
4 ม.ค. 2569 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ทั้งนี้ในวันที่ 2 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 154,760 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 2,219 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 2,218 ตามมาด้วยช่องทาง Line 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 12 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 2 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่
อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง การย้อมผมสีเข้มเป็นประจำ เสี่ยงทำให้ตับทำงานหนัก
อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง รับแผนการลงทุนหุ้น PTT จากผู้เชี่ยวชาญได้ฟรี ผ่านไลน์โอเพนแชต
อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ทำใบขับขี่ไทย ถูกกฎหมาย 100% ไม่ต้องไปสอบเองที่ขนส่ง ติดต่อที่เพจ นาย ธนสิทธิ์ ตันสกุล
อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง OR เปิดให้ร่วมลงทุนธุรกิจ Café Amazon ผ่านเพจ Amazon investor market
อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง อายุครบ 55 ปี ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน รับเงินบำนาญชราภาพรายเดือนตลอดชีวิต
อันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง กองทัพบก จัดกำลังเข้ายึดควบคุมพื้นที่ช่องเสม็ด
อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 69 เกิดแผ่นดินไหว ประเทศไทยอยู่ใกล้ศูนย์กลาง
สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “การย้อมผมสีเข้มเป็นประจำ เสี่ยงทำให้ตับทำงานหนัก” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” โดยปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันว่า ยาย้อมผมส่งผลให้ตับทำงานหนักดังที่กล่าวอ้าง แม้ในยาย้อมผมชนิดถาวรอาจมีสารเคมี PPD ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ที่ทำให้เกิดมะเร็งในสัตว์ทดลอง แต่ยังไม่มีรายงานการศึกษามากพอที่จะสรุปได้ว่ายาย้อมผมสีเข้มจะทำให้เกิดมะเร็งในคน โดยความเสี่ยงหลักที่พบจากการใช้ยาย้อมผม คือ “อาการแพ้” เช่น ผื่นแดงคัน มีตุ่มน้ำใส หรืออาการบวมบริเวณใบหน้าและเปลือกตา ไม่ใช่ภาวะตับทำงานหนัก
อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดีอี สั่งทีมงานสู้ข่าวปลอม ‘ชายแดนไทย-กัมพูชา’ เตือนก่อนระบาด
“ไชยชนก” สั่งการ AFNC รุกบูรณาการข้อมูล สกัดข่าวปลอม “ชายแดนไทย-กัมพูชา” เตือนก่อนระบาด
ทบ.เผยเล่ห์เขมร อาวุธหนักยังอยู่
ทบ.แจงอย่าเชื่อเพจปลอมอ้างเขมรขนทหารยึดปราสาทคืน แต่ยอมรับตรงข้ามภูมะเขือยังคงมีรถถัง 10 คัน วางทุ่นระเบิดโดยรอบ
ทบ. ยันข่าวปลอม ทหารกัมพูชา ระดมกำลังจ่อยึดภูมะเขือ-ปราสาทตาควาย-ปราสาทคนา
จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก Thai Army (ทหารไทย) ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 5 แสนคน ได้โพสต์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า "จะเอาไงต่อดีครับ ฝั่งเรา ล่าสุดวันนี้ทหารกัมพูชาขึ้นมาพิชิตใกล้ภูมะเขือหวังจะเอาภูมะเขือคืนกว่า 2,000 นาย ประสาทตาควายกว่า 5,000นาย ประสาทคนากว่า 5,000 นายเต็มพื้นที่หมดแล้ว
'กองทัพบก' ซัดเขมรใช้ไอโอสร้างข่าวปลอมใส่ร้ายไทย! ต่อนานาชาติ
ทบ.ชี้แจงข้อเท็จจริง โต้กระบวนการสร้างข่าวปลอมของกัมพูชา ที่มุ่งทำลายชื่อเสียงประเทศไทย
ทบ. โต้ข่าวปลอม 2 เรื่อง ทหารไทยถูกยิงที่ช่องตาเฒ่า สื่อกัมพูชาอ้างเชลยศึกเสียชีวิต
พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษก ทบ. ชี้แจงกรณีสื่อกัมพูชารายงานว่า ทหารกัมพูชา รายหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในเชลยศึกจำนวน 18 นาย เสียชีวิตลงจากอาการหัวใจล้มเหลว
รองแม่ทัพภาค 2 เปิดใจ! ขอบคุณนายกฯ โต้ข่าวปลอม ตำหนิรับเงินบริจาค 15 ล้าน
"พลตรีณัฏฐ์" ร่ายยาว ขอบคุณนายกฯโต้ข่าวลวงปมตำหนิตนเองรับเงินจากพระสิ้นคิด หวังให้สังคมเข้าใจผิด ระแวงกัน ยัน ”แม่ทัพกุ้ง- แม่ทัพเติ่ง” อนุมัติรับทราบ ยันใช้ FB สื่อสารให้คนเห็นการทำงานถึง”ทหารอาชีพ”ชายแดน ระบุไม่ได้หิวแสง พร้อมวอนร่วมใจมองชาติเป็นหลัก ศัตรูหมู่มารจะพ่ายแพ้

