กระทรวงกลาโหม จับมือ 2 หน่วยงานรัฐ ผุดโครงการบ้านพักเพื่อทหาร

กระทรวงกลาโหมผนึกกำลังกรมธนารักษ์และการเคหะแห่งชาติลงนาม MOU โครงการสวัสดิการที่พักอาศัยครั้งสำคัญหวังยกระดับคุณภาพชีวิตกำลังพลชั้นผู้น้อยให้มีบ้านเป็นของตัวเองในราคาที่เหมาะสมสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวและเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ

10 มิ.ย. 2568 –  โดยในวันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน 2568 เวลา 14.00 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) โครงการสวัสดิการที่พักอาศัยข้าราชการกระทรวงกลาโหม ณ ห้องศรีสมาน ๑ ณ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (ศรีสมาน) โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงการคลัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และการเคหะแห่งชาติ ร่วมเป็นเกียรติในการลงนามครั้งนี้

โครงการนี้เกิดขึ้นจากความตระหนักของกระทรวงกลาโหมถึงความสำคัญของการมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงสำหรับกำลังพลชั้นผู้น้อย โดยมุ่งเน้นให้พวกเขาสามารถซื้อหรือเช่าซื้อที่พักอาศัยที่มีมาตรฐานได้ ในราคาที่เหมาะสม ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคง ให้ครอบครัว และเป็นกำลังใจสำคัญในการปฏิบัติราชการการดำเนินโครงการเป็นการบูรณาการความร่วมมือของ ๓ หน่วยงานหลัก ได้แก่ กระทรวงกลาโหม กำหนดนโยบาย กลุ่มเป้าหมาย และสนับสนุนการใช้พื้นที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ (กระทรวงการคลัง) เจ้าของที่ดินราชพัสดุ สนับสนุนการจัดสรรพื้นที่ในอัตราค่าเช่าที่เหมาะสมการเคหะแห่งชาติ (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) ผู้พัฒนา ก่อสร้างที่อยู่อาศัยและประสานสินเชื่อหรือการเช่าซื้อรูปแบบโครงการสร้างโอกาสให้ทหารมีบ้าน การเคหะแห่งชาติจะเช่าที่ดินราชพัสดุจากกรมธนารักษ์เพื่อก่อสร้างที่พักอาศัย เมื่อแล้วเสร็จ จะจำหน่ายให้แก่กำลังพลที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ โดยกำลังพลจะทำสัญญาเช่าที่ดินโดยตรงกับกรมธนารักษ์เป็นระยะเวลา ๓๐ ปี และสามารถพิจารณาต่ออายุสัญญาได้

พิธีลงนามครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงในชีวิตให้แก่ข้าราชการกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ทั้งที่ยังรับราชการและผู้ที่เกษียณอายุแล้วที่ยังไม่มีบ้าน เป็นของตนเอง โครงการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต แต่ยังเสริมสร้างความภาคภูมิใจและขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติต่อไปอย่างยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เจี๊ยบ อมรัตน์' ฟาด 'อ้วน' ได้เวลาลงจากยอดมะพร้าว

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือเจี๊ยบ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ชี้แจงกรณีพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล

ภูมิธรรม แจงเหตุร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย เพราะต้องการเข้าไปทำงานให้ประชาชน

นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Phumtham Wechayachai  การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทย ในการตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลกับ พรรคภูมิใจไทยอาจมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม

'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.

นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.

'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่