
ทบ. ชี้แจงสถานะ ‘เชลยศึก’ กำลังพลกัมพูชา ปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมสากล ยึดอนุสัญญาเจนีวาเคร่งครัด ยันปล่อยตัวส่งกลับภูมิลำเนาหลังสู้รบสิ้นสุดโดยสมบูรณ์ ไม่ใช่แค่หยุดยิง
4 ส.ค. 2568 – พันเอกริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดเหตุปะทะระหว่างกำลังทหารไทยกับกองกำลังทหารฝ่ายกัมพูชา บริเวณพื้นที่บ้านซำแต อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 สืบเนื่องจากฝ่ายกัมพูชาได้กระทำการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และดำเนินการโจมตีเข้ามาในเขตแดนของประเทศไทย ฝ่ายไทยจึงจำเป็นต้องดำเนินการตอบโต้ทางทหารอย่างเหมาะสม เพื่อยับยั้งการรุกราน และผลักดันกองกำลังฝ่ายกัมพูชาออกจากพื้นที่ดังกล่าว
ภายหลังการปะทะ ได้มีกำลังพลฝ่ายกัมพูชาจำนวน 20 นายยอมจำนนจากการสู้รบ โดยกองทัพบกได้ดำเนินการปลดอาวุธและควบคุมตัวตามกระบวนการทางทหาร พร้อมทั้งยึดถือแนวทางการปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมสากลอย่างเคร่งครัดในทุกขั้นตอน ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างกว้างขวาง และมีการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จและบิดเบือนจากฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง กองทัพบกขอชี้แจงว่า กำลังพลฝ่ายกัมพูชาที่ยอมจำนนและอยู่ในการควบคุมของฝ่ายไทย ได้รับการรับรองสถานะตามกฎหมายระหว่างประเทศว่าเป็น “เชลยศึก” ตามข้อบทแห่งอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 ซึ่งประเทศไทยและประเทศกัมพูชาเป็นรัฐภาคีร่วมกัน โดยอนุสัญญาดังกล่าวบัญญัติชัดเจนว่าสถานะเชลยศึกจะเกิดขึ้นเมื่อคู่กรณีทั้งสองฝ่ายอยู่ในสถานะของความขัดแย้งด้วยอาวุธ และผู้ที่ถูกควบคุมตัวเป็นบุคคลซึ่งสังกัดกองกำลังติดอาวุธของรัฐฝ่ายตรงข้าม
สถานะเชลยศึกมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการประณาม หากแต่เป็นการรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลในสถานการณ์ความขัดแย้งด้วยอาวุธ ซึ่งรวมถึง
-การได้รับความคุ้มครองจากการประทุษร้าย การทรมาน การบังคับขู่เข็ญ และการทดลองทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์
-การได้รับการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรม ปราศจากการดูหมิ่น หรือการเผยแพร่สู่สาธารณะโดยไม่เหมาะสม
-การจัดหาสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐาน อาทิ อาหาร น้ำดื่ม เครื่องแต่งกาย การดูแลด้านสุขอนามัย และการรักษาพยาบาล
-การห้ามมิให้กักขังเชลยศึกในสถานที่คุมขังตามประมวลกฎหมายอาญา
-สิทธิในการปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนา และ
-การได้รับการปล่อยตัวและส่งกลับภูมิลำเนาเมื่อความขัดแย้งด้วยอาวุธสิ้นสุดลงโดยสมบูรณ์ (มิใช่เพียงแค่การหยุดยิง)
ภายหลังการควบคุมตัว กองทัพบกได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายเชลยศึกทั้งหมดออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยจากการสู้รบ ไปยังเขตปลอดภัยในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 พร้อมทั้งจัดเตรียมการสนับสนุนด้านปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ อาหาร น้ำดื่ม เครื่องแต่งกาย การตรวจร่างกายและสุขภาพโดยทีมแพทย์ ตลอดจนปฏิบัติต่อเชลยศึกตามกรอบของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างครบถ้วน
ต่อมา เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 กองทัพบกได้ดำเนินการส่งตัวเชลยศึกชาวกัมพูชาที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 นาย กลับไปยังประเทศต้นทาง ผ่านทางจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ ภายหลังจากได้รับการรักษาพยาบาลโดยฝ่ายไทยจนพ้นขีดอันตรายและสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างปลอดภัย ส่วนเชลยศึกที่เหลืออีก 18 นาย ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายไทยในสถานะเชลยศึก และจะได้รับการส่งกลับเมื่อสถานการณ์ความขัดแย้งด้วยอาวุธยุติลงโดยสมบูรณ์ตามข้อกำหนดในอนุสัญญาเจนีวา
กองทัพบกขอยืนยันว่า “เชลยศึก” เป็นสถานะทางกฎหมายที่ได้รับการรับรองภายใต้กรอบของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ มิใช่การจำกัดสิทธิมนุษยชน หากแต่เป็นกลไกในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในสภาวะสงคราม กองทัพบกยังคงยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรมระหว่างประเทศ และพันธกรณีที่ประเทศไทยได้ให้ไว้ในฐานะรัฐภาคีของอนุสัญญาเจนีวา พร้อมทั้งขอยืนยันว่าจะดำเนินการต่อกำลังพลฝ่ายตรงข้าม ตลอดจนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สู้รบ ด้วยความเคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเคร่งครัด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เกณฑ์ทหารปี 69 ต้องการ 8.4 หมื่นนาย ได้เงินเดือนหมื่นบาท ห้ามลงโทษรุนแรง
ทบ.เปิดยอดความต้องการเกณฑ์ทหารปี 69 จำนวน 84,380 นาย สมัครออนไลน์ แล้ว 22,062นาย เกณฑ์จริง 62,318 นาย พร้อมสิทธิประโยชน์ 11,000 บาท/เดือน ตรวจสุขภาพจิตครูฝึก ควบคุมมาตรการลงโทษ พร้อมปลดล็อกเหยื่อบัญชีม้า /ด้าน “โฆษก ทบ.”ระบุเพจทหาร หยิบกระแส”Hyrox-One piece “มาทำคอนเทนต์ชวนเกณฑ์ทหาร เพื่อง่ายในการทำความเข้าใจ ย้ำไม่ใช่เรื่องน่ากลัว
ศบก.แถลงสถานการณ์ตะวันออกกลาง-ช่องแคบฮอร์มุซ ยังตรึงเครียด คาด 27 มี.ค.ส่งร่างผู้เสียชีวิตคนไทยกลับปท.
ศบก. ย้ำสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความตึงเครียด ขอให้คนไทยรีบออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด คาดว่า 27 มีนาคมนี้ จะมีการส่งร่างผู้เสียชีวิตคนไทยกลับประเทศ
'อัษฎางค์' อ่านเกมสถานการณ์ตะวันออกกลาง สงครามจะลากยาวถึง 9 เดือน
เอ็ดดี้ บอก UAE ยืนยันพร้อมสำหรับสงครามยืดเยื้อยาวนานถึง 9 เดือน ท่ามกลางการโจมตีโครงสร้างพลังงานในอ่าวเปอร์เซียจากอิหร่าน
ทบ. โต้ CMAA บิดเบือนปมระเบิดตกค้าง ยันไทยยึดหลักสากล
จากกรณีเมื่อ 20 มี.ค. 69 ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา (CMAA) ได้เผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์ ขอให้ประชาชนกัมพูชาเพิ่มความร
ชายแดน เผชิญวิกฤตซ้ำซ้อน ทั้งเสี่ยงปะทะเขมร น้ำมันแพง ลูกหลานงดกลับบ้านสงกรานต์
ชาวบ้านชายแดนเผชิญวิกฤตซ้ำซ้อน ทั้งผวาเขมรจ่อตลบหลังเสี่ยงปะทะรอบสาม ยังได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามตะวันออกกลาง จนลูกหลานที่ทำงานต่างจังหวัด โทรมาบอกสงกรานต์งดกลับบ้าน กลัวไม่มีน้ำมันเติมและภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
ทบ. ยันไม่พบลักลอบส่งน้ำมันไปกัมพูชาผ่านลาว กกล.สุรนารีควบคุมเข้มงวด
ทบ. แจงข้อเท็จจริง ไม่พบการลักลอบส่งน้ำมันไทยไปกัมพูชาผ่านลาว ชี้กองกำลังสุรนารีคงมาตรฐานการควบคุมการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างเข้มงวด

