
พลาดครับ...
พลาดตั้งแต่ยังไม่เริ่ม พรรคฝ่ายค้านที่นำโดยพรรคประชาชน พลาดที่ขับพรรคกล้าธรรมออกจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้
ทำให้ฝ่ายค้านไม่สามารถรักษาสมดุลการตรวจสอบรัฐบาลขั้นสูงสุดเอาไว้ได้
ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะ "ใจร้อน"
การตัดพรรคกล้าธรรมออกจากการซักฟอกรัฐบาล ก็เท่ากับไปสร้างอำนาจต่อรองของนายกฯ อนุทิน เพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ
ยังพลาดที่ยื่นอภิปรายรัฐมนตรีถึง ๑๘ ราย
การยื่นเยอะขนาดนี้ หากฝ่ายค้านไม่มีหลักฐานเพียงพอ การอภิปรายจะจืดชืด
เหมือนเร่งพูดแข่งกับเวลาให้จบๆ
สู้ยื่นอภิปรายไม่กี่คน เฉพาะเจาะจงไปที่นายกรัฐมนตรีโดยตรง แบบนี้น่าจะสร้างบาดแผลให้รัฐบาลได้มากกว่า
การรวบรวมหลักฐานส่ง ป.ป.ช.หลังการอภิปรายเสร็จสิ้นดูมีน้ำหนักมากกว่า
และที่พลาดอย่างหนักคือวันอภิปราย
ยากครับที่รัฐบาลจะขยายเวลาเป็น ๕ วันให้
เพราะไม่มีใครอยากถูกด่า ๕ วัน ๕ คืนหรอกครับ
ฉะนั้นอย่าคาดหวังว่ารัฐบาลจะยอม
เห็น "หัวหน้าเท้ง" ให้สัมภาษณ์แล้วบอกตามตรง ยังอ่อนเชิงมากโขทีเดียว
"...ทุกคนก็ทราบข้อมูลดีอยู่แล้ว โดยครั้งนี้มีรัฐมนตรีถูกยื่นอภิปรายถึง ๑๘ คน เมื่อเทียบกับครั้งที่ผ่านมาหลายชุด มีรัฐมนตรีน้อยกว่านี้ แต่ก็ยังได้เวลาอภิปราย ๔ วัน ลงมติในวันที่ ๕ ฉะนั้น การอภิปรายครั้งนี้ รัฐมนตรี ๑๘ คน ก็ควรได้รับเวลาที่เหมาะสมในการอภิปราย..."
บอกตามตรงครับว่ายาก
เพราะต่างฝ่ายต่างเล่นเกมตั้งแต่แรกเริ่ม
การที่ฝ่ายค้านไม่ยื่นซักฟอกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า หวังผลทางการเมือง
ขณะที่ฝ่ายค้านเอาแต่บ่นเรื่องการศึกษาไทย เรื่องการเกษตรฯ ว่ารัฐมนตรีไม่ตรงปก บริหารไม่เป็น ทั้งที่เป็นกระทรวงสร้างคน และกระทรวงทำมาหากิน แต่ฝ่ายค้านเลือกเป้าหมายทางการเมืองมากกว่า
และรัฐบาลเองก็เก็งข้อสอบอยู่แล้วว่าเรื่องที่โดนด่าแน่ๆ คือเรื่องฮั้ว สว. การทุจริตสอบข้าราชการส่วนภูมิภาค จึงมีเวลาเตรียมรับมือ
แต่การปล่อยให้ฝ่ายค้านด่า ๕ วันไม่ใช่ทางเลือก
ที่จริงต่อให้พรรคส้มเป็นรัฐบาล และถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่มีทางครับที่จะบอกว่า ปล่อยให้ฝ่ายค้านอภิปรายจนหนำใจ
อยากจะจบเมื่อไหร่ก็บอก
นั่นคือจินตนาการที่มิได้อ้างอิงการเมืองไทย
ที่บางเรื่้องพรรคการเมืองไม่อยากพูดด้วยซ้ำ
เช่นกรณี สส.หื่นกามในพรรคส้ม สังคมต้องการคำชี้แจง แต่ช่วงแรกๆ แกนนำพรรคชิ่งกันหมด นักข่าวตามตัวไม่เจอ ถึงเจอก็ไม่พูด
ฉะนั้นฝ่ายค้านเตรียมใจไว้ครับ การอภิปรายไม่มีทางเกิน ๓ วัน
บวกลบคูณหารแบบเร็วๆ อภิปราย ๓ วัน ๓ คืน แบบไม่หยุดเลย ใช้เวลาไป ๗๒ ชั่วโมง
รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายมีทั้งสิ้น ๑๘ คน ก็เท่ารัฐมนตรี ๑ คนจะถูกฝ่ายค้านจับขึงพืดในสภาเป็นเวลา ๔ ชั่วโมง
นี่ยังไม่รวมการประท้วงที่มีแนวโน้มว่าครั้งนี้หนักแน่
ไหนจะเวลาที่รัฐมนตรีต้องชี้แจง
หักออกจาก ๔ ชั่วโมงไปสัก ๑ ชั่วโมง
ก็เหลือเวลาสำหรับการซักฟอกจริงๆ ไม่เกิน ๓ ชั่วโมง
ทีนี้เมื่้อนำปัจจัยข้างต้นมารวมกัน เดิมฝ่ายค้านวางแผนจะให้เกิดการเปลี่ยนรัฐบาล โดยขุดเรื่้องฮั้ว สว.ที่พรรคเพื่อไทยเป็นคนเปิดมาตั้งแต่แรก พยายามปูพรมซักฟอกรัฐมนตรีให้มากที่สุด เพื่อให้เห็นภาพว่ารัฐบาลนี้ทุจริตกันอย่างกว้างขวาง โดยไม่ใส่รายชื่อรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยลงไปด้วย แผนนี้กลับล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะไปแสดงความรังเกียจพรรคกล้าธรรม
ล่าสุดพรรคกล้าธรรมก็ออกมาเขย่าฝ่ายค้านแล้ว
"อรรถกร ศิริลัทธยากร" โฆษกพรรคกล้าธรรม ขึ้นขี่พรรคส้มเรียบร้อย
"...ผมเชื่อว่าวันนี้ทุกคนเหมือนกันหมด และพรรคกล้าธรรมก็มีสิทธิ์ที่จะใช้เวทีสภาสะท้อนความคิด โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชนส่งไปถึงรัฐบาล
ซึ่งพรรคกล้าธรรมก็ยืนยันว่า สิ่งที่อภิปรายก็จะล้อกับญัตติ คงไม่ได้จะมีการอภิปรายอะไรที่นอกเหนือจากญัตติที่ฝ่ายค้านได้เสนอ
แต่ความเห็นจะเป็นอย่างไร ไม่สามารถมาบังคับพวกกันได้..."
พรรคกล้าธรรมส่งสัญญาณขอแบ่งเวลาในฐานะฝ่ายค้านไปเรียบร้อยแล้วครับ
ทีนี้พรรคส้มจะแก้ปัญหาอย่างไร
ไม่ให้พรรคกล้าธรรมพูดก็คงจะเถียงกันยาวหลายชั่วโมง ว่าจะมาปิดปากพรรคกล้าธรรมได้ไง
สรุป หากฝ่ายค้านมีหลักฐานมัดแน่น รัฐมนตรีไม่สามารถชี้แจงได้ รัฐบาลก็ยังอยู่ต่อ เพราะ "จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์" หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประกาศล่วงหน้าไว้แล้ว
"...ก็ต้องรอฟังการอภิปรายโดยหลักการอยู่แล้ว แต่ขณะนี้กระบวนการฮั้ว สว.ผ่านมาหลายขั้นตอน ทั้งในส่วนของ กกต.ดำเนินการเรียบร้อยในระดับหนึ่ง
เราก็ต้องยืนยันในหลักการ
ยืนยันในกระบวนการที่เดินมาแล้ว.."
นั่นคือทางออกที่เตรียมไว้สำหรับพรรคเพื่อไทย
พรรคเพื่อไทยไม่มีทางเลือกมากนัก และรู้ตัวดีว่าอยู่ในเกมของพรรคส้ม เพราะพรรคกล้าธรรมรอเสียบอยู่
ใครที่อยากเห็นการโหวตสวนก็คงไม่ได้เห็น เพราะสิ่งนั้นจะไม่เกิดขึ้น
กลับกัน อาจได้เห็นการโหวตสวนกันเองของฝ่ายค้าน
เมื่อพรรคกล้าธรรมขอเวลาในการอภิปรายด้วย หากถูกปฏิเสธ มันก็เป็นเงื่อนไขสำคัญที่พรรคกล้าธรรมจากโหวตสนับสนุนรัฐบาล
แทนที่จะเป็นการงดออกเสียง
นี่คือเกมที่พลาดของพรรคส้มที่มีมาตั้งแต่ต้น
การจะมาแก้ไขในตอนนี้ไม่ง่ายเสียแล้ว เพราะกลายเป็นว่าคนที่มีอำนาจต่อรองจริงๆ คือรัฐบาล และพรรคกล้าธรรม
เพราะมีทางเลือกมากกว่า.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เสาหลักเมือง
โหมโรงศึกซักฟอก... วานนี้ (๒๑ ตุลาคม) นายกฯ อนุทินไปเสาหลักเมือง ไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ๕ จุดสำคัญ ได้แก่ หอพระพุทธรูป ศาลาจำลองเสาหลักเมือง องค์พระหลักเมือง ศาลเทพารักษ์ทั้ง ๕
ประตูสู่หายนะ
๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๙ ครบรอบ ๓๐ ปี ก้าวสู่ปีที่ ๓๑ นั่นคือสถานะของ “ไทยโพสต์” อายุอานามก้ำกึ่ง เจน Y กับ เจน Z
ถุยขากปากพาจน
วานนี้ (๑๙ ตุลาคม) โพสต์ของ เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak ถูกพูดถึงกันมากครับ
รู้มั้ย! ไทยมีดี
จบไปแล้วครับ... การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี ๒๕๖๙ และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้องจบไปแล้ววานนี้ (๑๘ ตุลาคม)
'โง่-ห่วย-เลว'
"น้ำเงิน" กับ "ฟ้า" เขาเปิดศึกถล่มกันเละเลยครับ ว่าไปแล้ว ๒ พรรคการเมืองนี้ ก่อนเลือกตั้ง ถูกคาดหมายว่าอาจร่วมรัฐบาลกันด้วยซ้ำ แต่วันนี้ได้ข้อสรุป น่าจะเป็นคู่แข่งกันตลอดกาล
'ยิ่งลักษณ์' จะกลับมา
มีคนสงสัยกันเยอะว่า "ทักษิณ ชินวัตร" อ่านกฎหมายไม่ออกหรืออย่างไร

