ทบ. แฉกัมพูชายังบินโดรนตรวจการณ์ชายแดนต่อเนื่อง ชี้แม้หยุดยิงแต่ยังไม่แน่นอน

โฆษก ทบ. เผยยังพบ ‘โดรนตรวจการณ์’ ฝั่งกัมพูชา บินเข้ามา ย้ำ ‘ทหารไทย’ ให้ความสำคัญทุกจุด ที่พบ ‘กัมพูชา’ รุกล้ำเข้ามา โดยยังคงมีความพยายามนำพื้นที่กลับคืนมา ชี้เป็นเรื่องในอนาคตตั้ง ‘หมู่บ้านทหาร’ แนวชายแดน เร่งปรับปรุงพื้นที่-ทำถนน-เพิ่มกำลังลาดตระเวน

13 มกราคม 2569 - พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงกรณีความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ว่า สถานการณ์ตอนนี้ยังไม่มีอะไรน่ากังวล แต่ฝั่งทหารไทย ได้เตรียมความพร้อมอยู่ตลอด ทั้งเรื่องการปรับปรุงฐานที่มั่น ทำถนน เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลที่อยู่แนวชายแดน

สำหรับสถานการณ์ตอนนี้ยังพบว่ามีโดรน จากฝั่งกัมพูชา บินเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มากเหมือนช่วงที่มีการปะทะกัน โดยลักษณะเป็นโดรนตรวจการณ์ โดยมองว่าสถานการณ์ในปัจจุบัน แม้จะอยู่ในห้วงการหยุดยิง แต่อะไรก็ยังไม่แน่นอน

แม้จะไม่มีการใช้อาวุธ แต่ยังพบเรื่องการสื่อสารของฝั่งกัมพูชา ที่พยายามสร้างข้อมูลเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริง มาโดยตลอด เพื่อทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทย เพราะที่ผ่านมากัมพูชาทำพฤติกรรมแบบนี้มาโดยตลอด โดยทางฝั่งไทย ยึดมั่นในพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง ตรวจสอบได้ ทำให้เวทีโลกได้เห็นความจริงที่เกิดขึ้น

ยกตัวอย่าง กรณีกรณีที่กัมพูชา พยายามกล่าวหาไทยว่าทำลายเขาพระวิหาร ซึ่งเป็นมรดกโลกทำให้เสียหาย ยืนยันว่าที่ผ่านมาทางทหารไทย มีหลักฐานทั้งหมด โดยพบว่ากัมพูชาใช้โบราณสถาน เป็นฐานที่ตั้งทหารและอาวุธโจมตีฝั่งไทย ถือว่าผิดหลักสากล และเชื่อว่าจะทำให้โบราณสถานของกัมพูชาเสียสิทธิ์ ในการคุ้มครองเป็นมรดกโลก

ส่วนกรณีเรื่องเนิน 745 ช่องบก หรือบางจุดที่ทางไทยยังไม่สามารถยึดคืนจากกัมพูชาได้ พล.ต.วินธัย ยืนยันว่า ทุกจุดที่กัมพูชารุกล้ำยังเป็นจุดที่ทหารไทย ให้ความสำคัญ มีความพยายามที่จะนำพื้นที่ดังกล่าวกลับคืนมา แต่จะดูว่าเป็นแนวทางไหน

ส่วนการดูแลประชาชนตามแนวชายแดน ตอนนี้ทุกฝ่ายได้ทำงานร่วมกัน ทั้งฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม เพราะจากการปะทะรอบที่ผ่านมา พบว่าทุกส่วนได้ช่วยกัน ทั้งเรื่องการอพยพประชาชนและให้ข้อมูลข่าวสาร

ส่วนกรณีพบว่าที่ผ่านมากัมพูชาเดินหน้าสงครามข่าวสาร รีบร้องเรียนเวทีโลก พล.ต.วินธัย เปิดเผยว่า สถานการณ์ตอนนี้ทางไทยต่อสู้กับกัมพูชาใน 2 ลักษณะคือต่อสู้ด้วยกำลังทหาร และ การต่อสู้ด้วยข่าวสาร ซึ่งปัจจุบันเป็นการต่อสู้ด้วยข้อมูลข่าวสาร ทางกองทัพบกไม่แปลกใจ ที่กัมพูชาจะเดินหน้าร้องเรียนไปยังเวทีโลก

ส่วนกรณีที่มีแนวคิดว่าให้ทางทหารไทยตั้งหมู่บ้านทหารตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันกัมพูชาเข้ามารุกล้ำอีก พล.ต.วินธัย มองว่า ตรงนั้นเป็นเรื่องของอนาคต แต่ปัจจุบันสิ่งที่ทำได้หลังจากนี้คือการเพิ่มกำลังลาดตระเวน และ ปรับปรุงพื้นที่ให้มีความมั่นคงแข็งแรง โดยเฉพาะการทำถนน เพราะที่ผ่านมาการเข้าถึงพื้นที่ตามแนวชายแดนทำได้ยาก เพราะพื้นที่ตามแนวชายแดนจะเป็นพื้นที่ป่า โดยฝั่งกัมพูชาจะนำชุมชนมาตั้งพักอาศัยอยู่ตามแนวชายแดน นำชาวบ้านเข้ามารุกล้ำ

ส่วนเรื่องการเก็บกู้ทุนระเบิดตามแนวชายแดน ตอนนี้ทหารยังคงทำหน้าที่เก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างต่อเนื่อง แต่คงต้องใช้เวลาสักระยะ เพราะพื้นที่ตามแนวชายแดนมีทุ่นระเบิดเป็นจำนวนมาก ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้ทางกองทัพภาคที่ 2 กำลังเร่งปรับพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณปราสาทตาควายและเนิน 350 ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ที่คนไทยทั้งประเทศให้ความสนใจ โดยมีแนวคิดที่จะพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เพราะถือมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์

ส่วนกรณีในพื้นที่หลายจุด พบว่าทางฝั่งกัมพูชามีการสร้างบังเกอร์รุกล้ำเข้ามาฝั่งไทย ส่วนตัวมองว่าหากบังเกอร์เหล่านั้น มีความมั่นคงแข็งแรง เจ้าหน้าที่อาจมีการปรับปรุง เพื่อใช้ประโยชน์ ให้เหมาะสมกับกำลังพลที่ปฎิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน แต่ทั้งหมดต้องดูความเหมาะสมอีกครั้ง

ส่วนสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ที่มีการวางระเบิดปั๊มน้ำมัน 11 จุด โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ระยะหลังกลุ่มผู้ก่อเหตุมุ่งเน้นสร้างความเสียหายด้านทรัพย์สิน เนื่องจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กว้างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนเจ้าหน้าที่ ที่มีอยู่ไม่สอดรับกัน ทาง กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้ากับหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่ จึงได้ใช้วิธีการด้านการข่าวเป็นเครื่องมือช่วยเหลือ ซึ่งในภายภาคหน้าคงจะต้องมีการปรับให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เพราะพื้นที่รับผิดชอบมีจำนวนมากไม่เพียงพอต่อจำนวนเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน ตลอดจนต้องประสานความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ในการเฝ้าระวังและแจ้งเหตุ เพื่อระงับการก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จุลพันธ์' เชื่อ รมต.กัมพูชา พูดชี้นำเลือกตั้งไทย มีความไม่ปกติ ขอคนไทยอ่านให้ลึก

"จุลพันธ์" ข้องใจ รมต.กัมพูชา เคลื่อนไหวชี้นำเลือกตั้งไทย เป็นสิ่งไม่ปกติทั้งที่ไม่เคยพูดถึงการเมืองไทย เท่ากับแทรกแซงกิจการภายในไทยชัดเจน ชี้ไม่เป็นผลดีต่อพรรคเพื่อไทย-ปชน. ขอคนไทยใช้วิจารณญาณ อ่านเกมให้ออก

'เสธ.ทบ.' น้อมรับสังคายนาการข่าวใต้ หลังเหตุเผาปั๊ม 11 จุด

พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก กล่าวถึงการปรับปรุงด้านการข่าวหลังเกิดเหตุรอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน 11 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ตอนนี้ทุกหน่วยงานทำอยู่แล้ว แต่ละหน่วยงานร่วมกันปฎิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่

อดีตทหารพรานค่ายปักธงชัย วัย 63 ปี ลั่นพร้อมรบเสมอ หากเรียกพล

อดีตอาสาสมัครทหารพรานวัย 63 ปี ชาว อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ที่ปัจจุบันหันมาเป็นเกษตรกรเลี้ยงวัวควายกว่า 50 ตัว อยู่ในพื้นที่แนวชานแดนไทย-กัมพูชา ในจุดตำบลกระสุนตก ได้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ และพร้อมออกสนามรบ ถึงแม้จะอายุมากและห่างสนามรบมากว่า 10 ปีแล้วก็ตาม ลั่นพร้อมเสมอ หากมีการเรียกพล ระบุเขมรเชื่อใจไม่เคยได้ มีอยู่ทางเดียวคือต้องเอาให้จบ

'โรม' โหน 'ฮุนเซน' กลัวพรรคประชาชนชนะเลือกตั้ง ปลุกความหวังคนรุ่นใหม่กัมพูชาลุกฮือเปลี่ยนแปลงประเทศ

นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กว่า "อย่าหลงกลฮุนเซน" คำพูดของรัฐมนตรีกัมพูชาที่ออกมาชี้นำว่า ควรเลือกพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย และไม่ควรเลือกพรรคภูมิใจไทย คือ การแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทยอย่างโจ่งแจ้ง และไม่ใช่ครั้งแรกที่เครือข่ายของฮุน เซน แสดงพฤติกรรมในลักษณะนี้

'อนุทิน' สวนเจ็บ รมต.กัมพูชา เปิดหน้าขวางภูมิใจไทย เพราะกลัวแพ้จนสิ้นสภาพเป็นภัยคุกคามอธิปไตยไทยได้อีก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และแคนดิเดตนายกฯ ร่วมงาน“ทิศทางโลกทิศทางไทย” Global Dynamics and Thailand 's Future หัวข้อ Thailand Vision 2035