'ทวี' ถกกิจการร่วมค้า เยียวยาเหตุตึก สตง.ถล่ม เสียชีวิต 1 ล้าน เจ็บ 2 แสน

“ทวี“ นำถก “อิตาเลียนไทยฯ-ไชน่า เรลเวย์ฯ” จ่ายเงินเยียวยาผู้เสียหายเจ็บ-ตาย ปมตึก สตง.ถล่ม ระบุ บาดเจ็บรายละ 200,000 บาท เสียชีวิตจ่ายรายละ 1,000,000 บาท คาด เตรียมวงเงินเยียวยากว่า 95 ล้านบาท ยืนยัน หากเอกสารครบพร้อมจ่ายทันที

29 เมษายน 2568 - เวลา 17.50 น. ที่อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค พ.ต.ท.อมร หงษ์ศรีทอง ผอ.กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบช.น. ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความ นายเกรียงศักดิ์ กอวัฒนา รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และนายชวนหลิง จาง กรรมการบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกันหารือข้อเสนอแนวทางการเยียวยาด้านมนุษยธรรมผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อาคารสำนักงาน สตง. ถล่ม

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า วันนี้มีการหารือกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการช่วยเหลือทั้งตัวญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ จากผู้ที่ได้รับผลกระทบเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. แห่งใหม่ถล่ม โดยช่วยเหลือเป็นเงินด้านมนุษยธรรมที่ไม่ได้เกี่ยวกับคดีอาญาหรือคดีแพ่ง และไม่มีผลผูกพันกับคดีแต่อย่างใด หรือส่งผลกระทบต่อการดำเนินคดีอาญาและคดีแพ่งแต่อย่างใด คดีความเป็นเรื่องที่ว่าไปตามพยานหลักฐานทางกฎหมาย และเนื่องด้วยมีปัญหาเรื่องการพิสูจน์ทราบว่าญาติผู้เสียชีวิตคนใดสมควรจะได้รับเงินตามกฎหมาย ซึ่งสภาทนายความก็ช่วยเหลือเรื่องนี้

โดยจะมีการจัดตั้งกลุ่มย่อยขึ้นมาประกอบด้วย ตำรวจ ดีเอสไอ สภาทนายความ และผู้แทนกิจการร่วมค้าฯ เพื่อพิสูจน์ทราบตัวญาติที่เหมาะสมและรีบจ่ายเงินช่วยเหลือทันที โดยกิจการร่วมค้าได้เตรียมงบประมาณที่จะจ่ายเงินให้ครอบครัวผู้ประสบภัยเหล่านี้ไว้แล้วกว่า 95 ล้านบาท สำหรับบุคคลสูญหาย ยืนยันจะจ่ายเงินให้กับผู้ที่มีรายชื่อสูญหายตามหลักเกณฑ์เดียวกับผู้เสียชีวิตที่พบศพ ยืนยันว่าผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายตอนนี้รวม 94 ราย จะได้รับการเยียวยาทุกราย แต่ขั้นตอนจะผ่านทางสภาทนายความเพื่อให้ช่วยกลั่นกรองเรื่องนี้ และทางกิจการร่วมค้าจะรอเอกสารยืนยันจากทางราชการเป็นหลัก เพราะในบางรายมีความยุ่งยากที่จะจ่ายเงิน ไม่ต้องการให้เกิดปัญหาภายหลัง

ขณะที่ พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า วันนี้เป็นการแสดงเจตจำนงช่วยเหลือผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ โดยจะไม่ผูกพันในเรื่องคดีอาญาและคดีแพ่ง โดยจะช่วยเหลือผู้เสียชีวิต รายละ 1 ล้านบาท ส่วนผู้บาดเจ็บ รายละ 2 แสนบาท และการดำเนินคดีอาญายังคงเป็นไปตามกฎหมาย ขณะนี้อยู่ในกระบวนการแจ้งข้อหาแล้ว และผู้ต้องหามีสิทธิ์แก้ข้อกล่าวหาและต่อสู้คดี ซึ่งดีเอสไอก็จะพิจารณาคำให้การและพยานหลักฐาน ก่อนสั่งคดีต่อไป

ด้านนายเกรียงศักดิ์ กอวัฒนา รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตนขอบคุณหน่วยงานของรัฐที่ช่วยเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างบริษัทกับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ตึก สตง. ถล่ม ยืนยันที่ผ่านมาไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้จัดตั้งเต้นท์อำนวยการเพื่อรับเรื่องจากผู้ประสบภัยมาตลอด เรามีรายชื่อผู้ประสบภัยอยู่ และเยียวยาเบื้องต้น ช่วยเหลือค่าทำศพในรายที่นิติเวชได้พิสูจน์ทราบแล้ว และจ่ายเงินช่วยเหลือผู้บาดเจ็บไปแล้ว ส่วนเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม มีการพูดคุยมาตลอดว่าจำเป็นต้องจัดเงินก้อนหนึ่งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ญาติผู้เสียชีวิต โดยจะมอบให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท ส่วนผู้บาดเจ็บให้เงินช่วยเหลือ 2 แสนบาท ในช่วงที่ขาดรายได้และรักษาตัวจากการบาดเจ็บ โดยเงินจำนวนนี้ยังไม่รวมค่ารักษาพยาบาล

ส่วนนายวิเชียร กล่าวว่า สภาทนายความได้ตั้งคณะทำงาน ลงพื้นที่อำนวยความสะดวกให้ครอบครัวผู้ประสบภัย ในการรับเรื่องร้องเรียน นำไปสู่ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย สภาทนายความในฐานะที่เป็นคนกลางก็ยินดีให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย เฉพาะกรณีที่เสียชีวิต มีผู้ร้องเรียนมายังสภาทนายความ 21 ราย ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นคนไทย 16 ราย ที่เหลือเป็นชาวต่างชาติ และคนไทยจำนวนหนึ่งก็ยังไม่พบร่าง

ทั้งนี้ เชื่อว่าเมื่อมีการรื้อสิ่งก่อสร้างออกทั้งหมดแล้ว ก็น่าจะพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ซึ่งญาติของผู้เสียชีวิตก็ได้นำหลักฐานต่าง ๆ เช่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน บันทึกประจำวันที่ไปแจ้งความกับตำรวจ และใบมรณะบัตร มาให้สภาทนายความ ซึ่งกรณีหลักฐานครบ กิจการร่วมค้าฯ ก็จะสามารถจ่ายเงินได้ทันที ถ้ามีการพิสูจน์อัตลักษณ์เรียบร้อย แต่จะมีบางส่วนกรณีชาวต่างชาติ ที่บางรายพบร่างแล้ว แต่ยังไม่สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ได้ว่าเป็นใคร ต้องรอญาติทางเมียนมามาพิสูจน์ดีเอ็นเอ

ซึ่งเมื่อวานนี้ (28 เม.ย.) ก็ได้มีการหารือกับล่ามชาวต่างชาติว่าการเดินทางจากประเทศเมียนมาจะเสียค่าใช้จ่าย ก็จะประสานสถานทูตไทยที่เมียนมา ให้ญาติเหล่านี้ไปเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอที่สถานทูตไทยแทนการเดินทางมา เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก ส่วนปัญหาตอนนี้มักจะมีคนมาอ้างว่าเป็นทายาท ถ้าหากไม่มีการกลั่นกรอง ก็อาจเป็นประเด็นปัญหาตามมา จึงต้องตรวจสอบกลั่นกรองว่าบุคคลที่มารับเงินกรณีที่เสียชีวิต ว่าเป็นทายาทโดยธรรมหรือไม่ โดยจะพิจารณาจากลำดับทายาทโดยธรรม ถ้ามีคนมาอ้างหลายคน ก็ต้องพิสูจน์

ขณะที่ นายธีรยุทธ เปิดเผยว่า เกณฑ์การพิจารณาบุคคลที่สมควรได้รับเงินเยียวยานั้น คนๆ นั้นต้องได้รับผลกระทบจากผู้เสียชีวิต เพราะเงินตรงนี้ไม่ใช่ทรัพย์มรดก ถ้าคนๆ นี้เสียชีวิต ทำให้บุคคลใดนั้นได้รับผลกระทบ ทางกรมคุ้มครองสิทธิฯ ก็จะพิจารณาเรื่องนี้ด้วย แม้ว่าผู้เสียชีวิตจะไม่ได้จดทะเบียนสมรส หรือผู้เสียชีวิตไม่ได้จดทะเบียนหย่า และเป็นเพียงการอยู่กินทางพฤตินัยก็ตาม

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า รายงานสถานการณ์ตึกถล่ม ณ เวลา 18.00 น. วันที่ 29 เม.ย.68 ยอดผู้ประสบภัยขณะนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 103 ราย เสียชีวิต 66 ราย รอพิสูจน์อัตลักษณ์ 0 ราย บาดเจ็บ 9 ราย และสูญหาย 28 ราย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีเอสไอ ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ให้ ป.ป.ช. สอบต่อ

“ดีเอสไอ” ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล Worldcoin โยงธุรกิจสีเทากัมพูชา ให้ ป.ป.ช. สอบต่อ หลังพบนักการเมืองและ จนท.รัฐ มีเอี่ยว

กระทุ้ง กกต. โชว์ฝีมือจับซื้อเสียง แนะ ธปท. เช็กย้อนหลังตั้งแต่ยุบสภา

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอบคุณ ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ภายหลังจากนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

ออกหมายจับ 'นักการเมืองเทา' 2 ราย พัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน เผ่นหนีนอกประเทศแล้ว

รมว.ยุติธรรม เผยคดีนักการเมืองพัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน ล่าสุดออกหมายจับแล้ว 2 ราย "สจ.เนย์ เเห่งกาฬสินธุ์ และเมีย" ล่าสุดพบหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ 20 ม.ค.69 ส่วนอีก สจ. อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้

เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม

'ทวี' ดีใจรอดคมดาบศาลรัฐธรรมนูญ ลั่นเป็นชัยชนะของหลักนิติธรรม

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้องกรณีข้อกล่าวหาแทรกแซงการทำงานของ DSI ในคดีฮั้วเลือก สว. โดยศาลวินิจฉัยไม่พบพฤติการณ์สั่งการหรือข่มขู่ตามที่ถูกกล่าวหา

'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.

นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.