27 พฤศจิกายน 2568 - นายอัษฎางค์ ยมนาค อินฟลูเอนเซอร์การเมือง โพสต์เฟซบุ๊กว่าพระอัจฉริยภาพในด้านชลประทานและวิศวกรรมการจัดการน้ำของ #ในหลวงรัชกาลที่ 9
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9) ทรงมีพระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยภาพอย่างลึกซึ้งในด้าน ชลประทานและวิศวกรรมการจัดการน้ำ และมีพระราชกรณียกิจ รวมถึงผลงานที่เป็นรูปธรรมจำนวนมากทั่วประเทศครับ
พระอัจฉริยภาพด้านการจัดการน้ำและผลงานสำคัญ
พระองค์ไม่เพียงแต่มีความรู้ในทฤษฎีเท่านั้น แต่ยังทรงลงมือศึกษา ทดลอง และแก้ไขปัญหาด้านน้ำด้วยพระองค์เอง โดยยึดหลักภูมิสังคม (การเข้าใจสภาพพื้นที่และวิถีชีวิตผู้คน)
ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริและโครงการจำนวนมากที่มุ่งเน้นการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในพื้นที่วิกฤตอย่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โครงการเหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญในการบริหารจัดการน้ำของประเทศมาจนถึงปัจจุบัน
โครงการจัดการน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมตามแนวพระราชดำริ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เน้นหลักการที่ว่า "ต้องแก้ไขทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ" โดยมีโครงการสำคัญที่โดดเด่นดังนี้:
1. โครงการแก้มลิง (พื้นที่พักน้ำชั่วคราว)
นี่คือโครงการที่โด่งดังที่สุดและเป็นพระราชดำริที่ช่วยป้องกันน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• แนวคิด:
ทรงเปรียบเทียบการกักเก็บน้ำไว้ที่แก้มลิง (ถุงข้างแก้มของลิง) ก่อนจะคายออกมาภายหลัง
หลักการทำงาน:
• กักเก็บ: จัดให้มี บึงรับน้ำ (แก้มลิง) ขนาดใหญ่ตามจุดต่าง ๆ (เช่น หนอง, บึง, คลอง, สระน้ำขนาดใหญ่) ซึ่งปัจจุบัน กทม. มีบึงรับน้ำ (แก้มลิง) จำนวนมากที่ช่วยรองรับน้ำฝนและน้ำเหนือ
• ชะลอและระบาย: เมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำจะไหลเข้าสู่พื้นที่แก้มลิงเพื่อ พักน้ำไว้ชั่วคราว
• เปิด-ปิดประตู: เมื่อระดับน้ำในคลองหรือแม่น้ำสายหลักลดลงจนต่ำกว่าระดับน้ำทะเล (น้ำลง) จึงค่อย ๆ ระบายน้ำ ออกจากแก้มลิงสู่ทะเลหรือทางระบายน้ำสาธารณะ
• วัตถุประสงค์: ช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่คลองระบายน้ำหลักในทันที ทำให้คลองไม่เต็มเร็วเกินไป และรอจังหวะที่น้ำทะเลลดลงเพื่อระบายน้ำออกอย่างมีประสิทธิภาพ
2. การสร้างทางผันน้ำและคลองลัด
เป็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมโดยการเพิ่มช่องทางระบายน้ำให้ไหลออกสู่ทะเลได้เร็วที่สุด
• การขุดคลองลัด/ทางผันน้ำใหม่:
ทรงมีพระราชดำริให้ขุด คลองสายใหม่ หรือ ปรับปรุงคลองเดิม (เช่น คลองหัวกระบือ, คลองลัดต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตะวันออกและตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา) เพื่อชักน้ำที่ล้นตลิ่งให้รวมกัน แล้วผันออกสู่ทะเลโดยตรง
• การควบคุมน้ำในแม่น้ำท่าจีนตอนล่าง:
ทรงมีแนวคิดในการสร้างประตูระบายน้ำเพื่อ ควบคุมน้ำ โดยเปิดระบายน้ำออกสู่ทะเลเมื่อน้ำทะเลต่ำ และปิดกั้นไม่ให้น้ำทะเลไหลย้อนกลับเข้ามาในแม่น้ำช่วงน้ำขึ้น ซึ่งช่วยทั้งแก้ปัญหาน้ำท่วมและป้องกันน้ำเค็มรุกล้ำพื้นที่เกษตร
3. การสร้างและปรับปรุงคันกั้นน้ำ
• คันกั้นน้ำตามแนวลำน้ำ:
ทรงเน้นการก่อสร้าง คันดินกั้นน้ำ ที่มีความสูงและขนาดเหมาะสมขนานไปตามลำน้ำ เพื่อป้องกันมิให้น้ำล้นตลิ่งเข้าไปท่วมในพื้นที่ชุมชนสำคัญ เช่น การสร้างแนวคันกั้นน้ำตลอดริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพมหานคร
4. การจัดการน้ำแบบองค์รวม (ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ)
พระองค์ทรงย้ำเสมอว่าการแก้ไขน้ำท่วมต้องทำอย่างบูรณาการ:
• ต้นน้ำ: เน้นการ ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และสร้าง ฝายชะลอความชุ่มชื้น เพื่อให้ป่าดูดซับน้ำไว้ ชะลอการไหลหลากของน้ำ
• กลางน้ำ: สร้าง เขื่อนและอ่างเก็บน้ำ เพื่อเป็นพื้นที่กักเก็บและควบคุมปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่าง
• ปลายน้ำ: ใช้ โครงการแก้มลิง และ การระบายน้ำ ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ปากแม่น้ำ
โครงการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในการประยุกต์ใช้วิศวกรรมชลประทานและหลักการทางธรรมชาติเพื่อแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อุตุฯ เตือนอากาศเย็นถึงหนาว ลมแรง อุณหภูมิลดอีก 1-2 องศา
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลง กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลงอีก 1 - 2 องศาเซลเซียส
อุตุฯ เตือนอากาศเย็น อุณหภูมิลด 1-3 องศา ใต้ฝนเพิ่มตกหนักถึงหนักมาก
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดสุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
อุตุฯ เตือนอากาศเย็น ยอดดอยหนาวจัด ใต้ฝนฟ้าคะนอง 10%
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ภาคเหนือยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้
'ยศชนัน' ลงจากหอคอยพบชาวนา ชูเทคโนโลยีแก้น้ำทั้งระบบ
“ยศชนัน-จุลพันธ์” นำเพื่อไทยยกทัพลุยอยุธยา รับฟังปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก-ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ชูแก้น้ำท่วมทั้งระบบ ระบายน้ำเป็นธรรม ใช้ข้อมูลจริง-เทคโนโลยี-วิศวกรรม วางแผนป้องกัน-เยียวยาครบวงจร
เรื่องราวทีมงานด่านหน้าของทรู ที่ทุ่มเททำงานด้วยหัวใจ เพื่อให้ทุกสัญญาณเชื่อมต่อกันในวิกฤตอุทกภัยภาคใต้
วิกฤตน้ำท่วมภาคใต้เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและชีวิตผู้คน แต่ยังตัดขาดการสื่อสารในหลายพื้นที่ ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ ยังมีทีมงานด่านหน้าของทรูที่ทุ่มเททำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ไม่เพียงดูแลเครือข่าย แต่ยังทำให้ทุกสัญญาณยังสามารถเชื่อมต่อและสื่อสารกันได้ เพื่อให้ทุกคนสามารถติดต่อ รับข่าวสาร และส่งความห่วงใยถึงกันได้ในช่วงเวลาที่มีความหมายที่สุด

