กมธ.เกษตร แนะหน่วยงานคุมเข้มหมูเถื่อนเข้าห้างค้าปลีก จี้กรมศุลฯตรวจสอบสินค้านำเข้า

“กมธ.การเกษตร” แนะหน่วยงานคุมเข้มสกัดนำหมูเถื่อนเข้าห้างค้าปลีก จี้กรมศุลฯ ตรวจสอบสินค้านำเข้าหวังสร้างความเชื่อมั่น ปชช.

25 ม.ค.2567 - เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายศักดินัย นุ่มหนู สส.ตราด พรรคก้าวไกล ในฐานะคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนราษฎร แถลงว่าทางกมธ. ได้เชิญกรมปศุสัตว์ กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมประมง เข้ามาเพื่อติดตามความคืบหน้าผลการแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้าเนื้อหมูผิดกฎหมาย ซึ่งพบว่าการนำเข้าซากหมู มีการดำเนินการเป็นขบวนการและวางแผนอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นทางเพื่อนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย โดยพบเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดที่การอนุญาตและตรวจปล่อยสินค้า มีการดำเนินการหลายรูปแบบเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรให้แก่รัฐ ตลอดจนไม่มีการตรวจสอบแหล่งที่เก็บปลายทาง จึงทำให้สินค้าที่นำเข้ามานั้นไม่ได้ถูกนำไปเก็บรักษาในห้องเย็นตามที่ได้แจ้งไว้ ซึ่งขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงทางวินัยแล้ว

นายศักดินัย กล่าวว่า โดยข้อเสนอแนะ ของกมธ. คือ กรมปศุสัตว์ ต้องแก้ไขปัญหาและมีความเข้มงวดในการปล่อยหมูเถื่อน เข้าไปสู่ห้างค้าปลีก และควรดำเนินการเรื่องนี้โดยเร่งด่วนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและผู้บริโภค ซึ่งหากไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศในอนาคต โดยกรมศุลกากร ควรตระหนักว่ากรมศุลกากรเป็นต้นทางในการตรวจสอบสินค้านำเข้า จำเป็นต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาระบบการตรวจสอบสินค้านำเข้า ตลอดจนนำเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการตรวจสอบสินค้านำเข้า เพื่อแก้ไขปัญหาการสำแดงสินค้าอันเป็นเท็จหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง รวมถึงควรดำเนินการเอาผิดกับบริษัทขนส่งสินค้า (Shipping) ที่มีการกระทำความผิดและมีส่วนเกี่ยวข้องในการนำสินค้าเถื่อนเข้ามาภายในประเทศให้ประชาชนเห็นอย่างชัดเจน รวมถึงควรมีการแก้ไขปัญหาด้านข้อจำกัดในกระบวนการตรวจสอบสินค้า โดยเฉพาะข้อจำกัดด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น เครื่องเอ็กซเรย์ เพื่อให้การตรวจสอบการนำเข้าสินค้ามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นายศักดินัย กล่าวต่อว่า ควรแก้ไขปัญหาข้อจำกัดด้านบุคลากรที่ไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่เปิดตรวจตู้สินค้าโดยใช้กลไกจากโครงการท่าเรือสีขาวเข้ามาช่วยในการดำเนินการ เพื่อยกระดับการตรวจสอบสินค้าให้สามารถตรวจสอบได้ 100 เปอร์เซนต์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีเอสไอ ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ให้ ป.ป.ช. สอบต่อ

“ดีเอสไอ” ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล Worldcoin โยงธุรกิจสีเทากัมพูชา ให้ ป.ป.ช. สอบต่อ หลังพบนักการเมืองและ จนท.รัฐ มีเอี่ยว

กระทุ้ง กกต. โชว์ฝีมือจับซื้อเสียง แนะ ธปท. เช็กย้อนหลังตั้งแต่ยุบสภา

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอบคุณ ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ภายหลังจากนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

ออกหมายจับ 'นักการเมืองเทา' 2 ราย พัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน เผ่นหนีนอกประเทศแล้ว

รมว.ยุติธรรม เผยคดีนักการเมืองพัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน ล่าสุดออกหมายจับแล้ว 2 ราย "สจ.เนย์ เเห่งกาฬสินธุ์ และเมีย" ล่าสุดพบหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ 20 ม.ค.69 ส่วนอีก สจ. อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้

'ทวี' ดีใจรอดคมดาบศาลรัฐธรรมนูญ ลั่นเป็นชัยชนะของหลักนิติธรรม

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้องกรณีข้อกล่าวหาแทรกแซงการทำงานของ DSI ในคดีฮั้วเลือก สว. โดยศาลวินิจฉัยไม่พบพฤติการณ์สั่งการหรือข่มขู่ตามที่ถูกกล่าวหา

'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.

นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.

'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่