไทยเป็นอันดับที่ 6 ใน 20 สถานที่ที่ควรไปเที่ยวในปี 2024 (The 20 places you must visit in 2024) และเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียที่ติด Top 10 อีกด้วย ซึ่งผลการจัดลำดับเหล่านี้ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่แข็งแกร่ง

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวต่อว่าแพลตฟอร์ม Airbnb เผยข้อมูลว่าในปี 2566 ประเทศไทยได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนกว่า 3.5 ล้านคน และประเทศไทยเป็นอันดับที่ 1 จุดหมายปลายทางนอกประเทศที่มีการค้นหาจากนักท่องเที่ยวชาวจีนในช่วงฤดูหนาวนี้ ตามด้วย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย อินโดนีเซีย สหราชอาณาจักร นอร์เวย์ และเกาหลีใต้ ตามลำดับ อีกทั้ง 5 เมืองของไทยได้รับการจัดให้เป็น 1 ใน 20 อันดับเมืองยอดนิยม จุดหมายปลายทางในไทยที่ผู้เข้าพักชาวจีนค้นหามากที่สุดบนแพลตฟอร์ม Airbnb ในช่วงฤดูหนาวนี้เช่นกัน ได้แก่ ภูเก็ต (อันดับ 1) กรุงเทพฯ (อันดับ 2) เชียงใหม่ (อันดับ 7) เกาะสมุย (อันดับ 10) และพัทยา (อันดับ 12) ซึ่งต่อประเด็นนี้ นายอมันพรีท บาจาจ (Mr. Amanpreet Bajaj) ผู้จัดการทั่วไปประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย ฮ่องกง และไต้หวัน ของ Airbnb กล่าวว่า การประกาศยกเว้นวีซ่าถาวรไทย-จีน จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทย และเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวได้อย่างแน่นอน รวมถึงช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวการท่องเที่ยวไทยและจีนหลังการแพร่ระบาดอย่างมีนัยยะสำคัญ

นอกจากนี้ The Telegraph สื่อของประเทศอังกฤษ ยังได้จัดอันดับ 20 สถานที่ที่ควรไปเที่ยวในปี 2024 (The 20 places you must visit in 2024) พบว่าประเทศไทย ติดอันดับที่ 6 และเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียที่ติด Top 10 ดังนี้ 1.Newfoundland and Labrador, Canada 2.Bad Ischl and the Salzkammergut, Austria 3. Norwegian slopes, Scandinavia 4.Okavango Delta, Botswana 5.Wild Atlantic Way, Ireland 6.Thailand, Southeast Asia 7.Exmoor, England 8.Stirling, Scotland 9.Paris, France และ 10.Kea, Greece

“นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชื่นชมการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่สามารถทำให้ประเทศไทยกลับมาสู่เรดาร์ สะท้อนความเชื่อมั่นที่มีต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย สะท้อนความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันดำเนินการตามนโยบายเชิงรุกของรัฐบาล ฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และพร้อมผลักดันความมุ่งมั่นในการยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกต่อไป” นายชัยกล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

’กรมเจ้าท่า’สั่งเร่งสอบเหตุสปีดโบ๊ทชนเรือประมงนักท่องเที่ยวเสียชีวิต 1 ราย

’กรมเจ้าท่า‘ สั่งสอบสวนอุบัติเหตุทางน้ำบริเวณเกาะพีพี เรือสปีดโบ๊ทจากภูเก็ตพุ่งชนเรือประมงขณะลากอวน ส่งผลให้เรือโดยสารจม นักท่องเที่ยวเสียชีวิต 1 ราย พร้อมเข้มมาตรการป้องกันกระทบภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย เตรียมเรียกผู้ประกอบการอบรมเรื่องความปลอดภัย

สุดยื้อ! นักท่องเที่ยวชาวสวีเดนจมน้ำหาดบ้านอำเภอ จนท.ช่วยกันปั๊มหัวใจ แต่ไม่อาจช่วยชีวิตได้

พ.ต.ท.มณเฑียร กาดอุดม สารวัตรสอบสวน สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยวต่างชาติจมน้ำ ชายหาดสมประสงค์

หนาวจัดปลายปี! เชียงใหม่คึกคัก ยอดดอยฮิต 'อินทนนท์' น้ำค้างแข็งติดลบ ดอยผ้าห่มปกซากุระบานรับนักท่องเที่ยว

ท่องเที่ยวฤดูหนาวเชียงใหม่กลับมาคึกคัก ยอดดอยอินทนนท์อุณหภูมิติดลบ เกิดเหมยขาบต่อเนื่อง ขณะดอยผ้าห่มปกดอกพญาเสือโคร่งบานกว่า 50% ดึงนักท่องเที่ยวแห่กางเต็นท์รับลมหนาวปลายปี

เอกฉันท์!‘กนง.’ลดดอกเบี้ย0.25% คงจีดีพีปี68ที่2.2%ครึ่งปีหลังชะลอ

เอกฉันท์! ‘กนง.’ มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จาก 1.50% ต่อปี เป็น 1.25% ต่อปี โดยให้มีผลทันที พร้อมคงจีดีพีปี 68 ไว้ที่ 2.2% แต่ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปี 69 เหลือ 1.5% ส่วนปี 70 ที่ 2.3%

ททท.ปลื้มนักท่องเที่ยวระยะไกลนิวไฮ 10 ล้านคน

ททท.ชี้ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลพุ่ง 10 ล้านคน สดใสต่อเนื่อง ยุโรป–อเมริกาโตเด่น สายการบินเพิ่มที่นั่งหนุนดีมานด์ คาดปี68 นักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักรแตะเกือบ 1.1 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 8 หมื่นล้านบาท พร้อมเดินหน้าการตลาดเชิงรุก