
15 มี.ค. 2567 – ที่กองบัญชาการกองทัพไทย โดยมี พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน จัดกิจกรรมเนื่องในวันสถาปนากองบัญชาการกองทัพไทย ครบ 64 ปี โดยมีพิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ บริเวณลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
โดยมีอดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด มาร่วมงาน อาทิ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พล.อ.วิโรจน์ แสงสนิท พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ พล.ร.อ.ณรงค์ ยุทธวงศ์ พล.อ.สมหัต อัตตะนันทน์ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร พล.อ.สมหมาย เกาฎีระ พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์

สำหรับกองบัญชาการทหารสูงสุด ก่อตั้งเมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2503 ต่อมาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ได้มีการเปลี่ยนแปลงการจัดส่วนราชการตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 จากกองบัญชาการทหารสูงสุด เป็นกองบัญชาการกองทัพไทย โดยยังคงให้ยึดถือวันที่ 16 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันสถาปนากองบัญชาการกองทัพไทย
สำหรับกองบัญชาการกองทัพไทย ถือเป็นหน่วยที่เป็นศูนย์กลางของการปฏิบัติการร่วมของเหล่าทัพ ในบทบาทของกองทัพไทย อันประกอบด้วย กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และมีหน่วยปฏิบัติการร่วมทางยุทธการ ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน มีหน้าที่ในการควบคุม อำนวยการ สั่งการ และกำกับดูแลส่วนราชการในกองทัพไทย ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างประสานสอดคล้อง โดยใช้ทุกศักยภาพที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการอำนวยการร่วมป้องกันประเทศ พัฒนาประเทศเพื่อความมั่นคง เป็นหน่วยงานที่ยึดมั่นในการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่สำคัญของชาติในทุกมิติ โดยยึดมั่นในเจตนารมณ์ที่สำคัญ ในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ด้านการพัฒนากำลังพล ด้านการสื่อสารทางยุทธศาสตร์ ด้านการพัฒนาประเทศและช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนการใช้ทรัพยากรของกองทัพให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน
ตลอดระยะเวลา 64 ปีที่ผ่านมา กองบัญชาการกองทัพไทย ดำรงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดยพร้อมที่จะปฏิบัติทุกภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มขีดความสามารถ โดยยึดถือผลประโยชน์ และความสงบสุขของประเทศชาติเป็นสำคัญ มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของกำลังพลกองบัญชาการกองทัพไทยทุกนาย ให้มีความพร้อมที่จะอุทิศตนปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ พร้อมเสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างความกินดีอยู่ดีให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน และดำรงไว้ซึ่งความสงบสุขของประเทศชาติสืบไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'บิ๊กดุลย์' ส่งกำลังพลช่วยขนย้ายสัมภาระตกค้างสนามบินสุวรรณภูมิ ลั่นเดือดร้อนยกหูหาทหารได้ทันที
รมว.กลาโหม นำกำลังพลช่วยขนย้ายสัมภาระตกค้าง ‘สนามบินสุวรรณภูมิ’ ลั่น หากหน่วยทหารอยู่ใกล้พื้นที่ใด สามารถยกหูขอความช่วยเหลือได้ทันที
กองทัพระดมกำลังช่วยผู้ประสบอุทกภัย กทม.–9 จังหวัด
รัฐบาลเผยกองทัพระดมกำลังช่วยผู้ประสบอุทกภัย กทม.–9 จังหวัด เร่งอพยพผู้ป่วยติดเตียง–กลุ่มเปราะบาง เสริมแนวป้องกันน้ำ ดูแลโรงพยาบาล–ชุมชน
ทบ.ยกระดับรับมือน้ำท่วม ระดมพล-รถครัว-ทีมแพทย์ เตรียมอากาศยานช่วยพื้นที่วิกฤต
กองทัพบกยกระดับศูนย์บรรเทาสาธารณภัย รับมือฝนตกหนัก-น้ำท่วมหลายพื้นที่ จัดกำลังพลหมุนเวียนช่วยประชาชน
กลาโหมระดมทหารกว่า 1 หมื่นนาย ลุยช่วยน้ำท่วมทั่วประเทศ 24 ชม.
รมว.กลาโหมสั่งระดมทหารกว่า 10,000 นาย พร้อมรถบรรทุก-รถเครื่องมือกว่า 1,000 คัน กระจายช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมหลายพื้นที่ตลอด
'วันวิชิต' ฟันฉับ รัฐบาลอนุทินมั่นคง ฝ่ายจารีตส่งสัญญาณหนุนผ่านท่าทีกองทัพ เสียงสภาแน่นปึ้ก-ม็อบจุดไม่ติด เชื่อคดีบาร์โค้ดไม่กระทบ
ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองว่า รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังมีเสถียรภาพสูง ทั้งจากเสียงพรรคร่วมรัฐบาล 292 เสียง ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพรรคร่วม ตลอดจนการทำงานที่สอดประสานกันระหว่างฝ่ายการเมืองกับกองทัพ
แข็งแกร่ง! วันวิชิต ชี้ไร้สัญญาณพิเศษล้มรัฐบาลอนุทิน กองทัพหนุนเต็มเหนี่ยวแบบทีมไทยแลนด์
“วันวิชิต” ชี้ไร้สัญญาณพิเศษล้มรัฐบาล “อนุทิน” ยังแข็งแรง–กองทัพหนุนทำงานแบบทีมไทยแลนด์

