ประกาศอุตุฯ ฉบับ 16 'พายุคัลแมกี' อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ เผยทิศทางพายุไต้ฝุ่น 'ฟงวอง'

7 พฤศจิกายน 2568 - เวลา 17.00 น.กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง พายุ "คัลแมกี" และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 16 ระบุว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันนี้ (7 พ.ย. 68) พายุดีเปรสชัน “คัลแมกี” (KALMAEGI) ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ กำลังแรงบริเวณจังหวัดศรีสะเกษแล้ว และมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนเข้าสู่แนวร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

จากอิทธิพลดังกล่าว ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 7-9 พ.ย. 68 ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ บริเวณด้านตะวันตกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตามลำดับ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวัง อันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะ พื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง สำหรับเกษตรกรควรป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามัน ควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน (7 พ.ย. 68)

นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการส่วนพยากรณ์อากาศกลาง กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า สถานการณ์ของพายุยังไม่จบ ยังติดตามเป็นระยะๆ พายุ "คัลแมกี" อ่อนกำลังลงแล้ว กำลังจะสลายตัว เป็นพายุลูกแรกที่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ผลกระทบถือว่ายังไม่รุนแรง

ในขณะที่พายุไต้ฝุ่น "ฟงวอง (FUNGWONG)" ในมหาสมุทรแปซิฟิก (ทางตะวันออกของฟิลิปปินส์) กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกเฉียงเหนือ คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะลูซอลประเทศฟิลิปปินส์ แล้วเคลื่อนตัวไปทางตะวันออกของประเทศจีนหรือขึ้นไปทางทิศเหนือทางเกาะไต้หวัน

พายุนี้ไม่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย มีมวลอากาศเย็นมาช่วยไว้ จึงไม่น่ากังวล และไม่ควรตื่นตระหนก อัพเดทสถานการณ์เป็นระยะๆ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทั่วไทยอากาศยังร้อนตอนกลางวัน ภาคเหนือหนักสุด

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนมากบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก