วุฒิสภาสอบงบเจ้าภาพซีเกมส์ พบปัญหาจ่ายเงินนักกีฬาล่าช้า จี้ กกท. ถอดบทเรียนจัดงานผิดพลาด

หน่วยงานกีฬา อ้างกลางที่ประชุม กมธ.ติดตามงบฯ สว. ห่างหายจากจัดซีเกมส์ 19 ปี ทำให้เกิดความผิดพลาดหลายด้าน ด้าน "สว.ภิญญาพัชญ์" เผยแม้จัดสรรงบประมาณครบ แต่พบปัญหาบริหารล่าช้า กระทบการจ่ายเงินนักกีฬา ย้ำต้องเพิ่มความโปร่งใสและยกระดับมาตรฐานเจ้าภาพในอนาคต สั่ง กกท. ถอดบทเรียนด่วน!

23 ธันวาคม 2568 - ที่รัฐสภา น.ส.ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สว. ในฐานะรองโฆษกคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา แถลงผลการประชุมติดตามการใช้งบประมาณและการดำเนินงานเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 หลังการแข่งขันสิ้นสุดลง โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. เข้าชี้แจง

น.ส.ภิญญาพัชญ์ ระบุว่า ที่ประชุมได้รับทราบภาพรวมงบประมาณการจัดการแข่งขัน รวมทั้งสิ้น 2,861.34 ล้านบาท ซึ่งได้รับการจัดสรรครบถ้วน แบ่งเป็นงบตามมติคณะรัฐมนตรี 2,055 ล้านบาท เงินสิทธิประโยชน์จากภาคเอกชน 154 ล้านบาท เงินจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ 653 ล้านบาท รวมถึงงบโอนข้ามแผนงานประมาณ 178 ล้านบาท และงบกลางที่ กกท. ขอรับการจัดสรร 459 ล้านบาท แต่ได้รับจริง 434 ล้านบาท เพื่อรองรับการแข่งขันทั้ง 54 ชนิดกีฬา

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการฯ มีข้อสังเกตถึงการบริหารงบประมาณที่ล่าช้าและไม่ครบถ้วน ทำให้ต้องพึ่งพางบกลางและการโอนงบจากแผนงานอื่นเพิ่มเติม โดยเฉพาะปัญหาการเบิกจ่ายเงินไปยังนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ที่ล่าช้า จากขั้นตอนธุรการหลายระดับ ตั้งแต่สมาคมกีฬา ไปยังคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย จนถึง กกท. โดยเฉพาะเงินจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติที่พบปัญหาความล่าช้าชัดเจนที่สุด

สำหรับข้อสงสัยของสังคมต่อความเป็นมืออาชีพในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นเจ้าภาพซีเกมส์มานานถึง 19 ปี และต้องรับไม้ต่อเร็วกว่ารอบปกติ เนื่องจากประเทศเจ้าภาพเดิมไม่พร้อม ส่งผลให้ขาดบุคลากรที่มีประสบการณ์ต่อเนื่อง รวมถึงมีการเพิ่มชนิดกีฬาในภายหลัง และขั้นตอนการกลั่นกรองงบประมาณที่ซับซ้อน ซึ่งคณะกรรมาธิการเห็นว่าเป็นเหตุผลที่พอรับฟังได้

ส่วนข้อผิดพลาดด้านการจัดการและเทคนิคที่ปรากฏตามสื่อ อาทิ การขึ้นธงชาติผิด การสะกดคำภาษาอังกฤษผิด การประชาสัมพันธ์ล่าช้า หรือปัญหาการตัดสิน คณะกรรมาธิการฯเห็นว่าเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข โดยสั่งการให้ กกท. นำทุกประเด็นไปถอดบทเรียนอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำในการจัดงานระดับนานาชาติครั้งต่อไป

น.ส.ภิญญาพัชญ์ ยังกล่าวถึงความสำเร็จด้านกีฬา โดยแสดงความยินดีที่ไทยคว้าอันดับหนึ่งเจ้าเหรียญทอง ด้วย 233 เหรียญทอง รวม 499 เหรียญ สร้างชื่อเสียงให้ประเทศอย่างยิ่ง ขณะที่ในมิติเศรษฐกิจ มีข้อมูลจากหอการค้าไทยระบุว่าสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 12,128 ล้านบาท และมีการใช้จ่ายจากผู้เข้าร่วมกว่า 4,160 ล้านบาท แม้ตัวเลขดังกล่าวยังต้องรอการประเมินผลหลังการแข่งขันอย่างละเอียด

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่าการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ครั้งนี้ถือเป็นเกียรติยศของประเทศ และประสบความสำเร็จในเชิงสังคมและภาพลักษณ์ในอาเซียน แม้จะมีความคลาดเคลื่อนด้านงบประมาณ จนต้องใช้งบกลางมาช่วย โดยเสนอให้ กกท. นำปัญหาที่เกิดขึ้นไปปรับปรุง พร้อมเน้นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น เพื่อให้การใช้งบประมาณภาครัฐเกิดความคุ้มค่าและสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันอย่างแท้จริง

น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ ให้ความสำคัญกับประเด็นความโปร่งใสเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะกรณีการเปลี่ยนแปลงผู้ดำเนินการจัดงานระหว่างทาง ซึ่งได้ตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างว่าเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักธรรมาภิบาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการใช้เงินภาษีประชาชน พร้อมย้ำว่า เป้าหมายสูงสุดของการเป็นเจ้าภาพ ไม่ใช่เพียงให้การแข่งขันจบลงได้ แต่ต้องทำให้ประเทศไทยถูกจดจำในฐานะเจ้าภาพที่มีศักยภาพ มีมาตรฐาน และสร้างความประทับใจอย่างยั่งยืนในสายตานานาชาติ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สว.พาเหรดอัดรัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันพรวดจ่อดันค่าครองชีพ-ราคาสินค้าพุ่ง

สว.อัดรัฐบาลแจงปมราคาน้ำมันพุ่ง 6-8 บาท ลั่นเอื้อประโยชน์ไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน เชื่อค่าครองชีพ-ไฟฟ้า-สินค้าอุปโภค บริโภค พุ่งแน่

เขมรจุ้นดิ้นประท้วง! แถลงการณ์ไม่ให้ไทยยกเลิก MOU 2543 อ้างละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กว่า สำนักงานเลขาธิการกิจการชายแดนแห่งรัฐกัมพูชา (SSBA) ออกแถลงการณ์ตามที่คณะกรรมาธิการฯของวุฒิสภาไทย ได้ลงมติเห็นควรให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก (MOU 2000) พ.ศ.2543

มติเอกฉันท์ กมธ.วุฒิสภา เห็นควรให้รัฐบาลยกเลิก MOU 2543 ชี้เหตุผลสำคัญ 6 ข้อ

กมธ.วุฒิสภา มีมติเอกฉันท์ ชงฉีก “MOU 2543” ด้วยเหตุผล 6 ข้อ ชี้กัมพูชาละเมิดข้อตกลงต่อเนื่อง-ขัดรัฐธรรมนูญไทย ชี้ผ่านมา 26 ปี ข้อพิพาทดินแดนไม่คืบหน้า คาดส่งมติเข้าที่ประชุมวุฒิสภา ภายใน เม.ย. นี้

กลุ่ม สว. จี้รัฐบาลเร่งแก้ รธน. แม้อยู่ในช่วงวิกฤตสงคราม-น้ำมัน แต่ทำควบคู่กันได้

"สว.นรเศรษฐ์-พรชัย" จี้รัฐบาลชี้แจงกรอบเวลาและแผนงานที่ชัดเจนในการนำประเทศไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แม้ประเทศเผชิญวิกฤตสงครามและราคาพลังงาน แต่ประชาชนจำนวนมากยังรอคอย รธน.ใหม่ รัฐบาลสามารถทำควบคู่ไปกับการแก้วิกฤตดังกล่าวได้

วุฒิสภาศึกษาดูงานอุบลราชธานี เชื่อมงานวิจัยมหาวิทยาลัยสู่เศรษฐกิจจริง

คณะอนุกรรมการเสริมสร้าง ขับเคลื่อน และติดตามการดำเนินงานด้านวิจัยและพัฒนา ในคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา