รัฐบาล ถอดบทเรียนน้ำท่วมดินโคลนถล่ม "บิ๊กอ้วน" ผอ.ศปช.เรียกทุกหน่วย อัปเดตหมดฝนกลับสู่สภาวะปกติทุกพื้นที่แล้ว พร้อม รายงานนายกรัฐมนตรี วางแผนป้องกันระยะยาว
2 ม.ค.2568 - นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในฐานะ ผอ.ศปช. ได้ติดตามสถานการณ์น้ำ ในทุกภาคของประเทศ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)ได้รายงานว่า ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยทุกพื้นที่ของไทยคลี่คลายทั้งหมด ไม่มีพื้นที่ประสบภัยแล้ว
ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศในช่วง 7 ข้างหน้าพบว่า ไม่มีแนวโน้มการก่อตัวของพายุในช่วงดังกล่าว อย่างไรก็ตามอาจมีฝนตกเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงวันที่ 4-5 ม.ค.68 ซึ่งเป็นฝนตามฤดูกาล สอดคล้องกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประเมินสถานการณ์น้ำภาพรวมพบว่า ไม่มีพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในช่วงนี้
"ที่ประชุมได้มอบหมายให้ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ วิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศจากแบบจำลองต่าง ๆ ในช่วง 1 เดือน เพื่อจัดทำข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยในลักษณะ One Map เพื่อคาดการณ์ผล กระทบและวางแผนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะมีการนำมารายงานความคืบหน้าในที่ประชุมต่อไป"นางสาวศศิกานต์ กล่าว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ที่ประชุมได้ติดตามการจ่ายเงินเยียวยาตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 67 ซึ่งขณะนี้โอนเงินสำเร็จแล้ว 3 ครั้ง จำนวน 166,795 ครัวเรือน เป็นจำนวนเงิน 1,501,155,000 บาท โดยที่ประชุมได้สั่งการให้ ปภ. เร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทางราชการ เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายให้ประชาชนได้โดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ ผอ.ศปช.ยังให้คณะกรรมการของศปช.เตรียมความพร้อมในการสรุปข้อมูลในกรณีดินโคลนถล่มที่อำเภอแม่สาย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย และการป้องกันอุทกภัยน้ำท่วมอย่างยั่งยืน ในทุกพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยในช่วงปีที่ผ่านมา ทั้งแผนระยะกลางและระยะยาวเพื่อนำเรียนเป็นแผนแม่บทต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดฉากน้ำเงินผสมแดง! 'พท.' ดี๊ด๊า ไร้เงื่อนไขร่วมรัฐบาล
'เพื่อไทย' ดี๊ด๊า! 'ประเสริฐ-สุริยะ-ภูมิธรรม' ตัวแทนเจรจา 'อนุทิน' ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย ย้ำไร้เงื่อนไข ขอฟังข้อเสนอก่อน
7 ชุมชนลุ่มน้ำกก ถกแผนรับมืออุทกภัย ชี้ระบบเตือนภัย Cell Broadcast ยังล่าช้า รวมศูนย์เกินไป
ขมวดแผนรับมืออุทกภัยน้ำกก ชูโมเดลความร่วมมือลุ่มน้ำข้ามพรมแดน-จัดทำแผนที่ชุมชน “เสี่ยง” เผย “สารพิษ” ปนเปื้อนแม่น้ำโขงเป็นภัยเงียบจี้รัฐเร่งแก้
เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม
'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.
นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.
'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

