ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ Kick Off 2 มาตรการใหญ่ของกระทรวงวัฒนธรรม ครั้งแรกกับนโยบายรัฐหนุนเต็มรูปแบบ คืนเงินสูงสุด 30% สนับสนุนภาพยนตร์ไทย พร้อมอัดฉีด 20% ดึงบริษัทต่างชาติจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ในประเทศ หวังยกระดับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพิ่มการจ้างงาน และผลักดันคอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลกอย่างเป็นรูปธรรม
27 มกราคม 2569 - เวลา 19.00 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีประกาศ Kick Off การใช้อย่างเป็นทางการ 2 มาตรการสำคัญเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมคอนเทนต์ ของประเทศ ได้แก่ มาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ไทยในประเทศ และมาตรการส่งเสริมการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ของต่างชาติ โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารอุตสาหกรรมภาพยนตร์และดิจิทัลคอนเทนต์ ผู้บริหารสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ/ผู้แทนสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ผู้แทนสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์/ผู้แทนสมาคมส่งเสริมคอนเทนต์วายไทย ผู้แทนอุตสาหกรรมเพลง ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกสไทย/ผู้แทนสมาคมดิจิทอลคอนเทนท์ไทย ศิลปินดารา นักร้อง เข้าร่วมงาน ณ SCBX Next Stage ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ 2 มาตรการสำคัญของกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมภาพยนตร์และดิจิทัลคอนเทนต์ไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างรายได้ การจ้างงาน และผลักดันคอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลก ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ มิวสิกวีดิโอ และดิจิทัลคอนเทนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกหลักของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ ทั้งในมิติการสร้างรายได้ การจ้างงาน การพัฒนาทักษะ และการส่งออกทุนทางวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก โดยมาตรการทั้ง 2 ด้านนี้จะช่วยยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทย สร้างโอกาสการจ้างงาน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรม
มาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ไทยในประเทศ เป็นมาตรการที่สนับสนุนผู้ประกอบการไทยโดยตรง ครั้งแรกของประเทศไทย ในลักษณะการคืนเงินสนับสนุน ร้อยละ 15 - 30 ของค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อเรื่อง โดยกำหนด สิทธิประโยชน์หลักร้อยละ 15 สำหรับการผลิตที่มีวงเงิน ตั้งแต่ 15 ล้านบาทขึ้นไป และมี สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ตามหลักเกณฑ์ ได้แก่
1.กรณีผลงานมีเนื้อหาหรือ Theme เชิงสร้างสรรค์ตามที่กำหนด เพิ่มร้อยละ 5 (เทศกาล ประเพณี อาหารไทย และผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม)
2. กรณีมีงบการผลิตต่อเรื่องตั้งแต่ 40 ล้านบาทขึ้นไป รับเพิ่มตามช่วงงบ (40–<50 ล้านบาท เพิ่มร้อยละ 2.5 และตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป เพิ่มร้อยละ 5)
3. กรณีผลงานได้รับการเผยแพร่ในต่างประเทศไม่น้อยกว่า ๔ ประเทศ หมายถึง ผลงานภาพยนตร์ต้องมีการเผยแพร่หรือฉายในต่างประเทศไม่น้อยกว่า 4 ประเทศ โดยมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) ฉายในโรงภาพยนตร์ต่างประเทศ หรือ
(2) ออกอากาศทางช่องโทรทัศน์ต่างประเทศไม่น้อยกว่า ๔ ประเทศ หรือ
(3) เผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งจำนวน 1 แพลตฟอร์ม ซึ่งต้องมีการเผยแพร่ในต่างประเทศไม่น้อยกว่า 4 ประเทศ โดยอย่างน้อย 1 ประเทศต้องอยู่นอกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ สามารถยื่นขอรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เพิ่มร้อยละ 5
มาตรการดังกล่าวมุ่งหวังให้เกิดการผลิตคอนเทนต์ไทยที่มีคุณภาพสูงขึ้น มีทุนสร้างระดับสากลมากขึ้นและสร้างความต่อเนื่องด้านการจ้างงานในอุตสาหกรรม พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่นการท่องเที่ยว การบริการ การขนส่ง และเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยคาดว่าจะก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ไม่ต่ำกว่า 4,600 ล้านบาทต่อปี
มาตรการส่งเสริมการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ของต่างชาติ เป็นมาตรการดึงดูดผู้ประกอบการและบริษัทต่างชาติให้เข้ามาจ้างผู้ประกอบการไทยผลิตงานดิจิทัลคอนเทนต์ในประเทศ ครอบคลุมงาน แอนิเมชัน วิชวลเอฟเฟกต์ และงานหลังการผลิต (Post-production) โดยภาครัฐสนับสนุน ร้อยละ 20 ของเงินค่าจ้างตามสัญญา สำหรับบริษัทต่างชาติที่จ้างผู้ประกอบการไทย และกำหนดวงเงินสัญญา ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปต่อสัญญา
มาตรการนี้จะช่วยสร้างงานและพัฒนาทักษะแรงงานไทย โดยเฉพาะนักศึกษาและผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ให้มีโอกาสเรียนรู้การทำงานจริงร่วมกับผู้เชี่ยวชาญระดับสากล เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และมาตรฐานการผลิตระดับโลก ช่วยลดการไหลออกของแรงงาน เพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น ศูนย์กลางการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ของโลก โดยคาดว่าจะก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นราว 10% หรือกว่า 2,500 ล้านบาท ในปี 2570
“ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพยนตร์และดิจิทัลคอนเทนต์ไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลกไปด้วยกัน เพราะชื่อว่ามาตรการทั้ง 2 ด้านสะท้อนความมุ่งมั่นของภาครัฐในการผลักดันอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และเพิ่มการจ้างงานรวมถึงส่งผลบวกต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การท่องเที่ยว การบริการ การขนส่ง และธุรกิจท้องถิ่น พร้อมทั้งสร้างภาพลักษณ์ขอประเทศไทยให้เป็นแหล่งผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ และมาตรฐานสากล ที่สำคัญจะสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นางสาวซาบีดา กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ซาบีดา’ เผย เป็นบ้านใหญ่ที่ยึดโยงประชาชน ยันอยู่ภูมิใจไทยต้องทำงานหนัก เข้าถึงปัญหาจริง ขอวัดกันที่ผลงาน มุ่งสร้างการเมืองไร้เงินซื้อ
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส. ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวประสบการณ์การทำงานในพรรค ว่า ภูมิใจไทยคือพรรคของคนทำงานจริงที่ลงพื้นที่รับฟังปัญหาประชาชนอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่การมองลงมาจากหอคอย โดยทุกปัญหาที่ได้รับจะถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมพรรคทุกวันอังคาร เพื่อกลั่นกรองเป็นนโยบายแก้ไขทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
ทรงห่วงเครนถล่ม พระราชทานเพลิง-ดินฝังศพ/ศาลปค.แนะฟ้องค่าเสียหาย
"ในหลวง" โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ-ดินฝังศพเป็นกรณีพิเศษ แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนก่อสร้างตกทับรถไฟ "นายกฯ" ลงพื้นที่พระราม 2 ตรวจจุดเกิดเหตุ ซัดบริษัทรับเหมาประมาท-เลินเล่อ
โปรดเกล้าฯ 'พระราชทานเพลิง-ดินฝังศพ' กรณีพิเศษ แก่ผู้เสียชีวิตเหตุเครนถล่มทับรถไฟ
'ในหลวง' โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ-ดินฝังศพเป็นกรณีพิเศษ แก่ผู้เสียชีวิตเหตุเครนก่อสร้างตกทับรถไฟ 'วธ.' เตรียมความพร้อมสนองงานพิธีการศพ
“ศุภจี” นำทัพแกนนำ “ภูมิใจไทย” บุกตลาดโชคชัย4 ขอคะแนนเสียงเลือก “ประเดิมชัย” พ่อค้า แม่ค้า ประชาชนให้กำลังใจสานงานต่อ
วันที่ 15 ม.ค. 2569 เมื่อเวลา 18.00 น. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย นำทีมแกนนำพรรคภูมิใจไทย นางสาวศุภมาส อิศรภักดี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ นายเกรียงยศ สุดลาภา
“ซาบีดา”เปิดเสวนาถ่ายทอดองค์ความรู้-นิทรรศการชุดไทยพระราชนิยมเตรียมพร้อมขึ้นทะเบียนยูเนสโก
วันที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 16.00 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดการเสวนาเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยมและนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

