รวบ 3 โจ๋ ไล่ฟัน-ปล้นทรัพย์คู่อริ ตำรวจแจ้ง 5 ข้อหาหนัก

24 ต.ค. 2568 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ พัชชรนิตยธรรม ผกก.สภ.สำโรงใต้ พร้อมด้วย พ.ต.ท.อดุลย์ มงคลเจริญ รอง ผกก.สส. และชุดสืบสวน สภ.สำโรงใต้ ร่วมกันจับกุมวัยรุ่น 3 ราย คือ 1.นายนนท์ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี 2.นายพล (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี / และ 3.นายเทพ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุไล่ฟันและปล้นทรัพย์คู่อริกลางถนนในพื้นที่สำโรงใต้ พร้อมของกลางเป็นอาวุธมีดยาวประมาณ 60 เซนติเมตร 1 เล่ม ปืนแบลงค์กัน 1 กระบอก เสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุ และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีดำ ทะเบียน 2 กข 962 กรุงเทพมหานคร

โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายนนท์ ได้ที่บ้านพักใน ต.บางเมือง อ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ จากนั้นติดตามจับกุมนายพล ได้ที่ห้องเช่าในซอยกุศลส่ง ต.สำโรง อ.พระประแดง พร้อมอาวุธปืนแบลงค์กันที่ใช้ข่มขู่ผู้เสียหาย และตามรวบนายเทพ ได้ที่สถานีรถไฟฟ้า BTS สำโรง

สืบเนื่องจากเหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 23.20 น. นายชัย (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ผู้เสียหาย ได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากซอยร่มประดู่ พร้อมเพื่อนรวม 3 คน เพื่อไปซื้อของ เมื่อมาถึงบริเวณหน้าเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย ถูกกลุ่มวัยรุ่น 3 คนขับรถไล่ตาม และปาระเบิดใส่ 2 ลูก ก่อนใช้มีดฟันเข้าที่หลังจนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ชกต่อย ดึงกุญแจรถจักรยานยนต์ และปล้นโทรศัพท์มือถือไอโฟน 12 หนึ่งเครื่อง ก่อนหลบหนีไป

ด้านนางสาวโสรยา สอนธรรม อายุ 45 ปี มารดาของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ลูกชายเรียนอยู่ชั้น ม.6 ถูกกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายจนมีบาดแผลที่หลัง ใบหน้า และศีรษะ ยอมรับว่ารู้สึกตกใจและเป็นห่วงอย่างมาก พร้อมฝากถึงเยาวชนให้หันหน้าใช้เหตุผลแทนความรุนแรง เพราะสุดท้ายจะเดือดร้อนกันทั้งสองฝ่าย

ส่วน นายพล (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี หนึ่งในผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุได้ขับรถมากับเพื่อนรวม 3 คน ไล่ตามผู้เสียหายตั้งแต่หน้าเทศบาลเมืองปู่เจ้า จนถึงซอยวัดมหาวงษ์ โดยอ้างว่าเกิดจากความโกรธ เนื่องจากก่อนหน้านี้เพื่อนในกลุ่มถูกผู้เสียหายทำร้ายร่างกายและข่มขู่ด้วยปืน จึงจำหน้าได้และเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา 1.ร่วมกันปล้นทรัพย์ผู้อื่น 2.ร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ร่วมกันมีอาวุธมีดและพาไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร 4.ร่วมกันมีอาวุธปืนหรือสิ่งเทียมอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 5.ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผัวพม่าสุดโหด! เมียขอเลิกไปอยู่กับคนใหม่ แค้นจัดคว้ามีดจ้วงแทงยับกว่ายี่สิบแผลดับคาห้อง

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 22 มิถุนายน 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.สำโรงใต้  รับแจ้งเหตุฆ่ากัน ภายในห้องพักของแคมป์คนงานต่างด้าว ในชุมชนบ

สองแม่ลูกโหด! รุมทำร้ายสาวแคดดี้สาหัส เก็บมือถือได้ไม่คืน

เจ้าหน้าที่กู้ภัยบางพลี รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือพาหญิงสาวรายหนึ่งส่งโรงพยาบาล หลังจากที่เธอถูกทำร้ายร่างกายมาและกลับมาพักที่ห้องพัก

นักวิเคราะห์ ชี้คนอายุ 21-30 ปี เป้าหมายอันดับ 1 มิจฉาชีพยุค AI สูญเงินล้านมากกว่าผู้สูงอายุ

หลายคนมักคิดว่าผู้สูงอายุ คือกลุ่มที่เปราะบางและตกเป็นเหยื่อกลโกงออนไลน์ได้ง่ายที่สุดในสังคม ​แต่จากชุดข้อมูลและสถิติล่าสุดจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) กลับสะท้อนความจริงที่สวนทาง

ชาวบ้านผวาหนัก! โจ๋นับสิบไล่แทงกัน ปาระเบิดปิงปองกลางดึก

เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นยกพวกก่อเหตุทะเลาะวิวาท ใช้อาวุธมีดดาบไล่ทำร้ายคู่อริ พร้อมปาระเบิดปิงปองและใช้อาวุธปืนยิงท้าทายกันกลางดึก

ตีกันประจำ! วัยรุ่นซอยด่านสำโรง ยกพวกนับสิบถล่มคู่อริในร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์

ภาพเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่นนับสิบคนขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ พร้อมอาวุธมีดดาบยาว ยกพวกมาถล่มวัยรุ่นที่อยู่ภายในร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ บริเวณปากซอยด่านสำโรง 17 ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งก่อนที่กลุ่มวัยรุ่นจะหลบหนียังได้ปาระเบิดปิงปองใส่ร้านจนเสียงดังสนั่น