พสกนิกรหลั่งไหล กราบถวายบังคมพระบรมศพ 'สมเด็จพระพันปีหลวง'

ประชาชนน้อมสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ "สมเด็จพระพันปีหลวง" ใช้เวลาวันหยุดเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพอย่างต่อเนื่อง ชาวลำปางอาลัยแม่หลวง ทรงพลิกฟื้นป่าหัวโล้นให้สมบูรณ์

15 พฤศจิกายน 2568 - ตามที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยจะเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมทุกวัน เวลา 08.00 – 21.00 น. เริ่มวันที่ 9 พ.ย. 2568 เป็นต้นไป

บรรยากาศในวันที่ 7 ของการเปิดให้กราบถวายบังคมพระบรมศพตลอดทั้งวัน ซึ่งเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ พสกนิกรจากพื้นที่กรุงเทพมหานครและภูมิภาคต่างๆ ของไทยแต่งกายด้วยชุดสีดำสุภาพไว้ทุกข์ เดินทางมาเฝ้ารอเข้าจุดคัดกรองจำนวนมาก ทั้งที่เดินทางมาเองและเป็นหมู่คณะ ประชาชนกลุ่มแรกมาถึงจุดคัดกรองก่อนเวลา ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดให้ประชาชนเข้าจุดพักคอยตั้งแต่เวลา 07.30 น. จนถึงเวลา 21.00 น. แม้จะมีสภาพอากาศร้อนจัด แต่ไม่ท้อที่จะเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ

จากนั้นประชาชนทยอยเดินผ่านจุดคัดกรองต่างๆ เข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แล้วถวายบังคมเบื้องหน้าพระโกศด้วยความอาลัยและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรชาวไทยเสมอมา โดยมีเจ้าหน้าที่และจิตอาสาพระราชทาน คอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ มีคณะบุคคลมากราบถวายบังคมพระบรมศพเบื้องหน้าพระโกศ และวางพวงมาลา ถวายราชสักการะ

น.ส.กัญจนา มาลัยทอง อายุ 69 ปี กล่าวว่า ตนเดินทางมาจาก จ.ลำปาง เพื่อมากราบถวาบบังคมพระบรมศพหน้าพระโกศ ณพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยมาถึงจุดคัดกรองภายในสนามหลวงช่วงเช้า ปฏิบัติตามคำแนะนำเจ้าหน้าที่ ประชาชนมาจากทั่วสารทิศ อากาศร้อนแต่ทุกคนก็ตั้งใจมาก ตลอดระยเวลาทรงงาน 70 ปี พระองค์ท่านช่วยเหลือประชาชนทุกภาค จ.ลำปาง ป่าไม้ถูกทำลาย ทรงพลิกฟื้นป่าให้สมบูรณ์ ขยายป่าสีเขียว ตนประทับใจพระราชดำรัสที่ว่า “ พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ“ น้อมรำลึกพระราชกรณียกิจของพระองค์ รวมถึงงานศิลปาชีพยกระดับผ้าไหมในจังหวัดต่างๆ นอกจากประชาชนจะมีรายได้แล้ว ยังได้แสดงความสวยงามของผ้าไหมไทยในต่างประเทศให้ทั่วโลกได้เห็นถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ทรงเป็นแม่หลวงที่ทุกคนรัก ขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรค์คาลัย

นางมนัสนันท์ เจษฎางกูร ณ อยุธยา อายุ 63 ปี เดินทางมาจากจ.ปทุมธานี กล่าวว่า ตนมากราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวงเป็นครั้งที่ 2 ต้องการแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตนยังคิดถึงพระองค์ท่านเหมือนท่านไม่ได้จากไปไหน ความทรงจำตั้งแต่เด็กเห็นพระองค์ท่านสด็จฯ ไปเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ที่ห่างไกล ในถิ่นทุรกันดาร รวมถึงช่วยส่งเสริมอาชีพ ช่วยเหลือประชาชน ทำให้มีรายได้จากการทอผ้าผ่านโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ ทรงดูแลพระราชโอรสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอบรมสั่งสอนและทรงเป็นแบบอย่างที่ดี ทำให้ทรงมีพระอุปนิสัยที่โอบอ้อมอารีและทรงบำเพ็ญประโยชน์ต่อประเทศชาติ นอกจากมาถวายความอาลัย ตนจะช่วยเหลือชาวบ้าน ช่วยเหลือสังคมผ่านบทบาทการทำงานให้กับสภากาชาดไทยควบคู่กับทำความดี

นางปุณยวีร์ เจริญศิลาวาทย์ ชาว จ.สงขลา อายุ 68 ปี กล่าวว่า พระองค์ท่านทรงงานเพื่อประเทศชาติ และประชาชนในทุกด้าน โดยไม่พัก วันนี้ตนเข้ามากราบพระบรมศพเพื่อส่งสมเด็จพระพันปีเสด็จสู่สวรรคาลัย อยากฝากถึงพระองค์ท่านว่า ไม่ต้องเป็นห่วงประเทศ พวกเราจะช่วยพัฒนาประเทศ และเป็นคนดีของสังคม พระองค์ท่านเป็นแบบอย่างการทำความดี ก่อนเกษียณทำงานเป็นข้าราชการครู ก็น้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน มาดูแลอบรมนักเรียนให้มีคุณภาพ ให้เติบโตมาเป็นคนที่ดีชองสังคม ถือว่าเป็นจุดเริ่มตนของการพัฒนาคนเพื่อให้คนกลับมาพัฒนาชาติ

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เสด็จฯพระราชกุศลสตมวาร

ในหลวง พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวารถวายพระบรมศพ "พระพันปีหลวง" พระราชทานหนังสือที่ระลึกครบ 100 วัน 8 เล่ม "รัตนราชินีศรีประเทศ-ด้วยพลังแห่งรัก-สวนและดอกไม้ในพระนามาภิไธย"

ในหลวง พระราชินี พระบรมวงศานุวงศ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร ถวายพระบรมศพ 'พระพันปีหลวง'

ในหลวง พระราชินี พระบรมวงศานุวงศ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวารถวายพระบรมศพ”พระพันปีหลวง” พระราชทานหนังสือที่ระลึกครบ 100 วัน 8 เล่ม ‘รัตนราชินีศรีประเทศ-ด้วยพลังแห่งรัก-สวนและดอกไม้ในพระนามาภิไธย’

ชาวระยองเข้ากราบพระบรมศพ สานต่อพระราชปณิธานฟื้นลมหายใจมหาสมุทร อนุรักษ์เต่าทะเล

ชาวระยองเข้ากราบพระบรมศพ สานต่อพระราชปณิธานฟื้นลมหายใจมหาสมุทร อนุรักษ์เต่าทะเล คณะผู้พิพากษาสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ’พระพันปี’ ช่วยเยาวชนหลงผิดกลับสู่สังคม