
16 ม.ค.2565 – นายไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “Paisal Puechmongkol” ระบุ ถูกจับไปต่อคิวเวียดนาม ลาว แล้วยังไม่รู้ตัว!!!
1. ในอดีตการส่งสินค้าภาคเกษตร และอื่น ๆ จากไทยไปจีน ส่งได้3ทางคือ ทางเครื่องบิน ทางแม่น้ำโขงใกล้ๆ ฝั่งไทย และทางรถยนต์ ไปตามเส้นทาง R3A ซึ่งไทยได้เปรียบประเทศอื่น และทำให้ไทยส่งสินค้าไปขายจีนได้มากที่สุด
2. หลังจากเบี้ยวจีนสารพัดเรื่อง และแสดงออกว่าเป็นฝักฝ่ายในการต่อต้านจีน ก็เกิดผลกระทบกับเส้นทางขนส่งสินค้าไปจีนมาตามลำดับ ล่าสุดสรุปได้ดังนี้
(1) ถ้าจะส่งทางแม่น้ำโขงก็ถูกกำหนดให้ขนส่งผ่านประเทศลาว ไปที่เมืองมอม แล้วขนของลงเรือที่แม่น้ำโขงฝั่งลาวไปจีนซึ่งต้องขนส่งทางรถยนต์ก่อนเป็นระยะทางนับ 100 กิโลเมตร
(2) ที่ส่งโดยทางรถยนต์ตามเส้นทาง R3A ก็ไปไม่ได้แล้ว เพราะอยู่ระหว่างการซ่อม และไม่มีกำหนดเสร็จ เส้นทางก็ไม่สะดวกเหมือนเดิม เขาคงจะซ่อมไปเรื่อย ๆ จนกว่าความสัมพันธ์ต่างๆ จะดีขึ้น
(3) เมื่อเปิดการเดินรถไฟเส้นทางสายไหมลาว-จีน เขาก็ไม่ให้สิทธิสินค้าเกษตรของไทย ขนผ่านรถไฟเส้นนี้ เพราะต้องใช้ขนส่งสินค้าของลาว กัมพูชา และชายแดนเวียดนามที่ติดกับลาวก่อน ซึ่งคงเป็นเช่นนี้ต่อไป จนกว่าเราจะเชื่อมต่อรถไฟเส้นทางสายไหมหนองคาย -เวียงจันทร์ ที่สถานีรถไฟเวียงจันทร์ – คุนหมิง ซึ่งต้องเป็นรางขนาด 1.435 เมตร
3 ล่าสุดเส้นการขนส่งสินค้าเกษตรไปจีน โดยทางรถไฟถูกกำหนดว่าจะต้องส่งเข้าจีนที่มณฑลกวางสี ที่ด่านผิงสิงก่วน ซึ่งเป็นเขตการค้าชายแดนจีน-เวียดนาม
ถ้าไทยจะส่งสินค้าเกษตรไปเส้นทางนี้ ก็ต้องขนไปทางรถยนต์ข้ามแม่น้ำโขงที่หนองคาย หรือมุกดาหาร ไปทางเวียงจันทร์ ตรงไปยังชายแดนลาว-เวียดนามที่เมืองดั่งดง จากนั้นต้องขนของลงจากรถยนต์ไปขึ้นตู้รถไฟที่สถานีดั่งดง แล่นตรงขึ้นเหนือผ่านครึ่งประเทศเวียดนาม ไปยังด่านผิงสิงก่วน ที่มณฑลกวางสี
4การจองตู้สินค้ามีอุปสรรคมาก เพราะรถไฟสายนี้ เวียดนามจะให้ผู้ประกอบการเวียดนาม ได้ตู้สินค้าก่อน ถ้ามีเหลือจึงให้ผู้ประกอบการลาวที่ชายแดนดั่งดงขนขึ้นเป็นลำดับที่สอง และถ้ายังมีพื้นที่เหลืออีกจึงเป็นคิวของไทย ถ้าไม่มีตู้ก็ต้องรอ ข้าวของสินค้าต้องค้างรออาจเสียหาย
การขนส่งหลายทอดผ่านหลายด่าน และต้องต่อคิวเป็นคิวที่ 3 ลำบากแสนเข็ญ เสียเวลาเสียค่าใช้จ่ายเพียงใด?
นี่คือการกินน้ำใต้ศอกทั้งลาว และเวียดนามไปแล้ว
5ไทยเสียเปรียบมากที่สุด ที่สำคัญคือ ผู้ประกอบการคนไทย ไม่สามารถไปติดต่อจองตู้รถไฟที่สถานีดั่งดงได้ ที่ขนไปได้ก็เป็นพ่อค้าชมรมล้งจีน
ถ้าไม่แก้ไขปัญหานี้ ชมรมล้งจีนก็จะยึดอาชีพไทยทั้งหมด
นี่คือความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องรีบเจรจาสามฝ่าย ไทย-ลาว และจีน เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟเส้นทางสายไหมระหว่างประเทศ ช่วงหนองคาย – เวียงจันทร์ และรีบก่อสร้างให้เร็วที่สุด ผู้ประกอบการคนไทย จึงจะสามารถส่งสินค้าไปที่สถานีหนองคายได้โดยตรง จะสะดวกกว่าที่จะไปกินน้ำใต้ศอกเขา
ขอเตือนว่าถ้าไม่แก้ปัญหานี้ การส่งออกสินค้าเกษตรไทยไปจีนจะหายไปจำนวนมาก เกิดความเดือดร้อนแก่เกษตรกรทั้งภาคเหนือภาคอีสาน อย่างรุนแรง จะซ้ำรอยยิ่งกว่าหมูแพงอีกหลายเท่า.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ยศชนัน' เร่ง กฟก. แก้หนี้ควบคู่ฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร ไฟเขียวช่วยลูกหนี้ 4 แบงก์รัฐ-ซื้อที่ดินคืน 228 ไร่
รองนายกรัฐมนตรี "ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์" ประธานบอร์ดกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร มอบนโยบายเดินหน้า 2 ภารกิจหลัก แก้ปัญหาหนี้ควบคู่การฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร พร้อมเห็นชอบโครงการช่วยเหลือลูกหนี้ธ
ผศ.ดร.เชษฐา ชี้ รัฐบาลยังมั่นคง ไร้จุดแตกร้าว นายกฯ ไม่สะเทือน แม้ข่าวลือโหมรายวัน
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์การเมืองในช่วงที่มีกระแสข่าวเรื่องสมการ “2 น. 1 พ.” รวมถึงข่าวการผลักดัน “นายกฯ สำรองอักษร ศ.” ว่า กระแสดังกล่าวยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะสะท้อนว่ารัฐบาลกำลังเผชิญวิกฤตหรือใกล้แตกหั
ผศ.ดร.วันวิชิต ชี้ข่าวลือนายกฯ อยู่ไม่ยืดเป็นกระแสที่ถูกปั่น ไร้น้ำหนัก มั่นใจไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล
ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต แสดงความคิดเห็นต่อกระแสข่าวที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล อาจอยู่ได้ไม่นาน
ACSC ช่วยหนุ่มจีนพ้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกโอน 10 ล้าน-บังคับเรียกค่าไถ่ตัวเอง
ACSC ช่วยหนุ่มชาวจีนถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติหลอกโอนเงินกว่า 10 ล้านบาท ก่อนบังคับให้เรียกค่าไถ่จากพ่อแม่
'ขุนคลัง' ไม่หวั่นคำตัดสิน ศาลรธน. คดี 'พร.ก.เงินกู้' เล็งแผนสำรองพร้อม
‘เอกนิติ’ เผยแล้วแต่ศาลรธน.ชี้ชะตา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ย้ำ รัฐบาลจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านพลังงาน รับ หากผลเป็นลบ เร่งจับมือเอกชนแก้ปัญหา
ปลื้มแก้หนี้ครัวเรือน 'รบ.' โชว์ 1 เดือน ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 1 พันราย ลดภาระปชช.กว่า 171 ล้านบาท
รัฐบาล เดินหน้าแก้หนี้ครัวเรือนต่อเนื่อง มหกรรมแก้หนี้ฯ 1 เดือนที่ผ่านมา ไกล่เกลี่ยสำเร็จ กว่า1000 ราย ช่วยประชาชนลดภาระกว่า 171 ล้านบาท ปลดผู้ค้ำ กยศ. 947 ราย

