“พัฒนา” เผย คกก.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เคาะ ปลดล็อกขายสุรา-เบียร์ 14.00-17.00 น. 6 เดือนประเมินผล พร้อมไฟเขียวหลังเที่ยงคืนนั่งดริ้งต่อ 1 ชม.ไม่มีกำหนดกรอบ คาดเริ่มต้น ธ.ค. ยันรัฐบาลคำนึงกระตุ้นศก.ควบคู่สุขภาพ
13 พฤศจิกายน 2568 - เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮออล์ โดยมีนายอรรถกร ศิริลัทยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ซึ่งเป็นการประชุมต่อเนื่องจากคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ โดยใช้เวลาการประชุมกว่า 3 ชั่วโมง
ต่อมาเวลา 18.00 น. นายพัฒนา ให้สัมภาษณ์ว่า ตามที่ตัวแทนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ อยากให้มีการกระตุ้นการท่องเที่ยว รวมถึงความชัดเจนในเรื่องของการขายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่มีการจำหน่าย โดยที่ประชุมมีมติว่าช่วงเวลา 14.00 -17.00 น. สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ และหลัง 24.00 น. ยังคงไม่ให้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่สามารถนั่งอยู่ที่ร้านต่อได้อีก 1 ชั่วโมง โดยมติที่อนุญาตให้ขายช่วงเวลา 14.00 -17.00 น.เป็นมาตรการที่จะดำเนินการในระยะเวลา 6 เดือน และจะมีการประเมินผลดีทางเศรษฐกิจ เรื่องสุขภาพ และประเด็นอื่นๆทางสังคม และจะนำผลการศึกษาเหล่านี้มาวิเคราะห์เข้าที่ประชุมอีกครั้งหนึ่งว่าจะต่อมาตรการตรงนี้ออกไปหรือไม่ และในส่วนหลังเวลา 24.00 น. ให้นั่งต่ออีก 1 ชั่วโมงนั้นไม่ได้มีการกำหนดระยะเวลาของมาตรการ เพราะเราพบว่ามีอุบัติเหตุช่วงเวลา 24.00-02.00 น. สูงที่สุด และเมื่อสถานบริการปิด อุบัติเหตุลดลง เราจึงไม่ได้ขยายเวลาการขายหลังเที่ยงคืน
นายพัฒนา กล่าวอีกว่า สำหรับการศึกษามาตรการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่เวลา 14.00-17.00 น. จะมอบหมายให้คณะกรรมการควบคุมระดับจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ศึกษาและนำผลเข้าที่ประชุมอีกครั้งว่าในแต่ละจังหวัดมีผลบวกผลลบหรือประเด็นข้อกังวลอย่างไรบ้าง โดยจะมีการรับฟังความคิดเห็น 15 วัน และจะสามารถประกาศลงราชกิจจานุเบกษาได้ช่วงต้นเดือนธ.ค.นี้ ส่วนเรื่องการจัดโซนนิ่งนั้นยังคงมีอยู่เหมือนเดิม เนื่องจากเป็นการประกาศตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
นายพัฒนา กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงเกี่ยวข้องมองกันหลายมุม รวมถึงมีการแสดงข้อกังวลและข้อเสนอแนะในหลายเรื่อง โดยยืนยันว่าเราไม่ละทิ้งกระบวนการสาธารณสุข กระบวนการป้องกันต่างๆ แต่เราต้องพิจารณาองค์ประกอบให้รอบด้าน ทั้งการรักษาสุขภาพ ในแง่การส่งเสริมเศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งเป็นจุดที่เราต้องทำให้มีความสมดุล เพราะเรามีนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ
โดยตัวแทนกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งที่ประชุมว่าปัจจุบันกำลังพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถานบริการ
เมื่อถามว่าจะมีการไปพูดคุยกับผู้ประกอบการหรือไม่ เพราะมีการเรียกร้องให้เปิดถึง 04.00 น. นายพัฒนา กล่าวว่า เราต้องประเมินผลกระทบและอยากให้ผู้ประกอบการประเมินผลกระทบไปกับเรา เพราะเราเคยมีการศึกษามาว่าหากให้มีการเปิดสถานบริการถึง 04.00 น. เราเห็นว่ามีอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่คนเริ่มจะออกมาทำงาน ด้วยพฤติกรรมของคนไทยเวลาดื่มแล้วมักเปลี่ยนสถานที่ รวมถึงขับรถกลับบ้าน ซึ่งตรงนี้ต้องมองในมิติทางสังคมให้รอบด้าน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สธ. จับมือ ทรู เปิดตัว โดรนทางการแพทย์ ส่งยา-เวชภัณฑ์ ในพื้นที่ห่างไกล
สธ. X ทรู และภาคีเครือข่าย เปิด “ปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับทางการแพทย์ (Drone)” เฉลิมพระเกียรติฯ พร้อมเปิดตัวนวัตกรรม SkyBridge แพลตฟอร์มขนส่งทางอากาศอัตโนมัติครั้งแรกของไทย ปูทางพลิกโฉมโลจิสติกส์สาธารณสุขทั่วประเทศ ประเดิมบินโดรนส่งยา-เวชภัณฑ์ พื้นที่ดอยสูงเมืองน่าน
'พัฒนา' รับ 'ดร.วิน' เคยเป็นคณะทำงาน รมว.สธ. แต่ไม่รู้จักส่วนตัว อ้างคนอื่นแนะนำมา
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณี นายวิน ธนพชรโภคิน หรือ ดร.วิน เคยได้รับกา
'รมว.สาธารณสุข' เผยเจ้าของโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ยังเป็นเคสสีแดง รอยืนยันรายที่29 เสียชีวิตหรือไม่
ที่ทำเนียบนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความคืบหน้าการรักษาผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เพลิงไ
สธ.จัดใหญ่ 'มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ' คาดเงินสะพัดกว่า 200 ล้าน
กระทรวงสาธารณสุข เตรียมจัดงาน “มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23” ภายใต้แนวคิดหลัก “เชิดชูภูมิปัญญาไทย ต่อยอดเศรษฐกิจใหม่ ก้าวไกลสู่สากล” และแนวคิดย่อย “จากธรรมชาติ สู่การสร้างเศรษฐกิจ”
ข่าวดี! สธ. ปรับค่าจ้างใหม่ เริ่ม 1 ต.ค. พร้อมชงจ้างงานเพิ่ม 9.3 หมื่นอัตรา
รัฐบาล เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตบุคลากรสาธารณสุข ปรับโครงสร้างค่าจ้างใหม่ เริ่ม 1 ต.ค. 69 สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ พร้อมเสนอเพิ่มกรอบจ้างงาน 93,000 อัตรา

