ขยายสิทธิ์หักรายจ่าย 2 เท่าจัดอบรม–สัมมนาในอำเภอเมืองหลัก

รัฐบาลขยายสิทธิ์หักรายจ่าย 2 เท่า สำหรับนิติบุคคลจัดอบรม–สัมมนาในอำเภอเมืองหลักที่ได้สิทธิเทียบเท่าเมืองรอง

23 ต.ค.2568 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและการส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาค โดยกรมสรรพากรได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 456) เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับรายจ่ายที่เกิดจากการจัดอบรม สัมมนา หรือการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ และได้ ขยายเขตพื้นที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติมจากจังหวัดท่องเที่ยวรอง เพื่อให้นิติบุคคลสามารถใช้สิทธิหักรายจ่ายได้มากขึ้น มาตรการดังกล่าวมีผลใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2568 เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการจัดกิจกรรมในประเทศได้ในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นช่วงที่มีการจัดประชุม อบรม และสัมมนาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นางสาวลลิดา กล่าวว่า พื้นที่ที่ได้รับสิทธิตามประกาศฉบับนี้ ครอบคลุมอำเภอในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก เช่น จ.กระบี่ เชียงใหม่ นครราชสีมา ชลบุรี สุราษฎร์ธานี กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ พังงา ระยอง พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา และสงขลา โดยในแต่ละจังหวัดได้ระบุอำเภอที่มีสิทธิเทียบเท่าเมืองรองอย่างชัดเจน อาทิ จ.กระบี่ ที่เขาพนม, ปลายพระยา, ลำทับ จ.เชียงใหม่ ทึ่สารภี, สันทราย, แม่แตง, แม่วาง, ดอยสะเก็ด, อมก๋อย ฯลฯ จ.นครราชสีมา ที่ปักธงชัย, พิมาย, วังน้ำเขียว, สีคิ้ว, ด่านขุนทด, เสิงสาง ฯลฯ จ.ชลบุรี ที่บ้านบึง, พานทอง, พนัสนิคม, หนองใหญ่ ฯลฯ จ.สุราษฎร์ธานี ที่กาญจนดิษฐ์, พุนพิน, ดอนสัก, ไชยา, วิภาวดี ฯลฯ และจังหวัดอื่นอีกกว่า 10 จังหวัดทั่วประเทศ

รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายภาษีเพื่อส่งเสริมให้ภาคธุรกิจจัดประชุม อบรม และสัมมนาภายในประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและช่วยกระจายรายได้สู่ภูมิภาค โดยนิติบุคคลที่จัดกิจกรรมในพื้นที่ที่อยู่ในรายชื่อดังกล่าวจะได้รับสิทธิ หักรายจ่าย 2 เท่า ขณะที่พื้นที่อื่นสามารถใช้สิทธิ หักรายจ่าย 1.5 เท่า ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

“รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ยังคงเดินหน้านโยบายภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยใช้มาตรการทางภาษีเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศและการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้ภาคธุรกิจและประชาชนเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สั่งตั้งคณะทำงานแก้ปัญหาอากาศยานชนนก!

'ภัทรพงศ์' สั่งตั้งคณะทำงานแก้ปัญหาอากาศยานชนนก บูรณาการทุกภาคส่วน ยกระดับความปลอดภัยการบิน ลดความเสียหายกว่า 530 ล้านบาทต่อปี ตามมาตรฐานสากล

ไม่ได้ลืม! รัฐบาลสั่งติดตามสถานการณ์ปลาหมอคางดำชายฝั่งบางสะพาน

รัฐบาลเร่งติดตามสถานการณ์ปลาหมอคางดำชายฝั่งบางสะพาน สั่งกรมทะเลขยายผลสำรวจ–วางมาตรการป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศทะเล

ลุยจับเว็บพนันบอลโลกแล้ว 388 URL

รัฐบาลเดินหน้าปราบสแกมเมอร์และพนันออนไลน์ ช่วงฟุตบอลโลก 2006 จับเว็บพนันแล้ว 388 URL เจ้ามือ 135 ราย ผู้เล่น 1,363 ราย พบเงินหมุนเวียนรวมกว่า 3,371 ล้านบาท

ชวนผู้ประกันตนโสดทำหนังสือระบุผู้รับเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า!

รัฐบาลชวนผู้ประกันตนโสดรักษาสิทธิ ทำหนังสือระบุผู้รับเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า ไม่ให้สิทธิประโยชน์สูญเปล่า ย้ำผู้จัดการศพมีสิทธิรับค่าทำศพ 50,000 บาท และผู้มีสิทธิสามารถยื่นขอรับเงินได้ภายใน 2 ปี

ลุยรับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯถึง 1 ก.ค.นี้

รัฐบาลเดินหน้ารับฟังความเห็นร่าง พรบ.กัญชาฯ เชิญชวนร่วมกำหนดทิศทางกฎหมายกัญชา-กัญชง ผ่านช่องทางออนไลน์หลัก 2 ช่องทาง ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 1 ก.ค.นี้