กษ.เชิญชวนเกษตรกร ขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตร ผ่าน 3 ช่องทาง

กษ.เชิญชวนเกษตรกร ขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตร ผ่าน 3 ช่องทาง ผู้ให้บริการทางการเกษตร เพื่อประโยชน์จากการเข้าถึงเทคโนโลยี  เพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต สร้างรายได้ที่มั่นคง ฯลฯ

9 เมษายน 2568 - นายเอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เชิญชวนผู้ให้บริการทางการเกษตร ขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตร (Agri Service Provider) ผ่านแอปพลิเคชัน Agri Service Provider และระบบออนไลน์https://emachine.doae.go.th หรือสมัครด้วยตนเองได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอทุกแห่งใกล้บ้าน

ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของเกษตรกรยุคใหม่ ที่ต้องการเข้าถึงเทคโนโลยีและบริการทางการเกษตรที่ทันสมัยและมีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม นับเป็นนโยบายจาก ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการเชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้ให้บริการทางการเกษตรทั่วประเทศ โดยเกษตรกรได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงเทคโนโลยีทางการเกษตรโดยไม่ต้องลงทุนเอง ได้รับบริการที่มีคุณภาพ ลดค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานภาคการเกษตร และเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต ในขณะที่ผู้ให้บริการทางการเกษตรจะได้รับประโยชน์จากการขยายธุรกิจและสร้างรายได้ที่มั่นคง รวมถึงเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร ภาครัฐเองก็ได้รับประโยชน์จากการมีฐานข้อมูลผู้ประกอบกิจการด้านการเกษตรที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน ทำให้สามารถวางแผนและดำเนินนโยบายส่งเสริมการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ระบบขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตร (Agri Service Provider) เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาภาคเกษตรกรรมไทยให้ก้าวหน้าและยั่งยืน โดยการส่งเสริมให้เกิดระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ ซึ่งผู้ที่สนใจ ทั้งเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการ ประเภทบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ที่มีเครื่องจักรกลทางการเกษตรและมีความสามารถในการให้เครื่องจักรกลทางการเกษตร (เช่น โดรนเพื่อการเกษตร รถแทรกเตอร์ เครื่องปลูก-เครื่องมือหยอด ปรับหน้าดิน เป็นต้น) หรือมีความประสงค์ให้บริการทางการเกษตร (เช่น บริการหว่านปุ๋ย บริการตัดไม้ผล บริการซ่อมแซมเครื่องจักรกลการเกษตร เป็นต้น) สามารถแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตร ได้ผ่านทั้ง 3 ช่องทาง คือ

1. แจ้งผ่านแอปพลิเคชัน Agri Service Provide บนสมาร์ตโฟนระบบปฏิบัติการ Android

2. แจ้งผ่านเว็บไซต์ https://emachine.doae.go.th

3. แจ้งกับเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่าน

ในส่วนขั้นตอนการสมัครผ่านแอปพลิเคชันบนระบบ Android และเว็บไซต์ มีขั้นตอนดังนี้

1. กรณีเกษตรกรที่เป็นบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร วิสาหกิจชุมชน เกษตรกรแปลงใหญ่ ให้ลงทะเบียนด้วยหมายเลขประจำตัวประชาชน

2. กรณีที่เป็นผู้ประกอบการ หรือประชาชนทั่วไป ให้ลงทะเบียนด้วย ThaiD

3. กรอกข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลที่ติดต่อได้

4. กดเลือกเพิ่มข้อมูลเครื่องจักรกลการเกษตร หรือเพิ่มข้อมูลงานบริการ ที่ตนเองประสงค์จะให้บริการ

นายเอกภาพ ย้ำ เพื่อให้ระบบขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตร เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง ผู้ให้บริการทุกท่านจึงควรแจ้งข้อมูลให้ถูกต้อง ครบถ้วน โดยสามารถปรับปรุงข้อมูลของตนเองให้เป็นปัจจุบันได้ตลอด 24 ชั่วโมง และเมื่อขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตรแล้ว ไม่มีการปรับปรุงข้อมูลภายในระยะเวลา 3 ปี ติดต่อกัน จะถือว่าสิ้นสถานภาพการเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตร ระบบจะทำการลบข้อมูลออกโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ การให้ข้อมูลที่เป็นเท็จแก่ทางราชการถือเป็นความผิดทางกฎหมาย มีโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 และมาตรา 267 ดังนั้น ผู้ให้บริการทุกท่านควรให้ข้อมูลที่เป็นจริงและถูกต้อง และเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวและป้องกันการตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางออนไลน์ โปรดตรวจสอบความถูกต้องของลิงก์ก่อนดำเนินการดาวน์โหลด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พท.' เฉ่งรัฐบาล! ดูแลปชช.ให้ดีกว่านี้ เยียวยาน้ำมันแพง-ต้นทุนเกษตร

'วิสุทธิ์' ห่วงค่าครองชีพ-น้ำมันพุ่ง สวนรายได้ชาวบ้าน เรียกร้องรัฐบาลดูแลให้ดีกว่านี้ เร่งออกมาตรการดูแลราคาพลังงาน ช่วยเหลือต้นทุนด้านเกษตร

ชาวนาระทม! ทุกอย่างแพงหมด ยกเว้นข้าวเปลือก บี้รบ.ลงพื้นที่ดูแล

ประชาชนในพื้นที่ อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย รวมทั้งเจ้าของรถเกี่ยวนวดข้าว เจ้าของรถบรรทุก 6 ล้อ รับจ้างลากข้าว และเกษตรกรที่ทำนา ต่างพากันโอดครวญ

เกษตรกรกระอัก! ร้องนายกฯ น้ำมันไม่เพียงพอใช้งานเครื่องจักร ทำผลผลิตเสียหายย่อยยับ

นายเสถียร เสือขวัญ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดระยอง พร้อมด้วย นายสิงห์ชัย เรืองขจร ประธานคณะทำงานผู้ประสานงานสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประจำภาคกลาง นำกลุ่มเกษตรที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ปูทะเลราคาดี เกษตรกรเพชรบุรีจับขายได้ทุกวัน หนุนรายได้ชุมชน-เสริมความมั่นคงทางอาหาร

เกษตรกรผู้เลี้ยงปูทะเลในจังหวัดเพชรบุรีมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังราคาปูทะเลในตลาดยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะ “ปูไข่” ซึ่งเป็นสินค้าที่ตลาดต้องการสูง มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 300–700 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักของปู ส่วน

สศก. อัปเกรดทักษะสำรวจต้นทุน ผสาน “วิทยาศาสตร์-เศรษฐศาสตร์” มุ่งเป้าข้อมูลแม่นยำเพื่อความมั่นคงของเกษตรกร

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงภารกิจสำคัญของ สศก. ในการขับเคลื่อนการจัดทำสารสนเทศการเกษตรและการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่