รัฐบาลปลื้มชาวบ้านพอใจ อสม.ไรเดอร์ 99%

รัฐบาลเดินหน้ายกระดับระบบสุขภาพ เปิดตัว Health Rider บริการจัดส่งยาถึงบ้าน อำนวยความสะดวกประชาชน พบผู้ป่วยพอใจสูงกว่า 99%

20 มี.ค.2567 - นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขภายใต้การนำของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดตัวโครงการ Health Rider หรือ อสม.ไรเดอร์ บริการจัดส่งยาถึงบ้านผู้ป่วยด้วยหน่วยเคลื่อนที่เร็วอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งเป็นส่วนที่สนับสนุนตามนโยบายของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในโครงการ 30 บาท รักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน ไม่ต้องเดินทางมารับยาถึงโรงพยาบาล ด้วยบริการจัดส่งยาและเวชภัณฑ์จำเป็นให้กับผู้ป่วยถึงบ้านฟรี ลดแออัด ลดรอคอย พร้อมให้คำแนะนำผ่านระบบเภสัชกรรมทางไกล โดยล่าสุดบริการ Health Rider ครอบคลุมแล้ว 32 จังหวัด จัดส่งยาแล้วกว่า 4 หมื่นออเดอร์ ผู้ป่วยพึงพอใจเรื่องความรวดเร็ว และลดการรอคอยยา สูงถึงกว่าร้อยละ 99

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า โครงการ Health Rider หรือ อสม.ไรเดอร์ เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วบริการจัดส่งยาและเวชภัณฑ์จำเป็นให้กับผู้ป่วยถึงบ้านฟรี เหมาะสำหรับผู้ป่วย ที่ไม่สะดวกไปรับยาที่โรงพยาบาล หรือร้านขายยา ผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง ช่วยอำนวยความสะดวกให้ทั้งผู้ป่วยและญาติ โดยผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการประเมินแล้วว่าสามารถรับยาที่บ้านได้ โดยจะให้บริการระบบเภสัชกรรมทางไกล (Telepharmacy) ควบคู่ไปด้วย เพื่อยืนยันการรับยาและแนะนำวิธีการรับประทานยาให้กับผู้ป่วย ทำให้ช่วยลดความแออัด ลดการรอคอยลดความเสี่ยงการติดเชื้อที่โรงพยาบาล และลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางมารับยาได้

นอกจากนี้ บริการ Health Rider ยังเป็นการช่วยสร้างรายได้ให้กับ อสม. และบุคลากรโรงพยาบาลได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมาหลายจังหวัดมีการนำร่องการบริการดังกล่าวบ้างแล้ว เช่น จังหวัดน่าน ดำเนินการแล้ว 14 โรงพยาบาล มี อสม. และบุคลากรร่วมเป็น Health Rider 78 คน ให้บริการในระยะทางไม่เกิน 15 กิโลเมตร จากโรงพยาบาล ตั้งแต่ ธันวาคม 2566 - 14 มีนาคม 2567 จัดส่งยาไปแล้ว 2,976 ออเดอร์ ช่วยลดความแออัดหน้าห้องยาลงได้ ร้อยละ 14 ต่อวัน โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 14 มีนาคม 2567 มีหน่วยบริการเข้าร่วมโครงการฯ แล้ว 184 แห่ง ใน 32 จังหวัด มี อสม. และบุคลากรสาธารณสุข เข้าร่วมโครงการฯ 1,414 คน มีการจัดส่งยารวม 44,174 ออเดอร์ ซึ่งจากผลสำรวจพบผู้ป่วยพึงพอใจเรื่องความรวดเร็วในการส่งยา ร้อยละ 99.2 ช่วยลดระยะเวลาในการรอคอยยา ร้อยละ 99.5 โดย อสม. และบุคลากรของโรงพยาบาลต้องขึ้นทะเบียน Provider ID ก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ขณะที่ระบบการส่งยาจะมีบริษัทขนส่งภาคเอกชนเข้ามาร่วมด้วย

“นายกฯ ยกระดับพัฒนาระบบสาธารณสุขไทยให้มีประสิทธิภาพ เพื่อความเท่าเทียม และให้ประชาชนไทยทุกคนรับสิทธิในการเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพอย่างถ้วนหน้า โดยมุ่งมั่นอำนวยความสะดวกในการบริการ ลดขั้นตอนความยุ่งยาก เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนไทย” นายชัย กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'รัชดา' แจงร่างกฎกระทรวงธุรกิจต่างด้าวไม่ใช่ปล่อยผีมีกฎกติกาคุม

รัฐบาลแจงร่างกฎกระทรวงธุรกิจต่างด้าว 'ไม่ใช่เปิดเสรีไร้การกำกับ' ย้ำยังอยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะ–คุมเข้มทุกกิจการสำคัญ

รัฐบาลจับมือเอกชนฟื้นกลไก กรอ.

รัฐบาลจับมือเอกชนฟื้นกลไก กรอ. เพิ่มขีดแข่งขันประเทศ แก้โจทย์เศรษฐกิจรอบด้าน เงินทุน โครงสร้างพื้นฐาน กฎหมาย พร้อมหารือจัดระบบแรงงานกัมพูชากว่า 2 แสนคน

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

4 พ.ค.รัฐบาลจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

รัฐบาลเตรียมจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล พร้อมเชิญชวนพสกนิกรร่วมถวายพระพรชัยมงคล