
5 ม.ค. 2569 – ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 และประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 5 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่หกของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 175 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 174 คน ผู้เสียชีวิต 27 ราย
สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 32.57 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 30.86 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 68.58 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 84.57 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 49.14 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 22.29 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 09.01 – 12.00 น. ร้อยละ 17.71 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 20 – 29 ปี ร้อยละ 18.91 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นราธิวาส (12 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นราธิวาส (12 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ เพชรบูรณ์ (3 ราย)
สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 6 วัน (30 ธ.ค. 68 – 4 ม.ค. 69) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,364 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 1,313 คน ผู้เสียชีวิต รวม 241 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ ภูเก็ต (50 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (53 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (20 ราย) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 7 จังหวัด
โดยในวันนี้ (5 ม.ค. 69) กรมทางหลวงชนบท ได้รายงานสถิติอุบัติเหตุบนทางหลวงชนชบทในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 68 – 5 ม.ค. 69 ข้อมูล ณ วันที่ 4 ม.ค. 69 พบว่า เกิดอุบัติเหตุ จำนวน 143 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 148 คน ผู้เสียชีวิต จำนวน 25 ราย สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุเบื้องต้น เกิดจากการขับรถเร็ว จำนวน 58 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 40.56 รองลงมาดื่มแล้วขับ จำนวน 32 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 22.32 และตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด จำนวน 14 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 9.79 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสูด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ จำนวน 134 คัน คิดเป็นร้อยละ 71.66
นายสหรัฐ กล่าวว่า ในวันนี้ (5 ม.ค. 69) ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครและจังหวัดใหญ่ในภูมิภาคต่าง ๆ แล้ว ขณะเดียวกัน อาจยังมีประชาชนบางส่วนที่หยุดต่อเนื่องจากช่วงเทศกาลปีใหม่ และเดินทางกลับในวันนี้ ศปถ. จึงได้กำชับให้ทุกจังหวัด และหน่วยงานทุกภาคส่วน ยังคงดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเข้มข้น โดยเฝ้าระวังป้องกันและบังคับใช้กฎหมายจราจร และอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งจุดบริการประชาชน การตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ และจุดพักรถ เพื่อป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ยานพาหนะ โดยเฉพาะการขับรถเร็วและการง่วงหลับใน เนื่องจากผู้ขับขี่อาจพักผ่อนไม่เพียงพอหรือขับรถติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนรุนแรงได้ รวมถึงดูแลความปลอดภัยและบริหารจัดการจราจรในเส้นทางสายหลัก สายรอง ทางลัด ทางเลี่ยง เส้นทางเชื่อมต่อถนนสายหลักที่มุ่งสู่กรุงเทพฯ เพื่อให้การจราจรคล่องตัว ลดการแออัด เนื่องจากวันนี้เป็นวันทำงานปกติ
อีกทั้งยังได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความพร้อมของพนักงานขับรถโดยสาร รถโดยสารสาธารณะ และรถขนส่งสินค้า รวมถึงสภาพรถและระบบความปลอดภัยก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการ รถโดยสารสาธารณะในการเดินทาง ตลอดจนตรวจสอบและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ยังคงตกค้างในสถานีขนส่งผู้โดยสาร ท่าอากาศยาน ท่าเทียบเรือ และสถานีรถไฟทุกแห่ง เพื่อให้สามารถเดินทางกลับได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ จากการติดตามพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า พบว่า จังหวัดสมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และจังหวัดสมุทรสงคราม รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้เฝ้าระวังอิทธิพลของน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่เสี่ยง จึงขอให้ประชาชนที่ใช้เส้นทางเสี่ยงน้ำทะเลหนุนสูง หลีกเลี่ยงการขับรถผ่านและเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวด้วย
ท้ายนี้ ประชาชนที่ประสบหรือพบเห็นอุบัติเหตุสามารถแจ้งเหตุได้ทางสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง และไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กรณ์' จี้รัฐบาล-กทม. เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม อย่าอ้างจัดประชุมใหญ่ มองข้ามความทุกข์ปชช.
‘กรณ์’ จี้รัฐบาล-กทม. เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม ชี้อย่าอ้างจัดประชุมใหญ่จนมองข้ามความทุกข์ประชาชน เสนอวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 2 แสนบาท ดึง กทม. ลุยบริการเชิงรุกถึงหน้าบ้าน ย้ำ ‘คนเดือดร้อนรอไม่ได้’
นายกฯ สั่งเร่งช่วยน้ำท่วม-รับมือฝนระลอกใหม่ จับตา 14 จังหวัดใต้!
นายกฯ ประชุม บกปภ.ช. แม้วันหยุด กำชับเร่งระบายน้ำพื้นที่ตกค้าง ฟื้นฟูบ้านเรือน จัดการขยะ เฝ้าระวังโรคหลังน้ำลด พร้อมเร่งโอนเงินเยียวยาให้ประชาชนทันทีที่ได้รับรายชื่อจากจังหวัด เตือนภาคใต้ 14 จังหวัด รวมถึงเพชรบุรีและประจวบฯ เตรียมรับฝนระลอกใหม่ เผยบ่ายนี้นัดผู้ว่าฯ ภาคใต้ตอนล่างถกแผนเผชิญเหตุที่ปัตตานี
นายกฯจี้เร่งกำจัดขยะ–บิ๊กคลีนนิง
นายกฯ วางแผนกำจัดขยะ-บิ๊กคลีนนิง ลุยเคลียร์หลายพื้นที่เมืองกรุง “ชัชชาติ” ระดม 600 คน ตั้งเป้าร่มเกล้า 3 วันจบ เร่งระบายน้ำ “ปราจีนบุรี-ฉะเชิงเทรา” ปภ.-ออมสิน โอนเงินเยียวยาแล้ว 3,483 ครัวเรือน กว่า 29 ล้าน โพลเผยประชาชนจี้รัฐแก้ระบบเตือนภัย
คุ้มค่ากว่าจริงมั้ย! เลิกสร้างแก้มลิง 'คู้บอน-บางชัน' ใช้หนองบอนแทน
'ดร.สามารถ' ฟาด กทม. เลิก 'แก้มลิง' อ้างที่ดินแพง เทียบชัดๆ ไม่สร้าง 'คู้บอน-บางชัน' ใช้หนองบอนแทน คุ้มค่ากว่าจริงไม๊ พร้อมชี้ทางสว่าง 1.1 หมื่น ทำใหม่กับปรับปรุงแหล่งเดิมพร้อมกันได้
ปลื้ม 'กรุงเทพฯ' คว้าเมืองดีที่สุดในโลก โดนใจนักท่องเที่ยว
สุดปัง! กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 1 'เมืองที่ดีที่สุดในโลก' ประจำปี 2026 ครองใจคนสหราชอาณาจักร จากผลสำรวจของ Condé Nast Traveller นิตยสารและสื่อออนไลน์ด้านการท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก
นายกฯ สั่งโฟกัสชุมชนลำบาก เร่งบิ๊กคลีนนิ่งกำจัดขยะ ห้ามประมาท ต.ค.-ธ.ค. น้ำมาก
นายกฯ ประชุม บกปภ.ช. วันที่ 10 ขอโฟกัสชุมชนลำบาก เร่งวางแผนกำจัดขยะ-บิ๊กคลีนนิ่ง อย่าปล่อยกีดขวาง เตือนประมาทไม่ได้ 'ต.ค.-ธ.ค.' น้ำยังมาก กำชับผู้ว่าฯภาคใต้เตรียมรับมือทุกด้าน

