กมธ.วุฒิสภากระชับสัมพันธ์กรรมการการค้ามณฑลเจ้อเจียง

ไทย-จีน ชื่นมื่น กมธ.วุฒิสภา กระชับสัมพันธ์กรรมการส่งเสริมการค้า มณฑลเจ้อเจียง พบลงทุนในไทยทะลุ3,000 ราย ปักหลักEEC เน้นอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์

24 เม.ย.2568 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ นำโดย นายโสภณ มะโนมะยา รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง และนายชิบ จิตนิยม รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ห้า ร่วมกับคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา นำโดย นายนิเวศ พันธ์เจริญวรกุล ประธานคณะกรรมาธิการ และคณะ ได้ร่วมกันให้การรับรอง Mr. Chen Jianzhong ประธานคณะกรรมการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มณฑลเจ้อเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะเพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและมณฑลเจ้อเจียงในหลากหลายมิติ

นายนิเวศ พันธ์เจริญวรกุล ประธานคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศฯ ในฐานะผู้แทนของนายนิรัตน์ อยู่ภักดี ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ได้กล่าวต้อนรับคณะผู้แทนจากมณฑลเจ้อเจียงอย่างอบอุ่น โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมาเยือนครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ประเทศไทยและจีนเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตอันแน่นแฟ้น เปรียบเสมือน "พี่น้อง" ตามคำกล่าวที่ว่า "จีน-ไทย ใช่อื่นไกลเป็นพี่น้องกัน"

นายนิเวศ ยังกล่าวถึงบทบาทสำคัญของจีนในการเข้ามาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษของไทย รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงหนองคาย-กรุงเทพฯ และโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพด้านโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าระหว่างสองประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงความร่วมมือที่แน่นแฟ้นขึ้นภายหลังการลงนาม MOU หลายฉบับระหว่างรัฐบาลไทยและจีนในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะด้านศุลกากรที่จะอำนวยความสะดวกทางการค้า
ในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี

นายนิเวศ ยังกล่าวชื่นชมความก้าวหน้าของจีนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI ซึ่งคณะกรรมาธิการเทคโนโลยีฯ วุฒิสภา ได้ประจักษ์ด้วยตนเองจากการศึกษาดูงาน และคาดหวังว่า จะมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีเหล่านี้มาสู่ประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

สำหรับด้านเศรษฐกิจ นายนิเวศเปิดเผยว่ามีนักลงทุนจากมณฑลเจ้อเจียงเข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยกว่า 3,000 ราย คิดเป็น 13% ของการลงทุนจากจีนทั้งหมด โดยส่วนใหญ่อยู่ใน EEC โดยเฉพาะอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์ การมีเมืองหางโจวเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจจะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ในระดับภูมิภาคให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงความร่วมมือด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างรัฐสภาไทยและสภาประชาชนแห่งชาติจีน รวมถึงความร่วมมือทางวิชาการด้านภาษาจีน

ในตอนท้าย นายนิเวศได้กล่าวขอบคุณ Mr. Chen Jianzhong และยืนยันว่าวุฒิสภาไทยพร้อมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในทุกด้าน เพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและมณฑลเจ้อเจียงเติบโตอย่างยั่งยืน

ด้าน Mr. Chen Jianzhong ได้กล่าวขอบคุณคณะกรรมาธิการของไทยสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และชื่นชมการจัดงานสัมมนาและกิจกรรมต่างๆ ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อคณะผู้แทนจากเจ้อเจียง โดยเฉพาะการเยี่ยมชม EEC และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง

Mr. Chen กล่าวว่ารู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน และเน้นย้ำว่ามณฑลเจ้อเจียงเป็นมณฑลเศรษฐกิจชั้นนำอันดับ 4 ของจีน มี GDP กว่า 90,000 ล้านหยวน และมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกกว่า 50,000 ล้านหยวน คิดเป็น 13% ของตลาดจีน อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของท่าเรือนิงโป-โจวซาน ซึ่งเป็นท่าเรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์อันดับหนึ่งของโลก

นอกจากนี้ เจ้อเจียงยังเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจดิจิทัล มีการลงทุนด้าน R&D สูงกว่า 3% ของ GDP และเป็นที่ตั้งของบริษัทชั้นนำอย่างอาลีบาบา รวมถึงมีความโดดเด่นด้านทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาอย่างยั่งยืน Mr. Chen ยังกล่าวถึงความสำเร็จในการยกระดับรายได้ของเกษตรกรจนสูงเป็นอันดับหนึ่งของจีน และรายได้เฉลี่ยของประชากรในเขตเมืองที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง

Mr. Chen ยังกล่าวถึงความมุ่งมั่นในการลงทุนระหว่างประเทศ แม้จะมีความท้าทายจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งจีนมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล และเป็นโอกาสให้จีนและไทยร่วมมือกันเสริมสร้างเศรษฐกิจให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ คณะจากเจ้อเจียงได้นำนักธุรกิจกว่า 30 องค์กรมาร่วมแสวงหาความร่วมมือกับไทย และเชิญชวนคณะวุฒิสภาและนักธุรกิจไทยไปเยี่ยมชมมณฑลเจ้อเจียง

ด้านนายโสภณ มะโนมะยา ได้สอบถามถึงรายละเอียดของคณะนักธุรกิจที่เดินทางมาเยือนไทย และขอคำแนะนำเกี่ยวกับโอกาสทางการค้าระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะสินค้าไทยที่เป็นที่ต้องการของตลาด

Mr. Chen ตอบว่า คณะนักธุรกิจที่มาในครั้งนี้มีความหลากหลาย ทั้งด้านเครื่องกล เครื่องไฟฟ้า พลังงานใหม่ เคมี และยา ส่วนสินค้าไทยที่มีศักยภาพในตลาดจีนคือสินค้าเกษตร เช่น ทุเรียน มะพร้าว และข้าว รวมถึงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไทยที่เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวชาวจีน

ด้านนายชิบ จิตนิยม ได้สอบถามถึงแนวทางการพัฒนาเกษตรกรในเจ้อเจียงจนมีรายได้สูงเป็นอันดับหนึ่งของจีน และให้ความสนใจเป็นพิเศษกับหลักสูตรพัฒนาผู้ประกอบการของมหาวิทยาลัยเจ้อเจียงให้เป็นเศรษฐีรุ่นใหม่ โดยแสดงความประสงค์ที่จะนำแนวทางดังกล่าวมาปรับใช้กับการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาไทย นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงท่าทีของจีนต่อมาตรการภาษีของสหรัฐฯ โดยย้ำว่าจีนจะให้ความสำคัญอย่างยิ่งหากข้อตกลงใดๆ กับสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ทางการค้าและการลงทุนของจีน

โดย Mr. Chen อธิบายว่า ความสำเร็จของเจ้อเจียงมาจากนโยบายเปิดประเทศ วัฒนธรรมการทำงานหนัก และการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างเป็นขั้นตอน รวมถึงการให้ความสำคัญกับการศึกษาและการบ่มเพาะสตาร์ทอัพของมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง พร้อมยินดีต้อนรับนักศึกษาไทยไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้

สำหรับประเด็นภาษีสหรัฐฯ Mr. Chen ยืนยันหลักการค้าเสรีที่เท่าเทียมและเป็นธรรม และเสนอให้ไทยและจีนร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและปกป้องผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเจ้อเจียงพร้อมเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจกับไทยในทุกด้าน เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สว.พาเหรดอัดรัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันพรวดจ่อดันค่าครองชีพ-ราคาสินค้าพุ่ง

สว.อัดรัฐบาลแจงปมราคาน้ำมันพุ่ง 6-8 บาท ลั่นเอื้อประโยชน์ไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน เชื่อค่าครองชีพ-ไฟฟ้า-สินค้าอุปโภค บริโภค พุ่งแน่

เขมรจุ้นดิ้นประท้วง! แถลงการณ์ไม่ให้ไทยยกเลิก MOU 2543 อ้างละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กว่า สำนักงานเลขาธิการกิจการชายแดนแห่งรัฐกัมพูชา (SSBA) ออกแถลงการณ์ตามที่คณะกรรมาธิการฯของวุฒิสภาไทย ได้ลงมติเห็นควรให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก (MOU 2000) พ.ศ.2543

มติเอกฉันท์ กมธ.วุฒิสภา เห็นควรให้รัฐบาลยกเลิก MOU 2543 ชี้เหตุผลสำคัญ 6 ข้อ

กมธ.วุฒิสภา มีมติเอกฉันท์ ชงฉีก “MOU 2543” ด้วยเหตุผล 6 ข้อ ชี้กัมพูชาละเมิดข้อตกลงต่อเนื่อง-ขัดรัฐธรรมนูญไทย ชี้ผ่านมา 26 ปี ข้อพิพาทดินแดนไม่คืบหน้า คาดส่งมติเข้าที่ประชุมวุฒิสภา ภายใน เม.ย. นี้

กลุ่ม สว. จี้รัฐบาลเร่งแก้ รธน. แม้อยู่ในช่วงวิกฤตสงคราม-น้ำมัน แต่ทำควบคู่กันได้

"สว.นรเศรษฐ์-พรชัย" จี้รัฐบาลชี้แจงกรอบเวลาและแผนงานที่ชัดเจนในการนำประเทศไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แม้ประเทศเผชิญวิกฤตสงครามและราคาพลังงาน แต่ประชาชนจำนวนมากยังรอคอย รธน.ใหม่ รัฐบาลสามารถทำควบคู่ไปกับการแก้วิกฤตดังกล่าวได้

วุฒิสภาศึกษาดูงานอุบลราชธานี เชื่อมงานวิจัยมหาวิทยาลัยสู่เศรษฐกิจจริง

คณะอนุกรรมการเสริมสร้าง ขับเคลื่อน และติดตามการดำเนินงานด้านวิจัยและพัฒนา ในคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา