ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบการผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา เดินทางกลับประเทศต้นทาง เพื่อร่วมงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2567
27 มี.ค.2567 - นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 มี.ค.มีมติเห็นชอบการผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา เดินทางกลับประเทศต้นทางเพื่อร่วมงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2567 ในช่วงระหว่างวันที่ 1 เมษายน ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ตามที่กระทรวงแรงงาน (รง.) เสนอ
รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์เป็นงานประเพณีของประเทศในคาบสมุทรอินโดจีน ประกอบด้วยประเทศไทย กัมพูชา ลาว และเมียนมา ซึ่งในช่วงเทศกาลดังกล่าวของทุกปี แรงงานต่างด้าวทั้ง 3 สัญชาติ (กัมพูชา ลาว และเมียนมา) ที่ทำงานในประเทศไทยจะเดินทางกลับประเทศเพื่อร่วมงานประเพณีสงกรานต์และเยี่ยมเยียนครอบครัว เช่นเดียวกันกับที่ประชาชนชาวไทยเดินทางกลับภูมิลำเนาของตน
ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับแรงงานต่างด้าวที่จะเดินทางกลับประเทศต้นทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับแรงงานต่างด้าวซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย อันจะเป็นการเพิ่มขวัญกำลังใจการทำงานในประเทศไทย และเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่แรงงานต่างด้าวจะเดินทางออก - เข้าราชอาณาจักรอย่างไม่ถูกต้อง รวมทั้งลดภาระการติดตามตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ตลอดจนเป็นการส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรม และความสัมพันธ์อันดีด้านแรงงานระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน รง. จึงได้กำหนดมาตรการในการผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา เดินทางกลับประเทศต้นทางเพื่อร่วมงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2567 ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้
1.กำหนดให้การผ่อนผันดังกล่าวใช้กับแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ (กัมพูชา ลาว และเมียนมา) ที่ได้รับอนุญาตทำงาน ซึ่งถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางที่ได้รับการตรวจลงตราและอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว หรือตรวจอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไป (Non L-A Visa) โดยที่ระยะเวลาการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรยังมีอายุเหลือไม่น้อยกว่าวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 รวมถึงผู้ติดตามของแรงงานต่างด้าวดังกล่าว
2.ในช่วงระหว่างวันที่ 1 เมษายน ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองประทับตราอนุญาตให้แรงงานต่างด้าว ในการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรและประทับตราการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ในหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง โดยแรงงานต่างด้าวดังกล่าวไม่ต้องดำเนินการยื่นคำขออนุญาตเพื่อกลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีก (Re-Entry Permit)
3.หากแรงงานต่างด้าวได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรตามมาตรการนี้ และเดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายหลังวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ให้การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของแรงงานต่างด้าวผู้นั้นเป็นอันสิ้นสุดลง ทั้งนี้ แรงงานต่างด้าวที่ไม่ประสงค์จะดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว เช่น ประสงค์จะเดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรหลังจากวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 หรือแรงงานต่างด้าวที่ยังไม่ทราบกำหนดการเดินทางกลับเข้าประเทศไทยที่แน่ชัด แรงงานต่างด้าวดังกล่าวสามารถยื่นคำขออนุญาตเพื่อกลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีก (Re-Entry Permit) ได้ตามปกติ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รพ.อุ้มผาง' เคลียร์หนี้แล้ว! เงินบริจาคเหลือ 40 กว่าล้าน
เพจ "โรงพยาบาลอุ้มผาง" โพสต์ขอบคุณผู้บริจาค พร้อมรายงานยอดเงินบริจาคคงเหลือหลังชำระหนี้ ณ เวลา 18.00 น. วันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา
'ดร.อานนท์' เปิดความจริง 'รพ.อุ้มผาง' ที่เห็นกับตาตัวเอง
ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "ผมเข้าใจว่าพี่น้องชาวไทยหลายคนรู้สึกไม่ดีที่โรงพยาบาลอุ้มผาง รักษาพี่น้องชาวพม่าเยอะมาก
'รัดเกล้า' เสนอตั้ง 'กรมคชสาร' แก้ปัญหาช้างกับคน
สภาถกปัญหาช้างกับคน 'รัดเกล้า' เสนอตั้ง 'กรมคชสาร' ดูแลช้างป่า -แก้กม.ให้สอดคล้อง-ปลดล็อกงบท้องถิ่น จี้สภาตั้งกมธ.วิสามัญ อย่าให้สังคมครหาว่าช้างกาบัตรเลือกตั้งไม่ได้ นักการเมืองจึงไม่ให้ความสำคัญ
คุกนะจ๊ะ! รัฐบาลเตือน April Fool’s Day โพสต์เสียหาย-สร้างความตื่นตระหนก
รัฐบาลเตือนประชาชน ระมัดระวัง April Fool’s Day หากโพสต์สร้างความเสียหาย-สร้างความตื่นตระหนก มีความผิดตามกฎหมาย โทษทั้งจำและปรับ แนะตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงก่อนแชร์
รัฐบาลแนะดูแลสุขภาพห่างไกล 'วัณโรค' พบผู้ป่วยใหม่แสนราย
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลห่วงใยสุขภาพประชาชน ย้ำเตือนดูแลสุขภาพห่างไกลจากวัณโรค แนะหากมีอาการสงสัย ไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ ให้รีบพบแพทย์
บังคับใช้แล้ว! กฎคุมเข้มสกัดผูกขาดอีคอมเมิร์ซ
รัฐบาลคุมเข้มแพลตฟอร์ม E-Commerce ออกแนวทางใหม่สกัดผูกขาด–การค้าที่ไม่เป็นธรรม มีผล 25 มีนาคม 2569

