
13 เม.ย.2568-ดร.มานะ มหาสุวีระชัย สมาชิกวุฒิสภา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา อดีตกรรมการวิชาการ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ปริญญาโทวิศวกรรมโครงสร้าง สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (A.I.T.) ทุนรัฐบาลเยอรมัน (สอบได้ที่ 1) และปริญญาเอกทางด้านวิศวกรรมโครงสร้าง (Ph.D. Structural Engineering) จาก มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กเลย์ สหรัฐอเมริกา โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง ตึก สตง. ถล่มเพราะอะไร? ทำไมพังทั้งหลังในพริบตา? แล้วตึกอื่นที่เห็นร้าว ๆ ยังปลอดภัยอยู่ไหม? เนื้อหาระบุว่า ผมอยากเล่าให้ฟังแบบง่าย ๆ ไม่ต้องเป็นวิศวกรก็เข้าใจได้ เพราะเราทุกคน “อยู่ในตึก” กันทุกวัน
เริ่มจากเรื่องพื้นฐานก่อนเลย ไม่ว่าตึกจะสูงแค่ไหน ทำจากอะไร หรืออยู่มุมไหนของโลก ทุกตึกถูกออกแบบด้วยหลักเดียวกัน
“ถ้าโดนแรง ตึกจะขยับได้ แต่พอหยุดแรง มันต้องกลับมาที่เดิม”เราเรียกหลักนี้ว่า linear elastic behavior เป็นหัวใจของวิศวกรรมโครงสร้างทั่วโลก
แล้วทำไมตึก สตง. ถึงพังทั้งหลัง?
เพราะจุดสำคัญของมัน—ฐานปล่องลิฟต์ เป็นเหมือนกระดูกสันหลังของตึก รับทั้งน้ำหนักและแรงเฉือนจากด้านข้าง
ตอนแผ่นดินไหว ตึกไม่ได้แค่โยก แต่มัน “บิดตัว” ด้วย พอแรงบิดมารวมกับแรงเฉือน โครงสร้างตรงฐานเลยรับไม่ไหว
แบบจำลองธรรมดา ไม่สามารถมองเห็นแรงบิดพวกนี้ได้ ต้องใช้แบบจำลอง 3 มิติที่ใกล้เคียงของจริงเท่านั้น และเมื่อจุดสำคัญพัง → แรงมหาศาลของน้ำหนักตึกเอง ก็ทำให้มัน ล้มทั้งหลังแบบโดมิโน ไม่ใช่ค่อย ๆ พังทีละส่วน แล้วตึกอื่นที่ร้าว ๆ ยังโอเคไหม? ส่วนใหญ่ยังปลอดภัยครับ แต่ถ้าเห็นร้าวชัด ๆ หลายจุด แนะนำให้วิศวกรไปดูให้แน่ใจ
ตึกที่ยังแข็งแรง ต้องมี 3 อย่างนี้ Strength: รับแรงได้พอ Stiffness: ไม่โยกง่ายเวลามีแรงมากระทำ Stability: ไม่มีจุดที่บางหรือชะลูดเกินไปจนล้มง่าย ถ้ายังครบสามข้อนี้ สบายใจได้ครับ แต่ที่ผมห่วงจริง ๆ คือเรื่อง “แบบจำลอง”
การวิเคราะห์ตึกในปัจจุบัน แม้จะใช้สูตรแม่นแค่ไหน สุดท้ายก็ยังเป็นการ เดาแบบมีสูตร หรือ Approximate Method ถ้าไม่เข้าใจธรรมชาติของตึก หรือสร้างแบบจำลองที่ไม่เหมือนของจริง การคำนวณก็อาจพาเราไปผิดทางได้ง่าย ๆ ยิ่งไปกว่านั้นกฎหมายควบคุมอาคารในไทยหลายข้อ ล้าหลัง บางอย่างก็เผื่อเกินไป ทำให้ตึกแพงโดยไม่จำเป็น บางอย่างก็ขาด ทำให้ไม่ปลอดภัยพอ
นี่คือโอกาสที่เราควร “ทบทวนใหม่” ถ้าไม่เริ่มวันนี้ เราอาจต้องเห็นเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก แล้วเราจะเอาอะไรไปสู้ในเวทีโลก? ผมไม่ได้มาเล่าให้กลัว แต่อยากให้เรา “ฟังตึก” ให้เป็น ตึกมันพูดกับเรา ผ่านรอยร้าว การสั่น หรือแม้แต่เสียงแปลก ๆ
และถ้าเรารู้จักฟัง…มันก็จะไม่ทำร้ายเรา เพราะสุดท้ายแล้ว ตึกไม่ได้ฆ่าใคร แต่ความไม่รู้ต่างหาก…ที่อันตรายที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แผ่นดินไหวเขย่า 'เวียดนาม' ขนาด 3.8 'เมียนมา' 3.1
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 04:20 น. (ตามเวลาประเทศไทย) เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศเวียดนาม ขนาด 3.8 ลึก 10 กิโลเมตร
สำรวจ 'บ้านไม่มีเลขที่' รับระบบประกันภัยพิบัติ อึ้ง 4.9 แสนครัวเรือน
รัฐบาลเผยผลสำรวจ 'บ้านไม่มีเลขที่' รองรับระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ และการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน พบข้อมูลกว่า 4.9 แสนครัวเรือน
แผ่นดินไหวเขย่าเมียนมา ขนาด 4.0 ก่อนตามมาอีก 2 รอบ
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 04:20 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดแผ่นดินไหวประเทศเมียนมา ขนาด 4.0 ขนาด 4.0 ความลึก 10 กิโลเมตร
รัฐบาลเร่งทำ 'ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ' ให้เสร็จ ก.ย. นี้
รัฐบาลตั้งเป้าจัดทำ 'ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ' ให้แล้วเสร็จภายใน ก.ย. เผยค่าเบี้ยประกันต่อปีน้อยกว่าวงเงินการจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ประสบภัย
เจ้าหน้าที่เทศบาลบุรีรัมย์ เข้าทำงานปกติแล้ว หลังพบอาคารสั่นคล้ายแผ่นดินไหววิ่งหนีตายจ้าละหวั่น
จากกรณีพบแรงสั่นไหวเกิดขึ้น ที่อาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นอาคารปูนขนาด 4 ชั้นครึ่ง ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2554 ตั้งอยู่บริเวณถนนรมย์บุรี ใกล้กับคลองละลมโบราณลูกที่ 1 โดยสามารถรับรู้ได้ตั้งแต่ชั้น 3 ของอาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ เมื่อช่วงบ่าย ของวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ นายอนุชิต เหลืองชัยศรี
ครม. เห็นชอบจัดซื้อประกันภัยพิบัติคุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน บ้านพัง 1 แสน เสียชีวิตรายละ 2 ล้าน
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการการจัดให้มีระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติและให้ภาครัฐจัดซื้อประกันภัยให้แก่ประชาชนโดยมีความคุ้มครองที่อยู่อาศัยครอบคลุมประมาณ 30 ล้านครัวเรือน ใน 3 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว

