แฉเขมรลักลอบวางทุ่นระเบิด คาดอาจพบอีกหลายจุด!

ทบ.เผยกัมพูชาลักลอบวางทุ่นระเบิด อาจพบอีกหลายจุด เพราะรู้ว่าพื้นที่ที่เคยลักลอบเข้ามาอยู่เป็นอธิปไตยไทย ย้ำหน่วยเพิ่มความระมัดระวัง ขณะ PHL-03 ยังไม่พบรายงาน และหากใช้จริงจะส่งผลเสียต่อกัมพูชาเอง

28 กุมภาพันธ์ 2569 - พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบกได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 กรณีที่มีกำลังพลเหยียบทุ่นระเบิดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ ขณะปฏิบัติหน้าที่ประจำฐานบริเวณพื้นที่ช่องระยี อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในการควบคุมและเป็นอธิปไตยของประเทศไทย

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้กำลังพลสังกัดกองร้อยทหารราบที่ 233 จำนวน 1 นาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยขาข้างขวาขาด และมีบาดแผลบริเวณร่างกาย ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยในพื้นที่ได้ดำเนินการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสุรินทร์โดยเร่งด่วน ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ กองทัพบกได้กำชับให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดูแลด้านการรักษาพยาบาลและสิทธิประโยชน์ของกำลังพลอย่างเต็มที่

จากข้อมูลเบื้องต้น พบว่าพื้นที่เกิดเหตุมีลักษณะเป็นดินที่ปกคลุมด้วยเศษไม้ ใบไม้ และวัสดุธรรมชาติสะสมเป็นเวลานาน ประกอบกับทุ่นระเบิดอาจฝังตัวอยู่ในชั้นดินลึกและยากต่อการตรวจพบ อีกทั้งก่อนเกิดเหตุมีฝนตกในพื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อสภาพดิน โดยขณะนี้กองทัพภาคที่ 2 อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอย่างละเอียด

โฆษกกองทัพบกกล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลและบริบทในพื้นที่ คาดว่าทุ่นระเบิดดังกล่าวอาจถูกวางไว้ก่อนที่ทหารกัมพูชาจะถอยร่นออกจากพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อทหารไทย เนื่องจากทราบดีอยู่แล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อธิปไตยของไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ฝ่ายกัมพูชาเคยลักลอบเข้ามาใช้พื้นที่ดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ยังมีการประเมินว่าอาจมีทุ่นระเบิดที่ทหารกัมพูชาลักลอบวางไว้ในหลายจุด แม้ฝ่ายไทยจะดำเนินการตรวจสอบและเก็บกู้อย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม เนื่องจากยอมรับว่าทุ่นระเบิดที่กัมพูชาวางไว้ยังมีอยู่จำนวนมากในพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชาเคยวางกำลังอยู่ก่อน และปัจจุบันฝ่ายไทยได้เข้าไปควบคุมพื้นที่เหล่านั้นแล้ว

ซึ่งนับเป็นความท้าทายต่อการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม อุปสรรคดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ ผู้บังคับบัญชามีความห่วงใยเป็นอย่างมาก และได้กำชับหน่วยให้เพิ่มความระมัดระวัง เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ และดำเนินการเก็บกู้ เพื่อพยายามทำพื้นที่ให้ปลอดภัยมากที่สุด

สำหรับกระแสข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวอาวุธ PHL-03 จากฝั่งกัมพูชาที่มีประชาชนบางส่วนกังวลนั้น โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า ขณะนี้จากข้อมูลด้านการข่าวของกองทัพ ยังไม่มีรายงานความเคลื่อนไหวในเรื่องอาวุธดังกล่าว โดยเฉพาะในระดับที่จะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ปัจจุบัน

กองทัพยังคงเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ อาวุธประเภทดังกล่าวเป็นอาวุธที่มีระยะยิงไกล เกินขอบเขตบริเวณพื้นที่แนวชายแดน และเกินระดับความเหมาะสมของสถานการณ์ในปัจจุบัน จากที่ผ่านมายังไม่ปรากฏว่ากัมพูชามีความพยายามนำมาใช้ เพราะหากมีการนำมาใช้จริง จะทำให้ฝ่ายไทยมีความชอบธรรมเพิ่มขึ้นในการตอบโต้กลับด้วยความแม่นยำต่อเป้าหมายสำคัญในทางลึก ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายรุนแรงและกว้างขวางต่อประเทศกัมพูชา ทำให้ที่ผ่านมา การใช้อาวุธในปฏิบัติการทางทหารจึงเป็นไปด้วยความระมัดระวัง ให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมตามความจำเป็น

โฆษกกองทัพบกเน้นย้ำว่า กองทัพมีความพร้อมตลอดเวลา ทั้งกำลังทางบกและกำลังทางอากาศในการป้องกันประเทศในทุกมิติ โดยไทยยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิงและเคารพในกติกาที่ได้ตกลงร่วมกัน ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ทภ.2' แจงปม 'เขมร' ขุดคู-วางลวดหนาม เนิน 450 ช่องสะงำ

ทภ.2 แจง 'เขมรขุดคู-วางลวดหนาม' เนิน 450 ช่องสะงำ ชี้มีฐานทหารกัมพูชาอยู่ใกล้แนวเส้นปฏิบัติการของฝ่ายไทย 'กกล.สุรนารี' จับตาใกล้ชิด ย้ำไทยยึดข้อตกลงหยุดยิง-ปกป้องอธิปไตย

ชายไทยแห่สมัคร 'หน่วยรบพิเศษ' กองทัพบก เต็มแล้ว 7 หน่วย

ยอดสมัคร 'พลทหารอาสา' 5 วัน 'ทบ.' 4,180 คน คิดเป็น 22% พบชายไทยสนใจหน่วยรบพิเศษ สมัครเต็มแล้ว 7 หน่วย เชิญชวนผู้สนใจยังสมัครได้ถึง 24 ม.ค. 70

รับพลทหารอาสา เปิด1.8หมื่นอัตรา

ทบ.รับนโยบาย กห. เปิดรับสมัคร “พลทหารอาสา” ปี 2570 จำนวน 18,784 อัตรา สมัครใจรับราชการ 4 ปี เลือกผลัด-หน่วยได้ทั่วประเทศ พร้อมสิทธิประโยชน์และโอกาสต่อยอดสู่ทหารอาชีพ

ทบ.เปิดรับ 'พลทหารอาสา' 18,784 อัตรา สมัคร 4 ปี เลือกหน่วยได้ทั่วประเทศ

กองทัพบกเปิดรับสมัคร “พลทหารอาสา” ปี 2570 จำนวน 18,784 อัตรา อายุ 18–26 ปี ไม่จำกัดวุฒิ เลือกผลัดและหน่วยได้ทั่วประเทศ 221 หน่วย รับเงินเดือนเริ่มต้น 12,090 บาท พร้อมค่าตอบแทนพิเศษ 2,880 บาท เปิดสมัคร 10 ก.ย.69–24 ม.ค.70