
กรมบัญชีกลางแจง กรณีส่งหนังสือแจ้งเหตุละเมิดผู้รับบำนาญและเตือนภัย อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพฉวยโอกาสโทรศัพท์หลอกลวง
1 ต.ค. 2567 – นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่กรมบัญชีกลางได้จัดส่งหนังสือ เรื่อง แจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ไปยังผู้รับบำนาญจำนวน 23,089 ราย ตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0417.1/034930 ลงวันที่ 23 กันยายน 2567 เพื่อแจ้งเหตุการณ์ละเมิดที่ได้รับแจ้งจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 กรณีที่พบข้อมูลส่วนบุคคลที่มีลักษณะคล้ายกับข้อมูลผู้รับบำเหน็จบำนาญในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้กระทำความผิดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจยึดได้ รวมทั้งเป็นการป้องกัน และยับยั้งความเสียหาย ที่อาจจะเกิดขึ้นกับเจ้าของข้อมูล และจากการดำเนินการดังกล่าว อาจจะทำให้ผู้รับบำนาญที่ได้รับหนังสือเกิดความไม่สบายใจและเกิดความสงสัยว่าเป็นหนังสือจากกรมบัญชีกลางจริงหรือไม่ หรือเป็นมิจฉาชีพหลอกลวง
“กรมบัญชีกลาง ขอชี้แจงว่า หนังสือดังกล่าว เป็นหนังสือจริงที่ออกโดยกรมบัญชีกลาง เนื่องจากกรมบัญชีกลางตระหนักและให้ความสําคัญในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยถือปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ในหนังสือฉบับดังกล่าวได้แจ้งหมายเลขโทรศัพท์ และ e- mail สำหรับติดต่อสอบถามกรณีดังกล่าวเป็นการเฉพาะ หากผู้รับบำนาญท่านใดมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขดังกล่าว คือหมายเลขโทรศัพท์ 0 2127 7243, 0 2127 7246 และ 0 2127 7227 หรือทาง e-mail : [email protected]” อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าว
อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่กรมบัญชีกลางส่งหนังสือไปถึงผู้รับบำนาญโดยตรงในครั้งนี้ นอกจากเป็นการดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ แล้ว ยังถือเป็นการแจ้งข้อมูลที่สำคัญอย่างเป็นทางการ สามารถตรวจสอบได้ และขอให้ผู้รับบำนาญระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลางหรือหน่วยงานของรัฐอื่น โทรศัพท์ไปหา และแจ้งให้ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องที่กรมบัญชีกลางเวียนหนังสือออกไป ขออย่าหลงเชื่อ อย่าให้ข้อมูลใดๆ โดยเด็ดขาด ขอเน้นย้ำว่ากรมบัญชีกลางไม่มีนโยบายติดต่อหาข้าราชการ ผู้รับบำนาญหรือทายาท ผ่านทางโทรศัพท์ ไลน์ SMS หรือสื่อโซเซียลใดๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักวิเคราะห์ ชี้คนอายุ 21-30 ปี เป้าหมายอันดับ 1 มิจฉาชีพยุค AI สูญเงินล้านมากกว่าผู้สูงอายุ
หลายคนมักคิดว่าผู้สูงอายุ คือกลุ่มที่เปราะบางและตกเป็นเหยื่อกลโกงออนไลน์ได้ง่ายที่สุดในสังคม แต่จากชุดข้อมูลและสถิติล่าสุดจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) กลับสะท้อนความจริงที่สวนทาง
ระวัง! มิจฉาชีพเกาะบอลโลก ลวงพนันออนไลน์ ส่งลิงก์ฉกข้อมูลส่วนตัว
รัฐบาลเตือนแฟนบอลไทย! ระวังมิจฉาชีพเกาะกระแสฟุตบอลโลก 2026 หลอกเล่นพนันออนไลน์–ขายตั๋วปลอม–ส่งลิงก์ดูบอลสดเถื่อน ย้ำ '4 ไม่' รู้ทันก่อนสูญเงิน
สภาผู้บริโภคฟ้องแล้ว! ให้ 'เฟซบุ๊ก' ชดใช้ 230 ล้าน ศาลนัด 3 ส.ค.
สภาผู้บริโภคยื่นฟ้อง 'สถาบันการเงิน-เฟซบุ๊ก-เพลตฟอร์มออนไลน์' คดีละเมิดสิทธิผู้บริโภค ฐานปล่อยมิจฉาชีพใช้ระบบหลอกลวงปชช. เรียกค่าเสียหาย 230 ล้านบาท ศาลเเพ่งนัดพร้อม 3 ส.ค.
รัฐบาลเตือนประชาชนทำบุญอย่างมีสติ อย่าหลงกลมิจฉาชีพ
รัฐบาลเตือนประชาชนทำบุญอย่างมีสติไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ กำชับตรวจเข้มคุมราคาสินค้า คาดวันหยุดยาว-ไทยช่วยไทย ดันค่าใช้จ่ายสะพัดกว่า 4 พันล้านบาท
มุกใหม่โจร! ส่งอีเมล์อ้างเป็นCEO-บ.คู่ค้า สั่งโอนเงิน 3 เคสสูญร้อยล้าน
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 17 - 23 พ.ค. 69
เตือน 'มิจฉาชีพ' ฉวยส่งลิงก์ ลวงลงทะเบียน 'ไทยช่วยไทยพลัส'
รัฐบาลเตือนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพฉวยโอกาสส่งลิงก์ผ่าน SMS ให้เพิ่มเพื่อนทาง line หลอกลงทะเบียนรับสิทธิโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)' ย้ำลงทะเบียนรับสิทธิผ่านแอปฯ 'เป๋าตัง' เท่านั้น

