ลุยเพิ่มทีมแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศ ช่วยผู้ป่วยทั่วประเทศ

รัฐบาลเร่งผลักดันการตั้งทีมแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศให้ครอบคลุม เพิ่มการเข้าถึงการรักษาและโอกาสรอดชีวิตอย่างทันท่วงที ส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ

26 ม.ค. 2567 – นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน (Sky Doctor) พร้อมระบบรับแจ้งเหตุและสั่งการที่มีมาตรฐานในระดับสากล เพื่อเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตของผู้ป่วย สร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ป่วย และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวของประเทศ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลผลักดันนโยบายการจัดตั้งแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศ (Sky Doctor) เพิ่มความรวดเร็วในการขนส่งผู้ป่วยฉุกเฉินในพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึง ตั้งเป้าจัดตั้งทีมแพทย์ฉุกเฉินตามมาตรฐานระบบการแพทย์ฉุกเฉินในระดับสากล ในเขตสุขภาพทั้งหมด 13 เขต 20 หน่วยทั่วประเทศ โดยปัจจุบันมีการใช้ทีมการแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศในหลากหลายพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคใต้ ซึ่งระบบของ Sky Doctor ดำเนินการโดยใช้เฮลิคอปเตอร์ (Helicopter Emergency Medical Service: HEMS) นำทีมแพทย์ไปรับตัวผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล ภูเขาสูง พื้นที่เกาะในทะเล หรือในเมืองที่มีการจราจรติดขัด เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งผู้ป่วยฉุกเฉินไปทำการรักษา ณ โรงพยาบาลเครือข่ายระดับสูง

ทั้งนี้ สถิติการออกปฏิบัติของทีมแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศในช่วง พ.ศ. 2564 – 2566 ชี้ให้เห็นว่า จากการออกปฏิบัติทั้งสิ้นจำนวน 401 ครั้ง ภายใต้การปฏิบัติการของหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ด้านอากาศยานที่ได้รับการอนุมัติจำนวน 9 หน่วย เป็นการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉิน จำนวน 398 ครั้ง และลำเลียงอวัยวะ จำนวน 3 ครั้ง โดยเป็นหน่วยที่อยู่ในเขตสุขภาพ 3 เขต คือ เขตสุขภาพที่ 1 ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน พะเยา ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน เขตสุขภาพที่ 2 ได้แก่ ตาก เพชรบูรณ์ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ สุโขทัย และ เขตสุขภาพที่ 11 ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ พังงา ระนอง ชุมพร ทั้งนี้ ได้มีการวางแผนเพื่อพัฒนาการให้บริการทางทะเลฝั่งอันดามันในพื้นที่ 5 จังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่พิเศษด้านการท่องเที่ยวและพื้นที่เกาะ ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา สตูล และตรัง เพื่อรองรับฤดูการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ

“การเข้าถึงการรักษาเฉพาะทางได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และเท่าเทียม ถือเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาชีวิตผู้ป่วย ระบบ Sky Doctor ที่มีมาตรฐานในระดับสากลจะช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยได้ โดยรัฐบาลผลักดันให้มีจัดตั้งทีมแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้ช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงทีครบทุกเขตทั่วประเทศ” นายชัย ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ชี้จ่ายเงินเยียวยาแพะ 8 พันล้านไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ!

นายกฯ เปิดงาน '24 ปีการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์' สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานรวดเร็ว ทั่วถึงเป็นธรรม ชี้จ่ายเงินเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล

ครม. ไฟเขียวยกเลิกระเบียบสำนักนายกฯ 8 ฉบับ ปฏิรูปกฎหมายให้ทันสมัย ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการยกเลิกระเบียบที่ไม่เหมาะสมแก่กาลสมัย ซึ่งสอดคล้องกับคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ที่ได้แถลงไว้เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569

เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%

โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

โฆษกรัฐบาล สรุปภาพรวมด้านการต่างประเทศเพื่อคนไทยในรอบสัปดาห์

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการดำเนินงานด้านการต่างประเทศที่สำคัญของรัฐบาลในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้มีการผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างการลงทุน การค้า การจ้างงานและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่กับการเสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม