
รัฐบาล เพิ่มสิทธิประโยชน์ ผู้ประกันตน ม. 40 กว่า5แสนคน จ่ายเงินทดแทนกรณีพบแพทย์ผู้ป่วยนอก เพิ่มเป็น 200 บาท/ครั้ง
25 ม.ค. 2569 – นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลต่อการพัฒนาสิทธิประโยชน์ประกันสังคมมาตรา 40 (แรงงานนอกระบบ อาชีพอิสระ) รวมถึงการปรับปรุงแก้ไขพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2568 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ประกันตนมาตรา 40 มากกว่า 500,000 คน ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น
นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า เพื่อให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ได้รับหลักประกันความมั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเพิ่มสิทธิประโยชน์ แต่ไม่เพิ่มเงินสมทบ รัฐบาล โดยสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้ปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 40 ในหลายรายการ ตั้งแต่การจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเป็นเงินทดแทนการขาดรายได้ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย เพิ่มเงินทดแทน กรณีพบแพทย์ ไป-กลับ หรือผู้ป่วยนอกจากเดิม ครั้งละ 50 บาท ไม่เกิน 3 ครั้งต่อปี ปรับเพิ่มเป็น ครั้งละ 200 บาท ไม่เกิน 3 ครั้งต่อปี คุ้มครองทุกทางเลือก
พร้อมกันนี้ ยังปรับระยะเวลากรณีแพทย์สั่งให้หยุดพักรักษาตัวในการเป็นผู้ป่วยนอกจากเดิม 3 วัน เป็น 1 วันขึ้นไป กรณีทางเลือก 1 และ 2 ไม่เกิน 30 วันต่อปี และทางเลือก 3 ไม่เกิน 90 วันต่อปี ส่วนกรณีทุพพลภาพ จะได้เงินเพิ่มทดแทนการขาดรายได้ในทางเลือกที่ 1 และทางเลือกที่ 2 จากเดิม อัตราเดือนละ 500 – 1,000 บาท คุ้มครอง 15 ปีปรับเพิ่มเป็น อัตราเดือนละ 1,000 – 2,000 บาท คุ้มครองตลอดชีวิต และทางเลือกที่ 3 จากเดิม อัตราเดือนละ 500 – 1,000 บาท คุ้มครองตลอดชีวิต ปรับเพิ่มเป็น อัตราเดือนละ 1,500 – 3,000 บาท คุ้มครองตลอดชีวิต เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรและขยายอายุ ในทางเลือกที่ 3 จากเดิม ได้รับอัตรา 200 บาทต่อเดือนต่อบุตร 1 คน โดยบุตรมีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ สูงสุดไม่เกิน 2 คน ปรับเพิ่มเป็น ได้รับอัตรา 300 บาทต่อเดือนต่อบุตร 1 คน โดยบุตรมีอายุไม่เกิน 7 ปีบริบูรณ์สูงสุดไม่เกิน 2 คน
นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงแก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตายก่อนอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ หรือก่อนที่จะได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ ให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพให้แก่บุคคล ซึ่งผู้ประกันตนทำหนังสือระบุให้เป็นผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพนั้น แต่ถ้าผู้ประกันตนมิได้ทำหนังสือระบุไว้ให้นำมาเฉลี่ยจ่ายให้แก่สามีภริยา บิดามารดา หรือบุตรของผู้ประกันตนในจำนวนที่เท่ากัน ส่วนในกรณีเสียชีวิต ได้ปรับเพิ่มค่าทำศพ (ทางเลือกที่ 1 และ 2) จาก 20,000 บาท เป็น 25,000 บาท เพิ่มเงินสงเคราะห์การเสียชีวิตสำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบครบ 60 เดือน จาก 3,000 บาท เป็น 8,000 บาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อย่าโหลดเว็บ-แอปปลอม! ต้น พ.ค. เปิดใช้ Fast Track จ่ายภาษีไวน์เกิน 1 ลิตร
รัฐบาลเผย ระบบ Fast Track ชำระภาษีไวน์เกิน 1 ลิตร คาดเปิดใช้งานเต็มรูปแบบต้นเดือน พ.ค. เตือน ปชช. อย่าโหลดจากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันปลอม
รัฐบาลสั่งการเข้มป้องกันอัคคีภัยช่วงตรุษจีนขอความร่วมมืองดเผาทุกชนิด
รัฐบาลสั่งการเข้มป้องกันอัคคีภัย-อุบัติภัยช่วงตรุษจีน ขอความร่วมมือลด – งดการเผาทุกชนิด ลดฝุ่น PM 2.5 15 ก.พ. 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะมีการสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษ โดยการจุดธูปเทียนบูชาเซ่นไหว้ เผากระดาษเงินกระดาษทอง ตลอดจนจุดประทัดตามศาลเจ้าและบ้านเรือน บางพื้นที่มีการจัดงานเฉลิมฉลองจุดพลุ ประทัด และดอกไม้เพลิง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยและอุบัติภัย นอกจากนี้ ช่วงดังกล่าวชาวไทยเชื้อสายจีนมักเดินทางไปท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ทำให้มีปริมาณรถสัญจรเพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ประกอบกับเป็นช่วงฤดูหนาว ลมแรง อากาศแห้ง เสี่ยงต่อเกิดอัคคีภัย รัฐบาลสั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมป้องกัน เฝ้าระวังสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้น โดยให้สำรวจตรวจสอบพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย และซักซ้อมการปฏิบัติงานตามแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้ปฏิบัติงานได้ทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมทั้งตรวจตราพื้นที่ชุมชน สถานประกอบการ อาคาร เส้นทางสัญจร และสถานที่ที่จัดงานเทศกาลตรุษจีน ทั้งบนบกและริมตลิ่งให้มีความมั่นคงแข็งแรง ทั้งโป๊ะ ท่าเทียบเรือ และเรือโดยสาร หากพบสภาพไม่ปลอดภัยให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบซ่อมแซมโดยเร็ว ในส่วนของผู้ปฏิบัติงานให้เตรียมความพร้อมของกำลังพล อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งอุปกรณ์ดับเพลิง อุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัย และไฟฟ้าส่องสว่าง รวมถึงกวดขันการพิจารณาออกใบอนุญาต หรือต่ออายุใบอนุญาตให้ทำ สั่ง นำเข้า หรือค้าดอกไม้เพลิง ตรวจสอบสถานที่เก็บ ทำ หรือค้าดอกไม้เพลิงที่ตั้งอยู่ในย่านชุมชน ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด “เทศกาลตรุษจีน หน่วยงานที่จะจัดงาน ต้องกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและใช้ความระมัดระวังในการจัดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย โดยเฉพาะการจุดพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิงหรือการแสดงที่ใช้เทคนิคพิเศษ (Special Effect) ภายในอาคาร รวมถึงสร้างการรับรู้ให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายจากอัคคีภัย ที่สำคัญขอให้ช่วยกันรณรงค์ลดหรืองดกิจกรรมการเผาทุกชนิด เพื่อลดการเกิดมลพิษทางอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว
รัฐบาลเตือนภัย 'วันวาเลนไทน์' ระวังรักปลอม หลอกโอนเงิน
รัฐบาลเตือนภัยวันวาเลนไทน์ ระวัง 'รักปลอม' หลอกโอนเงิน เช็กให้ชัวร์ ก่อนจะเทใจ-เทเงิน มิจฉาชีพใช้ AI สร้างตัวตนปลอมขึ้นมา สั่งการตำรวจเฝ้าระวังจุดเสี่ยง
ครม.อนุมัติ'ขสมก.'กู้ 9.1 พันล้าน เสริมสภาพคล่อง
ครม. ไฟเขียว ขสมก. กู้เงินเสริมสภาพคล่อง จำนวน 9,111.50 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้เป็นเงินสดหมุนเวียนในการดำเนินงานของ ขสมก. ชำระค่าเชื้อเพลิง ค่าเหมาซ่อม พร้อมเร่งรัด ขสมก.เร่งรัดเช่ารถเมล์ EV ให้เป็นไปตามแผน
ระเบียบ 4 ฉบับเริ่มใช้แล้ว นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ต้องปลอดการเผา
รัฐบาลคุมเข้มออกกฎระเบียบ 4 ฉบับ เริ่มบังคับใช้แล้ว การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลี ปี 2569 ต้องมีหนังสือรับรองปลอดการเผา มีเอกสารข้อมูลแหล่งผลิต หลักฐานที่เกี่ยวข้อง

