“เขมร” โชว์ขนย้ายอาวุธหนัก BM-21 รถยิงจรวดหลายลำกล้อง ออกจากชายแดน type81-type90 -ปืนใหญ่ 155 มม. ตามข้อตกลง ”อาร์บีซี” เฟส 1
1 พฤศจิกายน 2568 - เพจเฟซบุ๊ก Army military force โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า เมื่อเวลา 18.00 น. กระทรวงกลาโหมกัมพูชา รายงานว่า กองทัพบกกัมพูชาถอนปืนใหญ่อัตตาจร SH-1 ขนาด 155 mm. พร้อมด้วยรถยิงจรวดหลายลำกล้อง Type 90 ขนาด 122 mm. ออกจากแนวหน้าในฝั่งอุดรมีชัย ซึ่งเป็นข้อตกลงการถอนอาวุธหนักระหว่างกองทัพกัมพูชาและไทยในระยะที่ 1 โดยจะขนย้ายอาวุธออกจากพื้นที่ชายแดนที่มีข้อพิพาทของทั้งสองประเทศ เพื่อนำกลับไปยังฐานที่ตั้งเดิม
.
สำหรับการเตรียมถอนอาวุธหนักออกจากชายแดนครั้งนี้ ดำเนินการภายใต้การสังเกตการณ์และตรวจสอบยืนยันโดย คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (ASEAN Observer Team - AOT)
เช่นเดียวกับ Kpt English สื่อกัมพูชา รายงานข่าว การถอนอาวุธหนักของกองทัพกัมพูชาออกจากพื้นที่ชายแดนกลับไปยังฐานที่ตั้งเดิม ซึ่งถือเป็นระยะที่ 1 ของแผนการปฏิบัติที่ได้ประสานงานกับกองทัพของไทย กระบวนการนี้กำลังดำเนินการตามแนวชายแดนที่ปราสาทพระวิหารและอุดรมีชัย
การถอนอาวุธหนักร่วมระยะที่ 1 ซึ่งคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค (RBC) ตกลงร่วมกันสำหรับกองทัพกัมพูชาและไทย มีกำหนดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ระยะแรกนี้มุ่งเน้นไปที่การถอนอาวุธประเภท A โดยเฉพาะเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง โดยเป็นการเคลื่อนย้ายอาวุธหนักเหล่านี้จากพื้นที่ชายแดนที่เป็นข้อพิพาทกลับไปยังฐานที่ตั้งเดิมของแต่ละพื้นที่ กำลังดำเนินการภายใต้การสังเกตการณ์และการตรวจสอบของทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียน AOT
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในภาพการถอนอาวุธครั้งนี้ นอกจากปืนใหญ่อัตตาจร SH-1 ขนาด 155 mm. พร้อมด้วยรถยิงจรวดหลายลำกล้อง Type 90 ขนาด 122 mmแล้ว ยังมีจรวดหลายลำกล้อง Type 81 และBM-21ซึ่งกองทัพกัมพูชาจัดหาจากประเทศจีน ซึ่งได้ทำการยิงเข้ามาฝั่งประเทศไทย จนทำให้พลเรือนของไทยเสียชีวิตหลายราย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แม่ทัพภาค 2 มอบเหรียญ 'ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ' เชิดชูทหารกล้าพิทักษ์อธิปไตย
พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางลงพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบวัตถุมงคลรุ่น “ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ” จำนวน 20,000 เหรียญ (ชุดแรก) แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ
ชำแหละกัมพูชายับ! ซัดประชาธิปไตยล้มเหลว จับตา 5 ความฝัน 'ฮุน เซน'
อดีตนายทหารด้านความมั่นคงวิจารณ์กัมพูชาอย่างเผ็ดร้อน ชี้เป็นตัวอย่างของประเทศที่ประชาธิปไตยล้มเหลว ทั้งปัญหาสิทธิเสรีภาพ สื่อมวลชน และอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมวิเคราะห์ 5 เป้าหมายสำคัญของ “ฮุน เซน” ตั้งแต่เสริมกำลังชายแดน ฟื้นสัมพันธ์ทักษิณ ไปจนถึงความหวังเห็นพรรคประชาชนขึ้นเป็นรัฐบาลไทย ก่อนประเมินว่าหลายเรื่องอาจสวนทางกับความเป็นจริง
'นายกฯหนู' ดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' ย้ำจุดยืนไทย เจรจาได้แต่ห้ามบังคับ
'อนุทิน' เผยดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' คุยปมชายแดน ย้ำไม่ต้องการขัดแย้งกัน พร้อมเจรจาตามกรอบ แต่บังคับเมื่อไหร่หยุดทันที ลั่นไม่พูดเรื่องเปิดด่าน คำต้องห้ามเดี๋ยวคนไทยโกรธตาย
เพจดังขุดตำนาน 'จารชนขายชาติ' ไทยเสียพระวิหาร ระวังประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอย ปมเจรจาเขตแดนทางทะเล
เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จารชนคนขายชาติในคดีพิพาทเขาพระวิหารปี 2505 กับสถานการณ์ปี2569 ที่เรากำลังจะสู้คดีทางทะเลกับเขมรในเวทีโลก มันจะมีจารชนและคนขายชาติแบบเหตุการณ์นั้นอีกหรือไม่? บางคนคงคิดว่าข้าราชการไทยที่กินขี้เขมรมันมีอยู่แค่ในทฤษฎีสมคบคิด แต่ผิดแล้วครับ เรื่อง
นักวิชาการกฎหมายระหว่างประเทศ เปิดข้อเท็จจริง-มุมมอง เกม UNCLOS ศึกเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา
ผศ. ดร.ธนภัทร ชาตินักรบ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ให้ข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊ก "Take A Walk, Talk International Law ท่องโลกกว้างด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ" ระบุว่า คณะรัฐมนตรีตั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะเจรจาและผู้ประนอมฝ่ายไทย เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย รวมถึงผู้ประนอมฝ่ายไทย 2 ท่าน เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ซึ่งกัมพูชาได้ยื่นไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยมีรายละเอียดโดยสรุปดังนี้
อดีตบิ๊ก ศรภ.ชำแหละเขมร! ประเทศที่ประชาธิปไตยล้มเหลวทุกมิติ
พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.)

