ภาคประชาชนจัดตั้ง 'เครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ' สู้ ทุนผูกขาดครอบรัฐ หวังแก้วิกฤตประเทศ ยึดรัฐคืนเป็นของประชาชน"
31 ก.ค.2567 - ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ถ.ราชดำเนิน สถาบันสังคมประชาธิปไตย คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และสภาองค์กรของผู้บริโภค ร่วมจัดประชุมเครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ และอภิปรายเรื่อง เรื่อง "ทุนผูกขาดเศรษฐกิจครอบรัฐ ผลกระทบต่อผู้บริโภค กับวิกฤตการเมืองไทย" โดยมีผู้ร่วมอภิปรายคือ ศาสตราภิชาน แล ดิลกวิทยารัตน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) นายปรีดา เตียสุวรรณ์ ประธานเครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อ รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต. สถาบันพัฒนบัณฑิต บริหารศาสตร์ (นิด้า) นายสมบูรณ์ คำแหง ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) ดร.ศักดิ์ณรงค์ มงคล รองประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) นายมานพ เกื้อรัตน์ เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) นายธีรเนตร ไชยสุวรรณ ประธานเครือข่ายประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) นางทองเชื้อ วระชุน ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค นายเยี่ยมยอด ศรีมันตระ ที่ปรึกษาสภาพครูแห่งชาติ นายจำนงค์ หนูพันธุ์ ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) และนายเมธา มาสขาว ผอ.สถาบันสังคมประชาธิปไตย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ ร่วมอภิปราย
นายเมธา มาสขาว ผอ.สถาบันสังคมประชาธิปไตย และผู้ประสานงานเครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ กล่าวว่า ประเทศไทยตกเป็นเมืองขึ้นทางเศรษฐกิจตั้งแต่สนธิสัญญาเบาว์ริง ที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำการค้าเสรี และรับประกันสิทธิสภาพนอกอาณาเขต ตลอดจนอนุญาตให้ชาวอังกฤษสามารถถือครองที่ดินในสยามได้ รวมถึงต้องพึ่งพาเรือสินค้าของอังกฤษเป็นหลัก
การเติบโตของทุนพาณิชย์ ทุนการเงินการธนาคาร และทุนอุตสาหกรรม ในยุคสร้างชาติไทยใหม่ทำให้เห็นพัฒนาการในการก่อตัวของทุนระดับชาติ ที่การสะสมทุนเริ่มแรกนั้นก่อตัวมาจากทุนพาณิชย์ ก่อนที่จะขยายเข้าสู่ทุนการเงินการธนาคาร และการขยายตัวของทุนอุตสาหกรรมในภายหลัง
หนึ่ง การเติบโตทุนของเอกชนที่เริ่มต้นด้วยทุนพาณิชย์ชาวจีน ซึ่งมีฐานการสะสมทุนจากการค้าภายในและต่างประเทศ การเป็นตัวแทนนายหน้าระหว่างทุนต่างชาติกับผู้ผลิตในภาคเกษตรกรรม
สอง การเติบโตของทุนของเจ้านายและขุนนางในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่เป็นชนชั้นเจ้าที่ดินที่สะสมทุนจากการเก็บค่าเช่า กิจการผูกขาดของหลวง ตลอดจนการร่วมทุนกับต่างประเทศในกิจการธนาคารและอุตสาหกรรม ปัจจุบันมีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมรูปแบบทุนดังกล่าว
สาม ซึ่งก่อตัวขึ้นมาภายหลังคือ “ทุนของรัฐ” ที่พัฒนาขึ้นมาเมื่อรัฐบาลจอมพลป. พิบูลสงคราม เลือกดำเนินนโยบายเศรษฐกิจชาตินิยม และสร้างรัฐวิสาหกิจขึ้นมาดำเนินกิจการที่เป็นอุตสาหกรรมการผลิตโดยตรงในหลายด้าน จนปัจจุบันมีรัฐวิสาหกิจกว่า 55 แห่งในปัจจุบันที่มีทุนและทรัพย์สินรวมกว่า 17 ล้านล้านบาท
เนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารและพลเรือนของรัฐมีความรู้และความสามารถเกี่ยวกับการพาณิชย์อย่างจำกัด จึงจำเป็นอยู่เองที่ต้องปล่อยให้พ่อค้าคนจีนเข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการเศรษฐกิจใหม่ๆ ที่รัฐเป็นฝ่ายริเริ่มธุรกิจผูกขาดดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจึงเริ่มก่อตัวขึ้นในระยะนี้เอง ระบบดังกล่าวเปิดทางให้พวกข้ารัฐการระดับนำยินยอมยกอภิสิทธิ์หลายประการแก่นักธุรกิจชาวจีนบางกลุ่ม ตระกูลใหญ่ๆ เหล่านี้ทุกตระกูลล้วนพัฒนาธุรกิจของตนโดยอิงทุนแห่งรัฐเป็นเครื่องมือ บรรดาธุรกิจขนาดใหญ่ของพวกเขาล้วนมีเจ้าหน้าที่รัฐระดับกุมอำนาจเข้าไปมีหุ้นอยู่ด้วยเสมอ
โดยแผนการพัฒนารัฐและทุนนิยมไทยเกิดพร้อมแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1 โดยปัญหาประเทศไทยปัญหาหลักคือ การออกกฎหมาย BOI ให้อภิสิทธิ์แก่กลุ่มทุนเอกชนเพื่อส่งเสริมการลงทุนไม่รู้จบ เดินตามระบอบเศรษฐกิจเสรีนิยมใหม่และแผนธนาคารโลก จนเกิดทุนผูกขาดเศรษฐกิจครอบรัฐ ผลประโยชน์ทับซ้อน รายการทุจริตเชิงนโยบายนำมาสู่ยุคสมัยปัจจุบันคือยุค ทุนยึดรัฐ [state capture]
วันนี้จากที่ทุนยึดโทรคมนาคมมาถึงทุนยึดพลังงาน และการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ จาก ปตท. ถึง กฟผ. การบินไทย และขนส่งมวลชน การยึดรัฐเป็นการทุจริตทางการเมืองอย่างเป็นระบบชนิดหนึ่ง ซึ่งผลประโยชน์ของเอกชนมีอิทธิพลต่อกระบวนการวินิจฉัยสั่งการของรัฐอย่างมากเพื่อประโยชน์ส่วนตน
ดังนั้นไม่น่าแปลกใจที่ในเวลาต่อมา จากการสัมปทานความร่ำรวยแบบเก่าจนถึงการเข้าผูกขาดเศรษฐกิจโดยวิธีธุรกิจการเมืองและนโยบายเอื้อประโยชน์จากรัฐบาล ยิ่งทำให้การเติบโตของทุนไทยพุ่งสูงขึ้นจนกลายเป็นความเหลื่อมล้ำอันดับ 1 ของโลก
เนื่องจากรัฐและทุนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ยึดครองทรัพยากรของประเทศและระบอบราชการ ประชาชนจึงกลายเป็นผู้บริโภค และผู้ซื้อบริการภาครัฐ ทำให้รัฐชาติยิ่งอ่อนแออย่างยิ่ง ในยุคสงครามความขัดแย้งในภูมิรัฐศาสตร์โลกใหม่
ศาสตราภิชาน แล ดิลกวิทยารัตน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวว่า ทุนนิยมย่อมผูกขาดตนเองในที่สุด ตอนแรกอาจมีการแข่งขัน จากผู้ค้าหลายราย แต่ท้ายที่สุดคือจะไม่มีการแข่งขัน และเจ้าใหญ่ในตลาดสามารถกำหนดราคาได้ สุดท้ายกระบวนการสะสมทุนของทุนนิยมนำไปสู่การผูกขาดเสมอ
ทุนกับรัฐ ในทางรัฐสมัยใหม่รัฐบาลคือองค์กรกลางเพื่อดูแลประชาชน แต่พัฒนาการของทุนคือการเข้ายึดกลไกรัฐเพื่อกำหนดกฎระเบียบต่างๆ เอื้ออำนวยให้ทุน แต่ถ้าทุนกำหนดรัฐจนประชาชนไม่มีอำนาจซื้อแล้วก็ไม่ได้ จึงมักกดดันให้รัฐทำเงินผัน ปัจจุบันอาจจะเรียกว่าเงินดิจิตัล
ทุนมากับอำนาจรัฐสมัยอาณานิยม ทุนนิยมจักรวรรดินิยม แต่ไทยส่งออกสินค้า 2 อย่างคือข้าวและวัตถุดิบ จึงพัฒนาทุนนิยมตามตะวันตก หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศไทยพยายามปรับเป็นทุนนิยมโดยรัฐและสร้างรัฐวิสาหกิจขึ้น แต่ต่อมายุคทหารเราเดินทางธนาคารโลกและเสรีนิยมใหม่เพื่อดึงนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้น ผ่านการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งลักษณะของทุนนิยมคือการยึดรัฐในตัวของมันเอง “ทุนนิยมเติบโตขึ้น โดยการกลืนกินชนบท”
นายปรีดา เตียสุวรรณ์ ประธานเครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การเข้าเขมือบทรัพยากรของกลุ่มทุนมีมานานแล้วและมักเข้ามาอยู่ข้างกายผู้มีอำนาจตลอด ตัวอย่างในรัสเซียก็ชัดเจน จนกลายเป็นประเทศที่เหลื่อมล้ำอันดับหนึ่งของโลก เพราะอาณาเขตกว้างใหญ่ ทรัพยากรใต้ดินมีมากกว่า 30% ของโลก จึงไม่แปลกที่เขาใช้อำนาจนิยมยึดครองทรัพยากรจนผูกขาด
แต่ที่ตนแปลกใจคือประเทศไทยเป็นประเทศเล็กๆ แต่ทำไม่เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจจากการผูกขาดไม่ต่างจากรัสเซีย ทำไมการกระจายรายได้เกิดความไม่เป็นธรรมมหาศาล
จากการเปรียบเทียบการเติบโดของค่ายทุนนิยมเสรีกับค่ายสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ปัจจุบันมีการยอมรับเศรษฐกิจแบบผสม (Mixed Economy) มากขึ้น โดยรัฐเป็นกรรมการกลางเพื่อไม่ให้ทุนใหญ่จนเกินไป ประเทศไทยมีการเขียนกฎหมายการแข่งขันทางการค้าเพื่อแก้ปัญหา แต่ไม่มีเคยจับใครได้เลย เพราะการคัดเลือกกรรมการถูกแทรกแซงจากกลุ่มทุน
เราต้องหารัฐที่มีประสิทธิภาพและเป็นกรรมการกลางมาจัดการเรื่องนี้ อย่าให้ใครมามีอำนาจเหนือตลาด มีอำนาจเหนือรัฐและเอาเงินมาซื้อผู้บริหารรัฐบาลในที่สุด
นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) กล่าวว่า ผลิตผลของระบอบทุนนิยมทำให้คนเป็นปัจเจกชน และภาคประชาชนอ่อนแอลงมาก ทำให้ไม่มีพลังพอในการต่อสู้และเรียกร้องรัฐให้แก้ปัญหาทุนผูกขาด ขณะที่ลักษณะประเทศไทยเป็นทุนบริวารที่พึ่งต่างชาติด้วย หวังนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน
นายทุนกับผู้มีอำนาจกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ในการออกกฎหมายต่างๆ ดังนั้น ภาคประชาชนจะต้องสามัคคีกันดังคำขวัญสามัคคีประชาชน สามัคคีกรรมกร เพื่อสร้างพลังของประชาชน และต่อสู้เรื่องแนวคิดระบอบเศรษฐกิจมากขึ้น เพื่อหาวิธีการกระจายโภคทรัพย์ที่เป็นธรรม
ประเทศทุนนิยมแบบอเมริกาทำไมมีคนไร้บ้านจำนวนมาก เพราะเกิดการผูกขาด ประเทศไทยกำลังเดินไปแบบนั้น เพราะทุนเข้ายึดทรัพยากรต่างๆ ทั้งใต้ดินบนดินชัดเจนขึ้น รวมถึงยึดรัฐวิสาหกิจของรัฐต่างๆ เพื่อแปรรูปไปเป็นของเอกชน วันนี้ ขสมก.ก็แปรรูปไปเป็นเอกชนเกินครึ่งแล้ว
รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต. สถาบันพัฒนบัณฑิต บริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า ลักษณะการผูกขาดมาหลายอย่าง รวมถึงการผูกขาดการกำหนดราคา เราจะทำอย่างไรไม่ให้มีการกำหนดราคาจากผู้ผูกขาด ซึ่งกระทบต่อประชาชนผู้บริโภคโดยตรง แต่ผู้ผูกขาดมักจะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเพื่อไม่ให้คนรู้สึกว่าไม่เกิดการผูกขาด
ปัญหาสำคัญคือ การที่ทุนได้รับใบอนุญาตจากรัฐให้สัมปทานหรือผูกขาด ซึ่งภาคประชาชนควรตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาการผูกขาดภาคประชาชนและไปรื้อกฎหมายและใบอนุญาตต่างๆ เหล่านั้นมาดู เพราะทุนใช้รัฐในหลายปัจจัยเพื่อสร้างส่วนแบ่งทางการตลาดที่มากขึ้นเพื่อสร้างการผูกขาด
ผลกระทบการผูกขาดมีมหาศาล มีทั้งต่อประชาชน รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจด้วย ทำให้ประเทศไทยไม่ค่อยมีนวัตกรรมใหม่ขึ้นเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพทางการผลิต เนื่องจากไม่เกิดการแข่งขันกัน นอกจากนี้ การปล่อยให้กลุ่มทุนใหญ่เติบโตมากๆ จนหากล้มละลายแล้วจะได้รับผลกระทบต่อเศรษฐกิจ รัฐจึงเข้าไปช่วยเหลือกลายเป็นปัญหาใหญ่
ในทางการเมือง นโยบายถูกครอบงำโดยกลุ่มทุนทั้งหลาย นักการเมืองถูกครอบงำ ทรัพยากรสังคมกระจุกตัวกับทุนผูกขาด ประชาชนถูกกีดกันทางการเมืองและไม่พอใจจากค่าครองชีพ ทำให้ขยายความขัดแย้งลุกลามมากขึ้น และนำไปสู่วิกฤตขึ้นมา
ประเทศไทยเกิดการผูกขาดใหญ่ๆ หลายครั้ง คือการควบรวมการค้าปลีก และการควบรวมบริษัทโทรคมนาคมที่ดูแลคลื่นความถี่ แต่ภาครัฐไทยไม่ทำอะไรเลย แทนที่จะคัดค้านและสนับสนุน SME ให้เติบโตได้เพื่อทลายข้อจำกัดทางการค้า
นายกรัฐมนตรี หรือผู้นำรัฐบาลควรเป็นผู้นำในการต่อต้านการผูกขาดของกลุ่มทุน แต่ในประเทศไทยไม่มีผู้นำแบบนั้น เพราะมักจะถูกคลุมโดยนายทุนผูกขาด และผู้ที่มีแนวโน้มที่จะแก้ไขก็จะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง
ประชาชนจะต้องร่วมกำหนดและเลือกซื้อสินค้าเพื่อกดดันสินค้าของบริษัทผูกขาด และอาจเข้าชื่อเสนอกฎหมายแก้ไขกฎหมายการผูกขาด รวมถึงสนับสนุนนักการเมืองที่มุ่งแก้การผูกขาด และช่วยกันสื่อสารสังคมร่วมกันรณรงค์
นายสมบูรณ์ คำแหง ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) กล่าวว่า ประชาชนได้รับผลกระทบจากการผูกขาดทั่วประเทศ และมีการออกแบบเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน และพร้อมที่จะยกเลิกหรือแก้ไขการบังคับใช้กฎหมายต่างๆ ได้โดยง่ายดาย ทำให้เกิดการละเมิดสิทธิชุมชนอย่างกว้างขวาง
การสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษส่งเสริมทุนธุรกิจ หลายเรื่องละเมิดรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่รัฐบาลไม่นำพาที่จะแก้ไขปัญหา ภาคประชาชนจะพึ่งใครมาแก้ปัญหาได้ ตนคิดว่าขณะนี้เกิดสงครามการแย่งชิงทรัพยากรอย่างกว้างขวางและพยายามเข้าผูกขาดทรัพยากรหลักของกลุ่มทุน เช่น ไฟฟ้า การบริหารจัดการน้ำ ซึ่งภาคประชาชนควรจะรวมตัวขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจังเป็นวาระสำคัญหลักของสังคม
ดร.ศักดิ์ณรงค์ มงคล รองประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า เรื่องปลาหมอคางดำเป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่จะทำอย่างไรให้หน่วยงานรัฐเข้ามาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง และกรมประมงควรจะรับผิดชอบ หากไม่รับผิดชอบตนสนับสนุนให้ประชาชนออกมาฟ้องร้องกรมประมงผ่านศาลปกครอง รวมถึงฟ้องร้องค่าเสียหาย ที่ละเลยและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จนประชาชนเสียหายและได้รับผลกระทบ
สำหรับการแก้ไขปัญหาการผูกขาดเศรษฐกิจ ซึ่งไม่ต่างจากเรื่องปลาหมอคางดำที่กินไปเรื่อยจนสัตว์น้ำอื่นอยู่ไม่ได้ ตนเสนอให้ใช้แนวคิดการแบ่งสรรปันส่วน ประโยชน์และภาระ โดยเปิดโอกาสให้คนเข้าสู่การจัดการพื้นที่สาธารณะมากขึ้น ซึ่งก็คือการกระจายอำนาจ และช่วยคนให้เข้าถึงโอกาสต่างๆ ด้วยการส่งเสริมเสรีภาพ
นายธีรเนตร ไชยสุวรรณ ประธานเครือข่ายประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) กล่าวว่า รัฐบาลนี้มีแผนแม่บทเพิ่มเพื่อแย่งยึดที่ดินภาคการเกษตรมากขึ้นจากเกษตรกรและคนจนมากขึ้น ไล่ที่คนจนออกจากที่ดินทำกินของตนเอง โดยอ้างว่าจะเอาที่ดินมาปลูกป่า ทั้งที่หลายพื้นที่ชาวบ้านอยู่มาก่อนกฎหมาย บางที่อยู่มาก่อนก่อตั้งประเทศด้วยซ้ำ บางส่วนอ้างว่าจะปลูกป่าแต่กลับไปยกให้กลุ่มทุนทำกังหันลมไฟฟ้า เป็นต้น
ตนสนับสนุนให้ออกกฎหมายภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้าเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ในพื้นที่พิพาทเรื่องที่ดินมากมายโดยเฉพาะภาคใต้ ตนเสนอให้มีการส่งเสริมให้ชุมชนจัดการตนเอง ไม่ใช่ปล่อยให้กลุ่มทุนเข้าไปแย่งยึดพื้นที่ แต่ต้องกระจายการถือครองที่ดินเพื่อแก้ปัญหาคนจนถูกแย่งยึดที่ดินทำกิน
พญ.กมลพรรณ ชีวพันธุ์ศรี นักเคลื่อนไหวเรื่องพลังงานกล่าวว่า ผู้มีอำนาจรัฐออกแบบกฎหมายแม่บทเพื่อให้ประเทศไทยอยู่ภายใต้การคอนโทรลของกลุ่มทุน กลายเป็นกับดักการเมืองที่ถูกออกแบบไว้ เมื่อยึดการเมืองได้ก็ตั้งองค์กรอิสระจากฝ่ายการเมืองที่ไม่สามารถตรวจสอบกันเองได้ ดังนั้นในทางการเมืองน่าผิดหวัง
แต่ในส่วนประชาชนควรรวมตัวกันให้ได้เพื่อขับเคลื่อนแต่ละประเด็น ออกแถลงการณ์ร่วมกันแต่ละเรื่องได้ และเชิญนักคิดระดับหัวกะทิมาร่วมเคลื่อนไหว โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่ถูกผูกขาดชัดเจน
นายมานพ เกื้อรัตน์ เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) กล่าวว่า การเมืองเป็นเรื่องจัดแจงผลประโยชน์ให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แต่วันนี้การเมืองกับกลุ่มทุนกลายเป็นกลุ่มเดียวกัน คนหนึ่งทำหน้าที่ผู้แทน คนหนึ่งทำหน้าที่อยู่ข้างหลัง การแข่งขันในกลไกตลาดจึงไม่มีอยู่จริงในประเทศไทย
ในภาพของกลุ่มทุนและนักการเมืองไปตีกอล์ฟกัน ตนคิดว่าไม่ใช่วิกฤตการเมือง เพราะเขายังสนุกสนานมีความสุขกัน แต่อาจจะเป็นวิกฤตการเมือง ที่รัฐบาลจะต้องดูแลผลประโยชน์ประชาชนไม่ใช่กลุ่มทุนดังตัวอย่างเรื่องปลาหมอคางดำ สังคมไทยบิดเบี้ยวเพราะรัฐดูแลแต่เอกชน
ปัญหาเรื่องที่ดินเป็นตัวอย่างของทุนผูกขาดที่เข้าไปยึดทรัพยากรสาธารณะ จนครอบครองมากกว่า 1 ล้านไร่ รวมถึงความพยายามเข้าไปยึดครองรัฐวิสาหกิจและแปรรูป เพื่อทำให้รัฐวิสาหกิจอ่อนแอลงเพื่อให้กลุ่มทุนสามารถเข้าไปหาผลประโยชน์ ซึ่งเป็นแผนของกลุ่มทุนและการเมืองที่ขยับเข้าไปแทรกแซง จนกระทั่งผลักดันประเด็นเข้าไปในรัฐธรรมนูญว่าห้ามรัฐวิสาหกิจแข่งขันกับเอกชนเป็นต้น แต่สนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจทำธุรกิจแทนการบริการสาธารณะให้แก่ประชาชน ดังนั้น รัฐวิสาหกิจถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อหาผลประโยชน์แก่กลุ่มทุนแทน เช่น กฟผ. ขสมก. เป็นต้น ซึ่งสุดท้ายเป็นความพยายามทำให้รัฐวิสาหกิจล่ม เพื่อเข้าไปแปรรูป
นายเมธา มาสขาว ผอ.สถาบันสังคมประชาธิปไตย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ กล่าวสรุปว่า 1.ภาคประชาชนจะรวมตัวกันในนามเครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ เพื่อตรวจสอบเศรษฐกิจผูกขาดร่วมกันเป็นรายประเด็นต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการผูกขาดไฟฟ้า น้ำ น้ำมัน ที่ดินหรือทรัพยากรอื่นๆ รวมถึงประเด็นการพยายามเข้ายึดครองทรัพยากรของรัฐ เช่น การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ
2. ประชาชนจะร่วมกันขับเคลื่อนการกระจายอำนาจทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ เพื่อมีอำนาจในการจัดการทรัพยากร
3. ร่วมกันเข้าไปตรวจสอบองค์กรอิสระและกลไกของรัฐที่ดูแลเรื่องการป้องกันการผูกขาดไม่ว่าจะเป็น boi กขค. หรือ กสทช.
4.. ผลักดันกฎหมาย และเข้าไปมีส่วนในอำนาจทางการเมืองมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนยึดรัฐคืนจากนายทุน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อาลัย 'สุทธิศักดิ์ ผลแก้ว' สัญลักษณ์ผู้ถูกกระทำในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่ไม่ยอมก้มหัวให้เผด็จการ
นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง งานศพวีรชน "สุทธิศักดิ์ ผลแก้ว" มีเนื้อหาดังนี้ วีรชนเดือนพฤษภาที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสในเหตุการณ์ 17 พฤษภา 35 เสียชีวิตแล้ววานนี้
กระทุ้งรัฐบาลยกระดับสกัดสแกมเมอร์ 'แบล็กลิสต์ - ปราบไทยเทา'
ครป.-ภาคประชาชน สนับสนุนรัฐบาลสร้างสันติภาพอาเซียน จัดสมดุลสหรัฐ-จีน ยกระดับปราบสแกมเมอร์ที่ไหลทะลักเข้าไทย เสนอขึ้นแบล็กลิสต์-ปราบไทยเทา และปรับครม. เตรียมยื่นหนังสือนายกวันอังคารนี้
'ภาคประชาชน' เรียกร้องสภาฯรับร่างนิรโทษกรรม 5 ฉบับ ชงตั้งกก.ปฏิรูปประเทศขึ้นใหม่
'ภาคประชาชน' เรียกร้องสภาฯรับร่างนิรโทษกรรม 5 ฉบับ เพื่อพิจารณาต่อในชั้นกมธ. ชงตั้งกก.ปฏิรูปประเทศขึ้นใหม่ แก้ไขรัฐธรรมนูญ เดินหน้าปรองดองสมานฉันท์บ้านเมือง
ญาติวีรชนพฤษภา'35 จี้รัฐบาลหาคำตอบคนสูญหาย เชื่อความจริงไม่ได้ตายไปพร้อมกับ 'สุจินดา'
นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา' 35 และรักษาการเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า
'พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย' จี้รบ.หยุดกลุ่มทุนเข้าซื้อฐานลูกค้าบริษัท NT เสี่ยงผูกขาด
พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย(สปท.) โดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน หัวหน้าพรรคฯ ออกแถลงการณ์ เรื่อง คัดค้านกลุ่มทุนเอกชนเข้าซื้อฐานลูกค้าของบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ(NT) เสี่ยงผูกขาดกิจการสื่อสารและโทรคมนาคม เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ ประชาชน มีเนื้อหาดังนี้
ครป. คัดค้านกฎหมายคาสิโนเสรี ชี้ถ้ามีต้องสำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศเท่านั้น
นายเมธา มาสขาว รักษาการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และผู้ประสานงานเครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ กล่าวว่า ก

