‘สุรเดช’ แนะดึงประสบการณ์ ‘ลุงป้อม’ บริหารจัดการน้ำ 8 ปีไม่มีปัญหา

'สุรเดช' ห่วงผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้เดือดร้อนหนัก ชี้รัฐบาลต้อง บูรณาการทุกหน่วย เพื่อวางแนวทางช่วยประชาชน แนะขอประสบการณ์'ลุงป้อม'บริหารจัดการน้ำ 8 ปีไม่มีปัญหาเรื่องน้ำ

25 พฤศจิกายน 2568 นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในภาคใต้ขณะนี้ ซึ่งประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักว่า สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ขณะนี้ถือว่าหนักมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากมาย โดยส่วนตัวตนขอส่งกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ทุกคน ทุกจังหวัด ซึ่งในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ โดยพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค มีความเป็นห่วงผู้ประสบภัยอย่างมาก และได้กำชับสมาชิกให้ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างเต็มที่ และดูแลอย่างใกล้ชิด พยายามเข้าไปให้ถึงจุดที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนทุกจุด ทั้งนี้พลเอกประวิตร ได้สั่งให้ตั้งศูนย์โรงครัวที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อทำอาหารพร้อมทานแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย และยังได้ตั้งศูนย์ประสานงานของพรรคเพื่อรับเรื่องร้องทุกข์ต่างๆจากประชาชนด้วย หากประชาชนผู้ประสบภัยหรือญาติผู้ประสบภัยต้องการความช่วยเหลืออะไร สามารถประสานไปที่ศูนย์ประสานงานของพรรคได้ตลอด

นายสุรเดช กล่าวว่า ตนขอตั้งข้อสังเกตถึงการบริหารจัดการน้ำในครั้งนี้ ที่ดูเหมือนไม่มีการเตรียมการหรือวางแผนเพื่อป้องกันเหตุจากภัยธรรมชาตินี้เลย ทั้งๆ ที่เคยเกิดขึ้นในภาคเหนือ ไล่ลงมาถึงภาคกลางและสุดท้ายในภาคใต้ เรามีประสบการณ์ให้เห็นมาแล้ว แต่กลับไม่มีการเตรียมพร้อมรับมือจนทำให้เกิดเสียหายอย่างมากมายในทุกจังหวัดของภาคใต้ ดังนั้นจึงอยากเสนอแนะให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ตื่นตัวในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนอย่างแข็งขัน ควรเร่งหารือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกจังหวัดเพื่อวางแนวทางในการช่วยเหลือและอพยพประชาชนโดยเร็วที่สุดเพราะเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ประชาชนไม่สามารถเก็บของขึ้นที่สูงหรืออพยพออกจากบ้านได้ทัน

นายสุรเดช กล่าวด้วยว่า ความจริงการบริหารจัดการน้ำ มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย ที่กำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำกับดูแลกรมชลประทาน ดูแลเกี่ยวกับการระบายน้ำ เมื่อมีปัญหาน้ำมาก ก็ต้องเรียนรู้วิธีการที่จะเกลี่ยน้ำ โดยต้องดูว่าพื้นที่ไหนที่น้ำท่วมยาก ก็เกลี่ยน้ำจากพื้นที่ที่มีน้ำมากไปยังจุดที่น้ำท่วมยากได้ และยังมีสำนักนายกรัฐมนตรีที่ดูแลกรมทรัพยากรน้ำ รวมถึงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่กำกับดูแลกรมอุตุนิยมวิทยา ที่จะต้องคอยแจ้งเตือนประชาชน ก่อนมีภัยธรรมชาติเกิดขึ้น เพราะเราไม่รู้ว่าภัยธรรมชาติจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ดังนั้นทั้งหมดต้องทำงานแบบบูรณาการร่วมกันทั้งประเทศ

นายสุรเดช กล่าวว่า ครั้งนี้ต้องบอกว่าการบริหารจัดการน้ำผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น จะเห็นได้ว่าทางจังหวัดไม่มีการ

เตรียมการหรือเตรียมมาตรการรองรับอะไรเลย ขนาดเรือ หรือแม้แต่เรือยาง ที่จะขนย้ายประชาชนผู้ประสบภัยอพยพไปในศูนย์พักพิงยังมีไม่เพียงพอ การให้ความช่วยเหลือไม่ทั่วถึง ซึ่งไม่ควรปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้เพราะหน่วยงานหลักของรัฐบาลจะต้องมีอุปกรณ์พร้อมสำหรับเรื่องนี้อยู่แล้ว การแจ้งเตือนต้องรวดเร็ว และปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีมากมายก็น่าจะแจ้งเตือนได้ทันท่วงที โดยเฉพาะสามารถจะประสานงานกับหน่วยงานต่างประเทศคือ

องค์การบริหารมหาสมุทร และชั้นบรรยากาศแห่งชาติ หรือ NOAA ซึ่งเป็นศูนย์เตือนภัยพิบัติ ตั้งอยู่ที่เกาะฮาวายสหรัฐอเมริกา ที่จะมีการแจ้งเตือนไปทั่วโลก หากประสานได้ ก็น่าจะเป็นประโยชน์มาก

เมื่อถามว่าศูนย์เตือนภัยในบ้านเราก็มีเช่นกันแต่อาจจะมีปัญหา ขัดข้องบ้าง แจ้งเตือนบ้าง ไม่แจ้งเตือนบ้าง นายสุรเดช กล่าวว่า เมื่อเกิดปัญหาเช่นนี้แล้วจะโทษใคร ก็ต้องโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่ปล่อยปละละเลย ตนอยากให้ย้อนดูในสมัยพลเอกประวิตร ในช่วงที่เป็นรองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งกำกับดูแลกรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งดูแลการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง มา 8 ปี ไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้เลย ตนถึงได้บอกว่าพรรคพลังประชารัฐซึ่งขณะนี้ก็ร่วมรัฐบาลอยู่ ทำไมไม่คิดที่จะไปขอความรู้จากพลเอกประวิตรซึ่งท่านมีความรู้และ ประสบการณ์มากในเรื่องนี้ ซึ่งพลเอกประวิตร เองเคยพูดกับสมาชิกพรรคว่า เรื่องของน้ำต้องให้กรมทรัพยากรน้ำเป็นหลักในการประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเอาข้อมูลมาประมวล หาแนวทางแก้ปัญหาแบบบูรณาการโดยเฉพาะการเกลี่ยน้ำหรือถ่ายน้ำออกจากเขื่อน

นายสุรเดช กล่าวว่าขณะนี้ปัญหาเกิดขึ้นแล้ว เราต้องเร่งลงไปในพื้นที่สำรวจดูว่าประชาชนที่เดือดร้อนอยู่ในจุดไหนบ้างเพื่อที่จะเร่งช่วยเหลือ อพยพและเยียวยา นอกจากนี้ต้องอาศัยกำลังทหารที่จะเข้าไปช่วยดูแลประชาชนด้วยเพราะกองทัพจะมีอุปกรณ์พร้อมอยู่แล้วทั้งรถบรรทุกใหญ่ เฮลิคอปเตอร์เครื่องไม้ เครื่องมือต่างๆ ที่สำคัญต้องเร่งช่วยเหลือประชาชนให้ทันท่วงที ผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ที่เกิดปัญหาน้ำท่วม ต้องทำงานอย่างเข้มข้น นายกในฐานะที่เป็นรมว.มหาดไทยด้วยต้องเรียกหน่วยงานทุกหน่วยมาร่วมหารือเพื่อที่จะวางแนวทางให้ชัดเจนเป็นขั้นเป็นตอน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ได้โดยเร็วที่สุด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกแป้น โวยถูกกลั่นแกล้ง ผู้ว่าฯสงขลา ตั้งกก.สอบส่งเอกสารเยียวยาน้ำท่วมช้า

ผวจ.สงขลา สั่งตั้งกรรมสอบ นายกแป้น ข้อหาส่งเอกสาร 49,500 ล่าช้า ไม่มีเอกสาร สภ.1 สภ.2 เจ้าตัวโวยถูกการเมืองกลั่นแกล้ง

'ภราดร' ขอทุกฝ่ายช่วยถาม กกต. เหตุใดยังไม่เห็นชอบงบเยียวยาน้ำท่วมอีก 2.2 พันล้าน ทั้งที่ครม.อนุมัติแล้ว

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจ่ายเงินเยียวยาเพิ่มเติมแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ว่ารัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ แต่ด้วยที่ผ่านมาเป็นช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง จึงมีความจำเป็นต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาก่อน

'จูรี' ยันต้องการ 'ไล่ลม' จุดติดขัดจ่ายงบเยียวยาซ่อมบ้านน้ำท่วม ไม่มุ่งหวังความนิยมทางการเมือง

กรณีนายจูรี นุ่มแก้ว ว่าที่ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ทำหนังสือถึงนายกฯ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรัดงบเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่

'ภราดร' แจงปม 'จูรี' ทวงงบซ่อมบ้านน้ำท่วมหาดใหญ่ ติดขั้นตอนใด แขวะอย่าทำเพื่อคะแนนนิยมทางการเมือง

รมต.แบด ชี้แจงงบเยียวยาซ่อมบ้านน้ำท่วมหาดใหญ่ ครม.อนุมัติงบแล้ว แต่ติดขั้นตอนที่กกต. ชี้การทวงถามเป็นสิทธิ สส. แต่ต้องไม่ใช่คำกล่าวหา ต้องให้ข้อมูลครบถ้วน เป้าหมายคือประชาชน ไม่ใช่คะแนนนิยม

แล้วกัน! 'หมอสุภัทร' อบรม 'จูรี นุ่มแก้ว' ยื่นหนังสือทวงเงินซ่อมบ้านน้ำท่วมใหญ่ ทำแค่นี้ยังไม่พอ!

นพ.สุภัทร ชี้ "ว่าที่ สส.สงขลา" ยื่นหนังสือเรียกร้องรัฐบาลเร่งจ่ายเงินค่าซ่อมบ้านน้ำท่วมหาดใหญ่ ทำแค่นี้ยังไม่พอ เพราะปัญหาใหญ่ไม่ใช่แค่ทวงงบ แต่คือระเบียบราชการที่เป็นข้อจำกัดใหญ่ การเบิกงบหลวง ข้าราชการมีความเสี่ยง ต้องทำเอกสารมากมาย บ้าน 8 หมื่นหลังกว่าจะตรวจสอบคาดว่าหลายปีก็ไม่เสร็จ