ถือบัตรทองสบายใจได้! รบ.ยันจัดระบบรองรับผู้ป่วยในพื้นที่ชายแดน-น้ำท่วมแล้ว

บัตรทองไม่สะดุด – สปสช. จัดระบบรองรับผู้ป่วยในพื้นที่วิกฤต ยืนยันใช้สิทธิรักษาได้ต่อเนื่องทุกพื้นที่

31 ก.ค.2568 - นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา และสถานการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัดภาคเหนือ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชนผู้มีสิทธิบัตรทอง 30 บาท รัฐบาลได้มอบหมายให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เร่งจัดระบบรองรับ เพื่อให้ประชาชนยังสามารถใช้สิทธิเข้ารับบริการทางการแพทย์ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นางสาวศศิกานต์ กล่าวว่า ในเบื้องต้น สปสช. ได้ดำเนินการประสานกับหน่วยบริการทั่วประเทศ พร้อมออกแนวทางปฏิบัติในกรณีที่เกิดเหตุจำเป็น เช่น การยกเว้นการปิดสิทธิ์ผู้ป่วยหลังรับบริการ การยกเว้นเกณฑ์การฟอกไตที่เกินศักยภาพหน่วยบริการ การเพิ่มรอบการล้างไต รวมถึงการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในระบบ LTC ที่ต้องอพยพจากพื้นที่เดิม โดยใช้งบประมาณจากกองทุนที่เกี่ยวข้องผ่านความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นางสาวศศิกานต์ กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยที่ต้องเดินทางมายังกทม.หรือพื้นที่อื่น สปสช. ได้จัดระบบสนับสนุนร่วมกับหน่วยบริการในพื้นที่ พร้อมย้ำให้ถือเป็นกรณีเหตุสมควร เพื่อให้ประชาชนยังสามารถเข้ารับบริการได้โดยไม่ถูกปฏิเสธ ทั้งยังจัดเตรียมบริการรถรับส่งในกรณีผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของความเสียหายต่ออุปกรณ์จำเป็น เช่น น้ำยาล้างไตและผ้าอ้อมผู้ใหญ่ สปสช. ได้ประสานกับบริษัทไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด เพื่อจัดส่งน้ำยาล้างไตถึงบ้าน และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ช่วยดูแลเรื่องผ้าอ้อมผู้ใหญ่ โดยไม่ให้ประชาชนต้องแบกรับภาระเพิ่มเติม

นางสาวศศิกานต์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังสามารถรับยาต่อเนื่องจากโรงพยาบาลใกล้บ้านได้ตามความเหมาะสม โดยไม่จำกัดว่าต้องจ่ายยาครั้งละ 7 วัน ขณะเดียวกัน สปสช. ยังได้ขยายทางเลือกให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิ “30 บาทรักษาทุกที่” ที่ร้านยาคุณภาพทั่วประเทศ และพบแพทย์ออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับบริการในช่วงภาวะวิกฤต

“ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก รัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง ประชาชนทุกคนยังสามารถใช้สิทธิบัตรทองได้อย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตนขอความร่วมมือจากหน่วยบริการทั่วประเทศให้ดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ และขอยืนยันว่า สามารถเบิกค่าบริการตามเกณฑ์ที่ สปสช. กำหนดได้ทุกกรณีที่จำเป็น” นางสาวศศิกานต์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลแนะให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยของขวัญวาเลนไทน์

รัฐบาลแนะทางเลือกของขวัญช่วงเทศกาลแห่งความรัก 14 ก.พ. ด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยคุณภาพ ภายใต้แนวคิด 'ให้รัก ดูแลใจ ใส่ใจสุขภาพ' ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ควบคู่การสนับสนุนภูมิปัญญาไทย

'ปลานิลสายน้ำไหลเบตง' ขึ้นชั้นสินค้า GI ลำดับที่ 6 ของยะลา

รัฐบาล เผยขึ้นทะเบียน 'ปลานิลสายน้ำไหลเบตง' สินค้า GI ลำดับที่ 6 ของจังหวัดยะลา เนื้อแน่น รสชาติหวาน ปราศจากกลิ่นโคลน คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดปีละ 19 ล้านบาท

รัฐบาลแนะคนหางานใช้แอป 'คนทำงานอิสระ' หาตำแหน่งว่าง!

รัฐบาลแนะคนหางาน ใช้บริการเว็บไซต์ 'คนทำงานอิสระ.doe.go.th' หรือแอปพลิเคชัน 'คนทำงานอิสระ' ศูนย์รวมงานและบริการอาชีพอิสระ ค้นหาตำแหน่งงานว่างทั่วประเทศ

ขึ้นทะเบียน 'กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต' สินค้า GI

'อัยรินทร์' เผยขึ้นทะเบียน 'กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต' สินค้า GI ลำดับ 4 ของจังหวัด ยกระดับสินค้าประมงพื้นบ้านสู่สินค้าพรีเมียม ราคากิโลกรัมละ 3,000 บาท คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 65 ล้านบาทต่อปี