10 ส.ค.2567 - กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์โอกาสความน่าจะเป็นการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อน(Tropical cyclone genesis)บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกและทะเลจีนใต้ พยากรณ์ฝนสะสมทุกๆ 6 ชั่วโมง และพยากรณ์คลื่นลม จาก ECMWF init.2024080912 : ในระยะ 10 วันข้างหน้า ยังไม่มีสัญญาณการก่อตัวของพายุ แต่ยังพอมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุม ทางตอนบนของประเทศไทย คลื่นลมมีกำลังอ่อน คลื่นสูงประมาณ1 เมตร
ทั้งนี้ผลการพยากรณ์ฝนสะสม 10 วันล่วงหน้า ระหว่าง 10-19 ส.ค.67 จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) ช่วง10 วันข้างหน้านี้ทั่วไทยยังมีฝนหนักเบาสลับกันไปในแต่ละวัน พื้นที่ภาคเหนือตอนบน ภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออก ที่ต้องระวังฝนตกหนัก ส่วนด้านรับมรสุม(ภาคใต้ฝั่งอันดามัน ภาคตะวันออก) มีฝนกระจายและมีฝนตกหนักบางแห่ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อุตุฯ เตือนฝนฟ้าคะนอง 33 จังหวัด อัปเดตพายุโซนร้อน 'นาร์รา'
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ
กรมอุตุฯแจ้งหลัง 4 โมงเย็น กลุ่มฝนเคลื่อนปกคลุม 16 เขตกทม. 'สมุทรปราการ-ปทุมฯ' นานกว่า 1 ชม.
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า พบกลุ่มฝนเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณกรุงเทพมหานคร
ร่องมรสุมพาดผ่าน เหนือ อีสาน ยังต้องรับมือฝนตกหนัก
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลาง
เมืองน่านล้างบ้านได้! 'ดร.เสรี ศุภราทิตย์' อัปเดตสถานการณ์ฝนถึงสิ้นเดือนนี้ ไม่มีน้ำล้นตลิ่ง
ดร.เสรี ศุภราทิตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เมืองน่านล้างบ้านได้ "ไม่มีน้ำล้นตลิ่ง" ผลการ Update สถานการณ์ ณ. ปัจจุบันถึงปลายเดือนนี้ไม่มีสถานการณ์รุนแรง ล้างบ้าน ทำความสะอาดได้น่ะครับ ส่วนช่วงวันที่ 24-25 และ 29-30 สค. อาจจะมีฝนตกเพิ่ม
แผ่นดินไหวเขย่าเมียนมา ขนาด 3.2 ห่างจากแม่สะเรียง 176 กม.
เมื่อเวลา 07.03 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 3.2 ลึก 10 กิโลเมตร ศูนย์กลางอยู่ประเทศเมียนมา ห่างจาก อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน
ประกาศอุตุฯ ฉบับ 12 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก คลื่นสูง 3 เมตร
นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง "ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน" (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2569) ฉบับที่ 12 โดยมีใจความว่า

