ทบ.รายงานสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ระบุได้เข้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดวางใหม่เนิน 677 ช่องอานม้า-เจรจาทหารเขมรรื้อถอนไม้ไผ่ขวางทางลาดตระเวนช่องบก ย้ำต้องรอบคอบเพื่อไม่ให้กระทบกลไกทวิภาคี ยอมรับสถานการณ์ละเอียดอ่อนต้องประสานงานใกล้ชิด
6 พฤศจิกายน 2568 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้เผยถึงสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชาที่สำคัญ หลังจากที่ทั้งสองประเทศเริ่มดำเนินการถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ความขัดแย้งตามแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ที่ได้ตกลงร่วมกันว่า
“การถอนอาวุธหนักในขั้นที่ 1 ได้แก่ อาวุธประเภทจรวด ยังคงเป็นไปตามแผนที่ตกลงกันไว้ โดยมีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนของทั้งสองประเทศเข้าติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ในส่วนของการเก็บกู้ทุ่นระเบิดก็มีความคืบหน้าเช่นกัน ตามที่กองบัญชาการกองทัพไทย โดย TMAC ได้ออกมาชี้แจงให้ทราบเป็นระยะ ๆ
สำหรับกำลังพลในส่วนของกองกำลังป้องกันชายแดน ทั้งในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 ก็ยังคงวางกำลังและใช้มาตรการเฝ้าตรวจพื้นที่อย่างเข้มงวด เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่รับผิดชอบให้เป็นไปตามข้อตกลงร่วมกันตามผลการประชุมทวิภาคีในทุกระดับ
โดยการเฝ้าตรวจพื้นที่ในห้วงที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 2 และ 3 พฤศจิกายน 2568 บริเวณเนิน 677 ใกล้กับช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารทำการลาดตระเวนในพื้นที่ ได้ตรวจพบ ทุ่นระเบิด PMN-2 จำนวน 2 ทุ่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเก็บกู้เป็นที่เรียบร้อย
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ในพื้นที่ด้านทิศตะวันตกของช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารไทยทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่ ได้ตรวจพบทหารกัมพูชาจำนวน 6 นาย นำไม้ไผ่มาวางขวางเส้นทางลาดตระเวนของฝ่ายไทย
ฝ่ายไทยจึงได้เข้าเจรจา โดยชี้แจงว่าเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางลาดตระเวนตามปกติ หลังจากการพูดคุยทำความเข้าใจกัน ฝ่ายกัมพูชาได้รื้อสิ่งขวางทางออก และเจ้าหน้าที่ไทยจึงได้ทำการลาดตระเวนต่อได้ตามปกติ ต่อมาในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ชุดลาดตระเวนของไทยได้เข้าพื้นที่เดิมอีกครั้งเพื่อยืนยันความเรียบร้อย ซึ่งเหตุการณ์ทั่วไปเป็นปกติ ไม่มีการเข้ามาขัดขวางของฝ่ายกัมพูชาแต่อย่างใด
โฆษกกองทัพบกกล่าวเพิ่มเติมว่า กองทัพบกเข้าใจถึงลักษณะสถานการณ์ตามแนวชายแดนในขณะนี้ที่มีความละเอียดอ่อนและต้องอาศัยการประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินการตามข้อตกลงจากการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การลดความขัดแย้งและสร้างความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน ดังนั้น การกระทำใด ๆ ที่อาจส่งผลให้กระบวนการดังกล่าวต้องหยุดชะงัก ควรต้องมีความรอบคอบเป็นอย่างยิ่ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โฆษก ทบ. ลั่นไทยยึดข้อตกลงหยุดยิงเป็นหลัก ตอกกัมพูชาอ้าง MOU 43 บังหน้าทั้งที่เป็นฝ่ายละเมิดมาตลอด
กองทัพบกโต้กลับกัมพูชา ย้ำไทยยึดมั่นตามข้อตกลงหยุดยิง ชี้การปรับปรุงพื้นที่และการก่อสร้างอยู่ในเขตอธิปไตยไทย มุ่งแก้ไขปัญหาชายแดนผ่านกลไกทวิภาคี
กองทัพภาคที่ 1 ผนึกทุกส่วนราชการ เร่งรังวัดที่ดิน ออกเอกสารสิทธิให้ชาวบ้านหนองจาน กว่า 70 ไร่
กกล.บูรพา ร่วมกับกรมป่าไม้และกรมที่ดิน จ.สระแก้ว เร่งดำเนินการรังวัดและตรวจสิทธิที่ทำกินให้ชาวบ้าน บ.หนองจาน กว่า 70 ไร่ พร้อมเดินหน้าเร่งสร้างหลุมหลบภัย ล่าสุด ดำเนินการแล้วเสร็จ 38 หลุม
แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนาม พร้อมรบปกป้องอธิปไตย ชายแดนไทย-กัมพูชา
แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนาม ยกระดับขีดความสามารถกำลังรบ ชายแดนไทย-กัมพูชา
ไม่ตั้งตู้คอนเทนเนอร์! ทบ. ชี้สภาพภูมิประเทศพื้นที่ซำแต วางแนวรั้วลวดหนามเหมาะสมกว่า
ทบ. ชี้แนวป้องกันพื้นที่ซำแต พิจารณาเครื่องกีดขวางตามความเหมาะสมของสภาพภูมิประเทศ ปัจจุบันมีการวางลวดหนามตลอดแนว พร้อมจัดกำลังทหารดูแลอย่างต่อเนื่อง
กองทัพบก แจงปรับลดกำลังทหารไทยในบางพื้นที่ชายแดน เป็นไปตามสถานการณ์และวงรอบปกติ
ทบ. แจงปรับกำลังชายแดนตามสถานการณ์ พร้อมวางกำลังทหารดูแล และเฝ้าระวังพื้นที่อย่างใกล้ชิดย้ำสถานการณ์ไทย–กัมพูชายังไม่น่ากังวล ยังไม่พบสัญญาณยกระดับความขัดแย้ง
สดุดีทหารกล้า! ครอบครัวจัดขบวนแห่รูปปั้น 'ร.ต.ธีรยุทธ กระจ่างทอง' ตั้งบ้านหลังใหม่
ผู้นำชุมชน ครอบครัวและชาวบ้าน ร่วมจัดขบวนแห่รูปปั้น “ร้อยตรีธีรยุทธ กระจ่างทอง” ทหารกล้าผู้สละชีพปกป้องอธิปไตยชายแดนไทย-กัมพูชา นำไปตั้งที่บ้านเกิด ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เพื่อยกย่อง รำลึก สดุดีความกล้าหาญ และเป็นสัญลักษณ์ความภาคภูมิใจของครอบครัว

