
รัฐบาล เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตบุคลากรสาธารณสุข ปรับโครงสร้างค่าจ้างใหม่ เริ่ม 1 ต.ค. 69 สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ พร้อมเสนอเพิ่มกรอบจ้างงาน 93,000 อัตรา
8 มิ.ย. 2569 – นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงในการทำงานของบุคลากรภาครัฐ โดยเฉพาะบุคลากรด้านสาธารณสุขซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการดูแลสุขภาพของประชาชนทั่วประเทศ
ทั้งนี้ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบนโยบายให้เร่งยกระดับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของบุคลากรสาธารณสุขทุกระดับ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้เดินหน้าปรับโครงสร้างบัญชีค่าจ้างใหม่สำหรับพนักงานกระทรวงสาธารณสุข (พกส.) และลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน ภายหลังได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง และคณะกรรมการบริหารพนักงานกระทรวงสาธารณสุข (กพส.) ได้มีมติเห็นชอบแนวทางดังกล่าว พร้อมมาตรการชดเชยผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้างค่าจ้าง
ภายใต้โครงสร้างใหม่ อัตราค่าจ้างขั้นต่ำของทั้งสองกลุ่มจะเริ่มต้นที่ 10,520 บาทต่อเดือน หรือเฉลี่ยประมาณ 457 บาท ต่อ 23 วันทำการ ซึ่งสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำในปัจจุบัน โดยกำหนดให้มีผลบังคับใช้พร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้หน่วยบริการสาธารณสุขทั่วประเทศมีระยะเวลาเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณและการบริหารจัดการบุคลากรอย่างเหมาะสม
นางสาวลลิดา กล่าวว่า การปรับโครงสร้างค่าจ้างครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของนายพัฒนา ในการยกระดับมาตรฐานการดูแลบุคลากรสาธารณสุขทุกระดับ ทั้งในด้านรายได้ สวัสดิการ และความก้าวหน้าในอาชีพ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน และช่วยรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพให้อยู่ในระบบสาธารณสุขของประเทศอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขยังได้เสนอขอความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง เพื่อเพิ่มกรอบอัตราการจ้างงานสำหรับพนักงานกระทรวงสาธารณสุขและลูกจ้างชั่วคราวรายเดือนอีก 93,000 อัตรา เพื่อรองรับการบรรจุนักเรียนทุน และเปิดโอกาสให้ลูกจ้างชั่วคราวรายวันได้รับการปรับสถานะเข้าสู่รูปแบบการจ้างงานที่มีความมั่นคงมากขึ้น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง
“รัฐบาลเชื่อว่าการดูแลบุคลากรสาธารณสุขให้มีรายได้ที่เหมาะสม มีความมั่นคงในการทำงาน และมีเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพที่ชัดเจน จะช่วยเสริมสร้างขวัญกำลังใจและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพบริการสาธารณสุข และการดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ นายพัฒนา ได้ย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเดินหน้าพัฒนาระบบสาธารณสุขควบคู่ไปกับการดูแลบุคลากรทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสุขภาพของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว” รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เอกภพ' แย้ม 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟสสอง ให้ 1 พัน ใช้ 2 เดือน
โฆษกรัฐบาลแย้ม 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 จ่อให้เงินรวดเดียว 1,000 บาท ใช้ 2 เดือน รอกระทรวงคลังสรุปอีกรอบ
นายกฯ โยนถาม 'เอกนิติ' เฟส 2 ให้ 1 พัน หรือ 500
นายกฯ โยนถาม 'เอกนิติ' ให้ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2 เดือนละ 1 พัน หรือ 500 บาท รับใช้งบจากพ.ร.ก.เงินกู้ก้อนแรกที่เหลือ 4 หมื่นล้าน
'อนุทิน' ถกหัวหน้าส่วนราชการ ส่งท้าย '14 บิ๊ก ขรก.' เกษียณอายุ
นายกฯ ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ พร้อมส่งท้าย 14 บิ๊ก ขรก. เกษียณอายุ ชื่นชมปฏิบัติหน้าที่ทุ่มเทเสียสละ หวังมีโอกาสทำงานรับใช้บ้านเมืองร่วมกันในอีกบริบท
'ศุภจี' เร่งปิดดีลภาษีทรัมป์ บินฟิลิปปินส์ถก 'รองผู้แทนการค้าสหรัฐ'
'ศุภจี' เร่งทำการบ้านปิดดีลภาษีสหรัฐ เตรียมถกรองผู้แทนการค้ามะกันที่ฟิลิปปินส์เสาร์นี้ เผยรายละเอียดส่วนใหญ่เรียบร้อย เหลือเพียงประเด็นย่อยในเอกสาร
นายกฯ ประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ'
นายกฯ เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ 'สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ'

